จักรพรรดิอากิฮิโตะทรงพระราชทานพรปีใหม่แก่ประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสละราชสมบัติ 30 เม.ย.นี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จออกสีหบัญชรที่พระราชวังอิมพีเรียล เพื่อให้ประชาชนเข้าเฝ้าในวาระขึ้นปีใหม่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นจะสละราชสมบัติในวันที่ 30 เม.ย. นี้
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานวันที่ 2 ม.ค. ว่า สำนักพระราชวังอิมพีเรียล ระบุว่า ประชาชน 154,800 เดินทางมาที่พระราชวังอิมพีเรียล เพื่อรอรับเสด็จและฟังพระบรมราโชวาทในวาระขึ้นปีใหม่เป็นครั้งสุดท้ายของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งมีพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษา เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นจำนวนผู้มารอเข้าเฝ้าเพื่อรับฟังพระบรมราโชวาทในวาระขึ้นปีใหม่มากที่สุดนับตั้งแต่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 1989
"ขอให้มีความสุขในปีใหม่ ข้าพเจ้ามีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่ได้ฉลองปีใหม่ร่วมกับท่านทั้งหลายภายใต้ท้องฟ้าที่แจ่มใส" สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตรัสต่อประชาชนที่มาเข้าเฝ้า ซึ่งหลายคนได้โบกธงชาติญี่ปุ่น และเปล่งเสียงคำว่า "บันไซ" ซึ่งมีความหมายว่า "ทรงพระเจริญ"

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากนี้พระองค์ยังตรัสว่า พระองค์ทรงหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดีสำหรับประชาชนทั้งหลาย พระองค์ทรงขอพรให้ประชาชนของญี่ปุ่นและผู้คนทั่วโลกมีสันติภาพและความสุข
ยูเมะ นิชิมูระ นักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่ง ซึ่งมารอต่อแถวเข้าพระราชวังอิมพีเรียล กล่าวกับ เอเอฟพีว่า "ฉันมาที่นี่พร้อมกับแม่เพื่อที่จะได้จดจำภาพการปรากฏพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายในฐานะสมเด็จพระจักรพรรดิไว้ในความทรงจำของเรา"
"ฉันอยากบอกพระองค์ว่า พวกเราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงงานหนักเพื่อประเทศ"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ส่วนคาซูโอะ อิวาซากิ วัย 68 ปี กล่าวกับเอเอฟพีว่า "ผมหวังว่า หลังการสละราชสมบัติ พระองค์จะได้ทรงใช้เวลาอย่างผ่อนคลายกับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ และมีพระพลานามัยแข็งแรง"
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจาก สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตะ พระบรมราชชนก ในปี 1989 และจะทรงสละราชสมบัติในวันที่ 30 เม.ย. นี้ โดยเจ้าชายนารูฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์โต จะเสด็จขึ้นครองราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศต่อจากพระองค์
ช่วงการครองราชย์นาน 30 ปีของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ชาวญี่ปุ่นเรียกว่าเป็นรัชสมัยเฮเซ ซึ่งตัวอักษรแรกมีความหมายว่า "สันติภาพ" ส่วนชื่อรัชสมัยใหม่จะได้รับเลือกต่อไปในปีนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ในพระราชวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ 85 พรรษาเมื่อเดือนที่แล้ว พระองค์ได้ตรัสถึง "ชีวิตนับไม่ถ้วน" ที่สูญเสียไปในสงคราม และในแถลงการณ์ที่ส่งให้แก่สื่อมวลชนระบุว่า "ข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจที่ยุคเฮเซ กำลังจะสิ้นสุดลง โดยไม่มีสงครามเกิดขึ้นในญี่ปุ่น"











