รัสเซีย ยูเครน : รมต. ต่างประเทศ ระบุ ชาติตะวันตกกำลังกดดันเจ้าหน้าที่สหประชาชาติช่วยทำให้ข่าวเท็จขยายตัวมากขึ้น

- Author, สตีฟ โรเซนเบิร์ก
- Role, บรรณาธิการข่าวบีบีซีประจำกรุงมอสโก
นับตั้งแต่กองทัพรัสเซียบุกโจมตียูเครนเป็นเวลาเกือบสี่เดือน พลเรือนหลายหมื่นคนถูกสังหาร หลายเมืองถูกทำลายย่อยยับ ขณะที่มีคนนับล้านต้องหลบลี้หนีภัยจากบ้านเกิด
"พวกเราไม่ได้รุกรานยูเครน พวกเราประกาศใช้ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร เนื่องจากว่าเราไม่มีแนวทางที่จะอธิบายให้ชาติตะวันตกได้เข้าใจได้ว่า การดึงยูเครนเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO นั้นเป็นการก่ออาชญากรรม" นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซี
นายลาฟรอฟให้สัมภาษณ์สื่อตะวันตกไม่กี่ครั้งเท่านั้น นับตั้งแต่ 24 ก.พ. ที่รัสเซียบุกเข้ารุกรานยูเครน
ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีครั้งนี้ รมต. ต่างประเทศรัสเซียผู้นี้ยังคงกล่าวย้ำถึงรายงานจากเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลว่า มีผู้ที่มีแนวความคิดแบบนาซีอยู่ในยูเครน ขณะที่เจ้าหน้าที่รัสเซียอ้างอยู่บ่อยครั้งว่า กองทัพรัสเซียต้องการปลดปล่อยยูเครนจากนาซี ซึ่งไม่นานมานี้ นายลาฟรอฟได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่เขาพยายามจะหาเหตุผลสนับสนุนแนวความคิดนี้ด้วยการอ้างว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งมีเชื้อสายยิว และพยายามเชื่อมโยงว่า นายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จอมเผด็จการนาซีผู้บงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวก็มี "สายเลือดเป็นชาวยิว"
นายสตีฟ โรเซนเบิร์ก บรรณาธิการข่าวบีบีซีประจำกรุงมอสโก ได้ยกรายงานของสหประชาชาติเกี่ยวกับกรณีหมู่บ้านยาฮิดเนอ (Yahidne) ซึ่งตั้งอยู่แถบชานเมืองแชร์นิฮิฟ ที่มีผู้อยู่อาศัยราว 360 คน ในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 74 คน และคนพิการอีก 5 คน ถูกทหารรัสเซียบังคับให้อยู่ในชั้นใต้ดินของโรงเรียนแห่งหนึ่งนาน 28 วัน ในสภาพไม่มีห้องน้ำ ไม่มีน้ำ...และมีคนแก่ 10 คนเสียชีวิต และเขาถามนายลาฟรอฟว่า "นั่นคือการต่อสู้กับนาซีหรือไม่"
นายลาฟรอฟตอบกลับเพียงว่า "นี่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง แต่บรรดานักการทูตนานาชาติ เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เลขาธิการสหประชาชาติ และผู้แทนยูเอ็นคนอื่น ๆ กำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากชาติตะวันตก ซึ่งบ่อยครั้งที่พวกเขาถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขยายข่าวเท็จที่มาจากชาติตะวันตก"
อย่างไรก็ตาม รมต. ต่างประเทศรัสเซียยอมรับว่า "รัสเซียไม่ได้สะอาดหมดจด รัสเซียก็เป็นอย่างที่เป็น และพวกเราก็ไม่ละอายที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกเราเป็นอย่างไร"

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายลาฟรอฟวัย 72 ปี เป็นตัวแทนรัฐบาลรัสเซียบนเวทีนานาชาติมากกว่า 18 ปี แต่ปัจจุบันเขาและลูกสาวถูกชาติตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตร จากกรณีรัสเซียบุกยูเครน โดยสหรัฐอเมริกากล่าวหาเขาว่าพยายามให้คำอธิบายผิด ๆ ว่า ยูเครนคือผู้รุกราน และเขาต้องรับผิดชอบโดยตรงจากการรุกรานยูเครน ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
บรรณาธิการข่าวบีบีซีประจำกรุงมอสโก ถามต่อในประเด็นความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงระหว่างรัสเซียและสหราชอาณาจักร หลังจากรัฐบาลเครมลินได้ขึ้นบัญชีสหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่ใช่มิตร
นายลาฟรอฟตอบกลับมาว่า คงไม่มีอะไรจะทำได้มากกว่านี้อีก ในเมื่อทั้งนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน และนางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษกล่าวอย่างเปิดเผยว่า จะต้องเอาชนะรัสเซียให้ได้
เมื่อถามความเห็นต่อสหราชอาณาจักรในตอนนี้ เขาตอบว่า "นี่เป็นอีกครั้งที่ สหราชอาณาจักรยอมแลกผลประโยชน์ของประชาชนเพียงเพื่อความทะเยอทะยานทางการเมือง"
อีกหนึ่งในคำถามที่นายสตีฟถามในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คือ ชะตากรรมของชาวอังกฤษ 2 คน ที่ถูกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวรัสเซียในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนคุมตัวและตัดสินจะประหารชีวิตจะเป็นอย่างไร และมุมมองต่อสายตาชาติตะวันตกเป็นเช่นไรนั้น นายลาฟรอฟตอบว่า เขาไม่ให้ความสนใจว่าชาติตะวันตกจะคิดเห็นอย่างไรเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาให้ความสนใจเพียงอย่างเดียวคือกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ระบุว่า กลุ่มทหารรับจ้างเหล่านั้น ไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นทหาร
บรรณาธิการข่าวรัสเซียของบีบีซีพยายามอธิบายว่า กลุ่มคนเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพยูเครน ซึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นทหารรับจ้าง แต่นายลาฟรอฟตอบกลับว่า เรื่องนี้คงต้องให้ศาลตัดสิน
หลังจากนั้นนายลาฟรอฟยังได้กล่าวหาบีบีซีว่า ไม่รายงานความจริงที่เกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่ที่ถลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวรัสเซียยึดครองทางตะวันออกของยูเครน โดยเขายกตัวอย่างกรณีที่มีประชาชนถูกวางระเบิดโดยกองทัพยูเครนเมื่อ 8 ปีก่อน
บรรณาธิการข่าวบีบีซีประจำกรุงมอสโกได้อธิบายว่า ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา บีบีซีใช้ความพยายามหลายครั้งในการติดต่อผู้นำของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนดังกล่าว เพื่อขออนุญาตให้เข้าไปรายงานข่าว แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง
ที่ผ่านมาทางการรัสเซียได้กล่าวหายูเครนว่าเป็นผู้ก่อการสังหารหมู่ แต่ในปี 2021 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนรัสเซียระบุว่ามีประชาชน 8 คนถูกสังหารในภูมิภาคลูฮานสก์และโดเนตสก์ หากว่าเกิดการสังหารหมู่จริง ๆ ในพื้นดังกล่าว ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะต้องเข้าไปรายงานความเป็นจริง แล้วเพราะเหตุใดถึงไม่อนุญาตให้ทีมข่าวบีบีซีเข้าไปทำข่าว
"ผมไม่รู้" นายลาฟรอฟตอบ












