ฮ่องกง : แอปเปิลเดลี นสพ. เพื่อประชาธิปไตยเลิกกิจการ หลังแรงกดดันต่อเนื่องจากรัฐบาล

เสรีภาพสื่อในฮ่องกงถึงจุดวิกฤตหนักหลังแอปเปิลเดลี หนังสือพิมพ์ (นสพ.) สนับสนุนประชาธิปไตยรายใหญ่ที่สุด ประกาศปิดตัวหลังรายงานข่าวมา 26 ปี
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานข่าวของสื่อนี้ถูกบุกค้นด้วยข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ในเวลาต่อมา ทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับบริษัทคิดเป็นมูลค่า 18 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือกว่า 70 ล้านบาท ถูกอายัด และตำรวจก็ได้ควบคุมตัวหัวหน้าบรรณธิการและผู้บริหารหนังสือพิมพ์อีก 5 คนไว้ด้วย โดยตอนนี้ จิมมี ไหล มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง นสพ. ถูกจำคุกอยู่จากหลายข้อหา
ฝ่ายบริหารของ นสพ. บอกว่าต้องหยุดทำการเพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพนักงาน โดยจะตีพิมพ์ นสพ. วันพฤหัสบดีนี้เป็นฉบับสุดท้าย และหยุดอัพเดตเนื้อหาบนเว็บไซต์ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันเดียวกัน
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า การหยุดดำเนินการของแอปเปิลเดลีเป็น "วันที่มืดหม่นที่สุด" สำหรับเสรีภาพสื่อในประวัติศาสตร์ฮ่องกงในช่วงไม่นานมานี้
มาร์ค ไซมอน ที่ปรึกษานายไหล บอกบีบีซีว่า ตำรวจเข้ามาขัดขวางการประชุมของผู้บริหารเมื่อ 23 มิ.ย. และจับผู้สื่อข่าวไป 1 คน
"พูดจริง ๆ เราก็กำลังจะปิดกิจการอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ยังมาจับกุมเรา อยากจะโน้มน้าวผลลัพธ์ของการประชุมผู้บริหาร และให้มั่นใจว่าแอปเปิลเดลีจะปิดตัวอย่างรวดเร็ว" ไซมอน กล่าว
ย้อนไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจราว 500 นาย บุกเข้าไปยังห้องข่าวของ นสพ. โดยบอกว่าการรายงานของพวกเขาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ในเวลาต่อมา ตำรวจแถลงข่าวโดยกล่าวหาว่าแอปเปิลเดลีตีพิมพ์บทความมากกว่า 30 ชิ้น ที่เรียกร้องให้ชาติต่าง ๆ คว่ำบาตรฮ่องกงและจีนตั้งแต่ปี 2019

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากนี้ ตำรวจยังได้จับกุมบรรณาธิการใหญ่ และผู้บริหารอีก 4 คนที่บ้านพักของพวกเขา และยังได้อายัดสินทรัพย์ของอีก 3 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ นสพ.แอปเปิลเดลี ด้วย
จิมมี ไหล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ ถูกจำคุกอยู่ขณะนี้จากหลายข้อหา รวมถึงการไปร่วมการชุมนุมอย่างผิดกฎหมายเมื่อปี 2019 ในการสัมภาษณ์กับบีบีซีก่อนที่จะถูกตัดสินจำคุก เขาบอกว่าจะไม่สยบยอมต่อการข่มขู่ใด ๆ
ทำความรู้จักแอปเปิลเดลี

