สงครามโลกครั้งที่ 2: ระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาในวันที่มิชิโกะเกือบไปขึ้นรถไฟไม่ทัน

Michiko (on right) and friends

ที่มาของภาพ, Sanae Hamada

คำบรรยายภาพ, มิชิโกะ (ขวา) ทำงานในโรงงานผลิตอาวุธขณะอายุ 14 ปี

เช้าวันที่ 6 ส.ค. ปี 1945 มิชิโกะตื่นสาย

"ฉันจำได้ว่า ตอนนั้นฉันคิดว่า 'ขึ้นรถไฟอีกเที่ยวก็ยังไปทำงานทัน แต่ถ้าวิ่งไปสถานีรถไฟก็อาจจะได้ขึ้นรถไฟเที่ยวประจำ' "

ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจวิ่งไปขึ้นรถไฟเที่ยวเดิม การวิ่งในครั้งนั้นช่วยชีวิตเธอไว้ เพราะขณะที่เธอไปถึงที่ทำงาน เมืองฮิโรชิมาที่เธออาศัยอยู่ก็ถูกโจมตีด้วยระเบิดปรมาณูลูกแรกของโลก

ในวัย 14 ปี มิชิโกะ โยชิตสุกะ เรียนโรงเรียนหญิงล้วนที่ใจกลางเมืองฮิโรชิมา แต่ขณะนั้นทางการให้เด็กนักเรียนไปช่วยผลิตอาวุธให้กองทัพญี่ปุ่น โรงงานที่มิชิโกะทำงานอยู่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองไปทางตะวันออกราว 8 กิโลเมตร

เวลา 8.15 น. กองทัพสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดที่พวกเขาเรียกว่า "ลิตเติลบอย" (Little Boy) คาดกันว่ามีผู้เสียชีวิตที่ฮิโรชิมา 140,000 ราย บ้างเสียชีวิตทันที บ้างก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

Ground crew of the Enola Gay

ที่มาของภาพ, US Air Force

คำบรรยายภาพ, เครื่องบินอีโนลา เกย์ (Enola Gay) ทิ้งระเบิดปรมาณูลงเมืองฮิโรชิมา

ภูเขาฮิจิยามาซึ่งตั้งอยู่ระหว่างโรงงานและใจกลางเมืองช่วยบรรเทาแรงทำลายล้างของระเบิดปรมาณูไว้ ทำให้เธอรอดชีวิตมาได้

หลังจากนั้น เธอเดินไปบ้านญาติในเขตกิออน ต้องผ่านซากศพมากมาย บ้างถูกไฟเผาไหม้ บ้างก็มีอวัยวะภายในทะลักออกมาจากร่างกาย

"ตอนฉันเดินอยู่ มีคนคนหนึ่งคว้าข้อเท้าฉันและร้องขอว่า 'หนู ขอน้ำหน่อยได้ไหม' ฉันปัดมือนั้นทิ้งและพูดว่า 'หนูขอโทษ! หนูขอโทษ!' ฉันกลัวมากและเดินหนีไป"

คำบรรยายวิดีโอ, เมืองฮิโรชิมาหลังระเบิดปรมาณู

แม่ของมิชิโกะรอดตาย แต่พี่ชายของเธอที่เป็นทหารและอยู่ใกล้จุดที่ระเบิดลง เสียชีวิตและก็ไม่มีใครพบร่างเขาอีกเลย

แม้รอดมาได้ แต่มิชิโกะก็เริ่มล้มป่วยซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากรังสีระเบิดปรมาณู ไม่ว่าจะเป็นอาการเลือดออกที่เหงือก จมูก ท้องร่วงรุนแรง ผมร่วง และมีตุ่มสีม่วงขึ้นทั่วร่างกาย แต่สุดท้ายก็รอดชีวิตมาได้

3 วันหลังระเบิดที่ฮิโรชิมา สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดปรมาณูอีกลูกลงที่เมืองนางาซากิ ทำให้ญี่ปุ่นยอมยุติสงคราม และถือเป็นจุดสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

Mushroom cloud over Hiroshima on 6 Aug 1945

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คาดว่าระเบิด "ลิตเติลบอย" (Little Boy) ทำให้มีผู้เสียชีวิตที่ฮิโรชิมา 140,000 ราย

หลังจากนั้นเป็นต้นมา เมืองฮิโรชิมาก็พยายามฟื้นฟูตัวเองขึ้นใหม่ ภายใน 3 วันหลังจากการทิ้งระเบิด รถไฟ รถราง และรถเมล์ กลับมาวิ่งอีกครั้ง และภายใน 2 เดือน โรงเรียนก็กลับมาให้มีการเรียนการสอนในตึกที่ถูกทำลายเสียหาย หรือไม่ก็ที่บริเวณกลางแจ้ง

มิชิโกะเองก็พยายามสร้างชีวิตใหม่เช่นกัน

ปี 1948 ขณะอายุ 18 ปี เธอคลอดลูกสาว แต่ลูกสาวก็เสียชีวิต 2 สัปดาห์หลังจากนั้น ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นผลข้างเคียงจากรังสีระเบิดปรมาณู

