พบเห็บแอฟริกันสายพันธุ์ทนทายาด มีชีวิตได้ถึง 8 ปีโดยไม่ต้องกินเลือด อายุยืน 3 ทศวรรษ

เห็บแอฟริกันสายพันธุ์ Argas Brumpti

ที่มาของภาพ, JONATHAN COHEN

คำบรรยายภาพ, เห็บแอฟริกันสายพันธุ์ Argas Brumpti

นักกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตันของสหรัฐฯ เผยผลการติดตามศึกษาชีวิตของเห็บแอฟริกันสายพันธุ์ Argas Brumpti มาเป็นเวลานานถึง 45 ปี โดยพบว่ามันมีอายุยืนเกินเห็บทั่วไปนับสิบเท่า สามารถปรับตัวให้ทนทานต่อภาวะขาดน้ำและอาหารได้เป็นเวลานาน บางตัวมีชีวิตอยู่ได้สูงสุดถึง 8 ปี โดยไม่ต้องกินเลือด

ดร. จูเลียน เชปเพิร์ด ผู้ทำการศึกษาข้างต้น ได้ตีพิมพ์รายละเอียดของงานวิจัยลงในวารสาร Journal of Medical Entomology ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาแมลงเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยระบุว่าเห็บแอฟริกันที่เขาได้รับมาเมื่อปี 1976 และได้เลี้ยงไว้ในห้องปฏิบัติการจนถึงปัจจุบันนั้น มีคุณสมบัติพิเศษที่อาจนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพมนุษย์ให้แข็งแรงและยืนยาวกว่าเดิมได้

"เห็บเหล่านี้อายุยืนมาก บางตัวมีชีวิตอยู่ถึงเกือบ 30 ปี ต่างจากเห็บทั่วไปที่มีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 2-3 ปีเท่านั้น จัดว่าอายุยืนที่สุดในบรรดาเห็บด้วยกัน" ดร. เชปเพิร์ดกล่าว

"นอกจากนี้ ตัวเมียบางตัวยังสามารถวางไข่ได้ หลังตัวผู้ตัวสุดท้ายในกลุ่มตายไปแล้วถึง 4 ปี ถือว่าน่าอัศจรรย์มากที่เก็บน้ำเชื้อของตัวผู้เอาไว้ได้นานขนาดนั้น"

เห็บสายพันธุ์ Argas Brumpti ที่ดร.เชปเพิร์ดเลี้ยงไว้ในห้องทดลอง อยู่ในสภาพแวดล้อมซึ่งมีอุณหภูมิคงที่ 21 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 81% ซึ่งจัดว่าค่อนข้างแห้ง แต่พวกมันก็สามารถมีชีวิตรอดและออกลูกออกหลานสืบต่อมาอีกหลายรุ่น

เห็บไม่ใช่แมลง แต่เป็นปรสิตภายนอกที่ดูดเลือดได้โดยเหยื่อไม่เจ็บและไม่เกิดการอักเสบ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เห็บไม่ใช่แมลง แต่เป็นปรสิตภายนอกที่ดูดเลือดได้โดยเหยื่อไม่เจ็บและไม่เกิดการอักเสบ

เมื่อปี 1984 ทางห้องปฏิบัติการพบปัญหาขาดแคลนเลือดจากกระต่ายและหนูซึ่งเป็นอาหารของเห็บเหล่านี้ ทำให้เริ่มมีการทดสอบว่าพวกมันจะทนอดอาหารไปได้นานแค่ไหน ซึ่งผลปรากฏว่าเห็บชนิดนี้สุดแสนทนทายาด โดยมีชีวิตอยู่นานหลายปีแม้ไม่ได้กินเลือดเลย ตัวที่อดอาหารได้นานที่สุดอยู่ได้ถึง 8 ปี

เห็บสายพันธุ์ Argas Brumpti จัดว่ามีขนาดใหญ่ โดยมีลำตัวยาวประมาณ 20 มิลลิเมตร มีผิวหนังนิ่มและไม่มีเปลือกแข็งด้านนอกเหมือนเห็บทั่วไป ตามปกติมักจะแฝงตัวอยู่ในหลุมหรือรูตามพื้นดิน จอมปลวก และสถานที่คลุกฝุ่นของสัตว์ต่าง ๆ เพื่อรอเกาะดูดเลือดคนและสัตว์ที่ผ่านไปมา แต่ยังไม่พบว่ามันเป็นพาหะก่อโรคชนิดใด ๆ ในมนุษย์

ขณะนี้กำลังมีการศึกษารหัสพันธุกรรมของเห็บแอฟริกันชนิดดังกล่าว เพื่อให้ทราบถึงกลไกที่ทำให้มันทนทานต่อสภาวะที่เป็นอันตรายแก่ชีวิต ซึ่งอาจนำมาประยุกต์เพื่อใช้เสริมสร้างความแข็งแกร่งและสุขภาพที่ดีให้แก่คนเราได้ในอนาคต