ที่มาของภาพ, Getty Images
กว่าจะมาเป็นสื่อผู้สนับสนุนประชาธิปไตยรายใหญ่ที่สุด กล้าวิพากษ์วิจารณ์ทางการจีน และคอยเคียงข้างขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ย้อนไป 26 ปีที่แล้ว แอปเปิลเดลี เริ่มต้นด้วยการเป็นหนังสือพิมพ์ข่าวชาวบ้าน พาดหัวข่าวให้น่าตื่นตาตื่นใจหรือไม่ก็ลงภาพแอบถ่ายดารา
มีรายงานว่านายไหลตั้งชื่อหนังสือพิมพ์ว่าแอปเปิลจากที่เป็นผลไม้ต้องห้ามในคัมภีร์ไบเบิล
"หากอีฟไม่ได้กัดผลไม้ต้องห้ามนั้น จะไม่มีบาป ไม่มีผิด ไม่มีถูก และแน่นอน ไม่มีข่าว" นายไหลเคยกล่าวกับ เหลียนเหอ หนังสือพิมพ์ฉบับค่ำ
แอปเปิลเดลี ตั้งตัวได้จากการตีพิมพ์บทความที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก พาดหัวให้ดึงดูด มุ่งทำข่าวอาชญากรรมและบันเทิง อย่างไรก็ดี ก็เคยทำข่าวที่เป็น "พื้นที่สีเทา" ทางจรรยาบรรณเช่นกัน อย่างในปี 1998 ที่ตีพิมพ์เรื่องและรูปของชายฮ่องกงคนหนึ่งไปซื้อบริการทางเพศที่จีนแผ่นดินใหญ่ไม่นานหลังจากภรรยาเขาเพิ่งฆ่าตัวตาย
ต่อมามีการเปิดเผยว่านักข่าวแอปเปิลเดลี เป็นผู้จ่ายเงินจ้างให้ชายคนนั้นยืนให้ถ่ายรูป
แต่หลายปีผ่านไป หนังสือพิมพ์เขียนเรื่องการเมืองมากขึ้นขณะที่ฮ่องกงเริ่มมีการเคลื่อนไหวในช่วงปี 2000 ที่คนบางกลุ่มเริ่มไม่โอนอ่อนตามจีนแผ่นดินใหญ่

ที่มาของภาพ, Getty Images
ดร.จอยส์ นิป อาจารย์ด้านสื่อสารมวลชนจีนจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกว่า กระแสต่อต้านกลายเป็นช่องทางทางการตลาดสำหรับแอปเปิลเดลี
แม้ว่าหนังสือพิมพ์ยังจะรายงานข่าวเบา ๆ อย่างเช่นข่าวบันเทิงอยู่ แต่ข่าวการเมืองที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้พวกเขากลายเป็นสื่อสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างชัดเจน
เมื่อ 1 ก.ค. 2003 ซึ่งเป็นวันครบรอบที่สหราชอาณาจักรส่งคืนเกาะฮ่องกงให้จีน และมีการประท้วงใหญ่ต่อต้าน ต่ง เจี้ยนหัว ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในตอนนั้น แอปเปิลเดลีก็พาดหัวหน้าหนึ่งให้การสนับสนุนว่า "No to Tung Chee-hwa" หรือ "ไม่เอา ต่ง เจี้ยนหัว"
นักข่าวหนังสือพิมพ์นี้ถูกห้ามทำข่าวในจีนแผ่นดินใหญ่เป็นปกติ และก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำข่าวการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่งเมื่อปี 2008
ตอน อ้าย เว่ยเว่ย ศิลปินชาวจีน โดนทางการจีนจับกุมตัวเมื่อปี 2011 แอปเปิลเดลี พาดหัวหน้าหนึ่งว่า "ฝ่ายการเมืองในปักกิ่งข่มขืน อ้าย เว่ยเว่ย"
เมื่อปี 2019 แอปเปิลเดลี ชนะรางวัลสื่อเพื่อสิทธิมนุษยชน สำหรับการรายงานข่าวเรื่อง หลิว เซีย ภรรยาของ หลิว เสี่ยวโป นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนจีนชื่อดัง ผู้เสียชีวิตขณะอยู่ระหว่างโทษจำคุก 11 ปี จากความผิดฐาน "บ่อนทำลาย"