ต่อมา เธอคลอดลูกอีกสองคนซึ่งมีสุขภาพแข็งแรงดี แต่กลับต้องเผชิญปัญหาอื่นในชีวิต สามีเธอชอบหายไปใช้เวลาอยู่กับผู้หญิงอื่นพร้อมกับเอาเงินที่เธอทำงานมาได้ไปด้วย

มิชิโกะมักเอาลูก ๆ ไปฝากให้ญาติเลี้ยงแทน เพราะทั้งอ่อนล้าจากอาการป่วยจากรังสีระเบิดปรมาณู ทั้งไม่พอใจที่สามีไปมีผู้หญิงอื่น และก็อยากมีชีวิตเป็นอิสระ และพอลูก ๆ กลับมา เธอก็มักจะเอาความหงุดหงิดไปลงกับซาเนะ ลูกสาวของเธอ

หลังจากแม่มิชิโกะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเมื่อปี 1964 รัฐบาลญี่ปุ่นก็หยุดให้เงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่สูญเสียสมาชิกที่ไปรบ

Michiko in her 20s

ที่มาของภาพ, Sanae Hamada

คำบรรยายภาพ, มิชิโกะเมื่อครั้งอายุ 20 เศษ

ในที่สุด สามีเธอก็แยกทางไปอยู่กับผู้หญิงคนใหม่ เมื่อไม่มีเงินช่วยเหลือจากสามี มิชิโกะไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารญี่ปุ่น เป็นร้านแบบดั้งเดิมซึ่งเธอต้องใส่ชุดกิโมโนดูแลลูกค้าไปจนดึกดื่น

วันที่ 6 ส.ค. ของทุกปี ฮิโรชิมาจะจัดพิธีรำลึกสันติภาพ (Peace Memorial Ceremony) ซึ่งมีบุคคลดังอย่าง แม่ซีเทเรซา ฟิเดล คาสโตร และมิคาอิล กอร์บาชอฟ มาร่วมงาน แต่เธอไม่สามารถทำใจไปร่วมงานในช่วงเช้าได้เพราะคำปราศรัยถึงสันติภาพช่างขัดกับภาพเหตุการณ์ที่เธอเห็นด้วยตัวเอง

เธอจะไปร่วมงานในตอนเย็นที่มีพิธีลอยโคมไฟในแม่น้ำโมโตยาสุ เป็นสัญลักษณ์แทนวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ

เมื่อซาเนะ ลูกสาวของเธอ มีลูกผู้ชายและผู้หญิงเป็นของตัวเอง ความสัมพันธ์ของมิชิโกะและลูกที่เคยห่างเหินก็เริ่มพัฒนาดีขึ้น

เวลารวมตัวกันในเทศกาลประจำปีและดูละครทีวีที่จำลองเหตุการณ์ระเบิดประมาณู คนในครอบครัวของมิชิโกะเล่าว่าเธอชอบพูดว่า "มันไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย"

Painting of the Hiroshima peace memorial by Kaori, Michiko's granddaughter
คำบรรยายภาพ, รูปพิธีลอยโคมไฟในแม่น้ำโมโตยาสุที่หลานสาวของมิชิโกะวาด

เกือบตลอดชีวิต มิชิโกะไม่ค่อยบอกเล่าประสบการณ์ที่เธอต้องเผชิญเมื่อปี 1945 แต่มาในปี 1995 ซึ่งเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี เหตุทิ้งระเบิดปรมาณู หมอของเธอแนะนำให้เธอเขียนบอกเล่าประสบการณ์ตัวเองเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปล่อยวางความทรงจำร้าย ๆ

ตอนแรกเธอไม่เต็มใจจะลงมือเขียนนัก แต่ก็กลัวว่าความทรงจำเหล่านั้นจะหายไปตลอดกาล

Michiko later in life with her daughter, Sanae, and Sanae's husband, Nobuo Hamada

ที่มาของภาพ, Sanae Hamada

คำบรรยายภาพ, มิชิโกะ กับซาเนะ ลูกสาว และสามีของลูก

ในเวลาต่อมา เธอเริ่มมีอาการสมองเสื่อมก่อนที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชรา และเสียชีวิตเมื่อเดือน ม.ค. ปี 2012

ตอนนี้ ความเรียงบอกเล่าประสบการณ์ของเธอถูกเก็บไว้ในหออนุสรณ์สันติภาพสำหรับเหยื่อระเบิดปรมาณู (Peace Memorial Hall) ที่เมืองฮิโรชิมา

สิ่งที่เธอเขียนในปี 1995 ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์มีความสามารถที่จะต่อสู้กับอุปสรรคและสร้างชีวิตขึ้นใหม่ได้

"ตอนนี้ ครบรอบ 50 ปี เหตุทิ้งระเบิดปรมาณู ฉันรู้สึกใหม่อีกครั้งถึงคุณค่าของชีวิต"