ช่วยยุงเท่ากับช่วยคน เตรียมใช้จุลินทรีย์ป้องกันยุงติดเชื้อไข้มาลาเรียแบบได้ผล 100%

ที่มาของภาพ, Getty Images
แม้ขณะนี้ทั่วโลกจะกำลังมุ่งให้ความสนใจกับการคิดค้นวัคซีนและยารักษาโรคโควิด-19 แต่การวิจัยทางการแพทย์เพื่อหยุดยั้งโรคติดต่อชนิดอื่น ๆ ก็ยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักรและเคนยา ค้นพบจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้ยุงติดเชื้อปรสิตพลาสโมเดียม ที่ทำให้มันกลายเป็นพาหะนำโรคไข้มาลาเรียได้
จุลินทรีย์ดังกล่าวมีความใกล้ชิดทางพันธุกรรมกับเชื้อเห็ดรา ชื่อว่า "ไมโครสปอริเดีย เอ็มบี" (Microsporidia MB) ถูกค้นพบโดยบังเอิญระหว่างทีมวิจัยทำการศึกษาประชากรยุงที่ริมฝั่งทะเลสาบวิกตอเรียของเคนยา โดยพบว่ายุงที่มีเชื้อเห็ดราดังกล่าวในร่างกาย ไม่มีตัวไหนเลยที่ติดเชื้อไข้มาลาเรีย
รายงานการค้นพบที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ยังระบุว่า ผลการตรวจสอบซ้ำในห้องปฏิบัติการยืนยันว่าจุลินทรีย์ไมโครสปอริเดีย เอ็มบี สามารถป้องกันไม่ให้ยุงติดเชื้อปรสิตที่ก่อโรคไข้มาลาเรียได้ถึง 100% และมีจุลินทรีย์ชนิดนี้อยู่กับประชากรยุงในธรรมชาติราว 5% อยู่แล้ว
ดร. เจเรมี เฮอร์เรน หนึ่งในทีมวิจัยจากศูนย์ศึกษาสรีรวิทยาและนิเวศวิทยาแมลงระหว่างประเทศ (ICIPE) ที่เคนยา บอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า การที่จุลินทรีย์สามารถยับยั้งการติดเชื้อของยุงได้โดยสมบูรณ์ ทำให้การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างสูง เพราะหากยุงไม่มีเชื้อปรสิตในตัวเสียแล้ว ก็จะไม่เป็นพาหะนำโรคไข้มาลาเรียอีกต่อไป ส่งผลให้การระบาดของโรคในมนุษย์หยุดลงตามไปด้วย
ปัจจุบันไข้มาลาเรียทำให้มีผู้เสียชีวิตราวปีละ 4 แสนคนทั่วโลก โดยผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มักเป็นเด็ก การรณรงค์ให้ใช้มุ้งกันยุงและฉีดพ่นยาฆ่าแมลงช่วยลดอัตราการติดเชื้อลงได้อย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดลงได้โดยสิ้นเชิง

ที่มาของภาพ, Getty Images
นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าจุลินทรีย์ไมโครสปอริเดีย เอ็มบี ป้องกันการติดเชื้อปรสิตของยุงได้อย่างไร แต่สันนิษฐานว่าจุลินทรีย์ดังกล่าวอาจไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันของยุงตื่นตัวและทำงานอย่างแข็งขันมากขึ้น หรือกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญของยุงทำงานในระดับสูงขึ้น จนปรสิตไม่สามารถอยู่อาศัยในร่างกายยุงได้
ดูเหมือนว่าจุลินทรีย์ชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในร่างกายของยุงไปจนตลอดวงจรชีวิตของมัน ทำให้คาดได้ว่าภูมิคุ้มกันปรสิตที่เกิดขึ้นจะคงทนอยู่ได้เป็นเวลายาวนาน และอาจจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปตามกาลเวลาด้วย
หลังจากนี้นักวิทยาศาสตร์มีแผนการจะทำให้ประชากรยุงอย่างน้อย 40% ในภูมิภาคติดเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าว โดยอาจใช้วิธีปล่อยสปอร์ของจุลินทรีย์ปริมาณมากในแหล่งที่อยู่อาศัยของยุง หรือปล่อยยุงตัวผู้ที่ถูกทำให้ติดเชื้อจุลินทรีย์ในห้องปฏิบัติการแล้ว ออกไปผสมพันธุ์กับยุงตัวเมียในธรรมชาติ ซึ่งยุงตัวเมียจะติดเชื้อนี้ทางเพศสัมพันธ์และส่งต่อเชื้อให้กับลูกหลานรุ่นต่อไปได้










