เจ้าชายอากิชิโนะ ว่าที่มกุฎราชกุมารญี่ปุ่นวิจารณ์ แผนใช้เงินรัฐจัดพิธีบรมราชาภิเษกปีหน้า

ที่มาของภาพ, Getty Images
สำนักข่าวเอเอฟพีและเกียวโดรายงานว่า เจ้าชายอากิชิโนะ พระราชโอรสพระองค์ที่สอง ในสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และเป็นรัชทายาทลำดับที่ 2 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ทรงมีพระดำรัสตั้งคำถามว่า เหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้งบประมาณแผ่นดินสำหรับพิธีกรรมทางศาสนาที่เกี่ยวข้องกับพิธีบรมราชาภิเษกพระเชษฐา เจ้าชายนารุฮิโตะ ขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ต่อไปในปีหน้า
"ข้าพเจ้าสงสัยว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้เงินรัฐจัดงานพิธีที่มีความเป็นศาสนาสูงมาก ๆ" เจ้าชายอากิชิโนะ ทรงมีพระดำรัสกับสื่อมวลชนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และตรัสอีกว่าพระองค์ได้ทรงแสดงความไม่เห็นด้วยไปยังผู้อำนวยการสำนักพระราชวังญี่ปุ่นแต่ "เขาไม่ฟังข้าพเจ้า"
เจ้าชายอากิชิโนะทรงมีพระดำรัสในประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันว่าการใช้เงินรัฐสำหรับพิธีบรมราชาภิเษกขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า รัฐและศาสนาควรแยกออกจากกัน พิธีดังกล่าวเรียกว่า "ไดโจไซ" ซึ่งจะจัดขึ้นเดือน พ.ย. ปีหน้า
การมีพระดำรัสในที่สาธารณะของพระองค์ถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นกำหนดห้ามไม่ให้ฝ่ายราชวงค์เข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องการเมือง
แหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นบอกกับสำนักข่าวเกียวโดว่า หากความคิดเห็นของพระองค์ถือเป็นการวิจารณ์รัฐบาล นั่นก็อาจถือว่าเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญได้
ขณะเดียวกัน ก็มีชาวญี่ปุ่นหลายคน รวมถึงกลุ่มศาสนาคริสต์และพระศาสนาพุทธ ที่กำลังเตรียมฟ้องรัฐบาลญี่ปุ่นที่ใช้เงินภาษีประชาชนไปใช้ในการจัดพิธีที่เกี่ยวกับพิธีบรมราชาภิเษกหลายพิธี
ในอดีตมีการฟ้องร้องในลักษณะคล้าย ๆ กัน เช่นในปี 1989 ที่สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบันเสด็จขึ้นครองราชย์ และการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพพระจักรพรรดิองค์ฮิโระฮิโตะเมื่อปี 1990
อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้การรับพิจารณาคดีดังกล่าวแต่อย่างใด และเมื่อวันศุกร์ รัฐบาลก็ออกมาบอกว่าจะไม่พิจารณาอะไรใหม่ในประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงอยู่

ที่มาของภาพ, AFP
เจ้าชายอากิชิโนะจะทรงดำรงอิสริยยศมกุฎราชกุมารหลังพิธีบรมราชาภิเษกพระเชษฐา เจ้าชายนารุฮิโตะ ในวันที่ 1 พ.ค. ปีหน้า โดยจะมีการจัดพิธีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเรื่อย ๆ ไปจนถึงพิธี "ไดโจไซ" ในเดือน พ.ย.
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ย้อนไปในปี 2011 เจ้าชายอากิชิโนะได้ทรงมีพระดำรัสต่อสื่อมวลชน เสนอให้ญี่ปุ่นกำหนดการเกษียณอายุของสมเด็จพระจักรพรรดิ ซึ่งหลายปีต่อมาญี่ปุ่นก็อนุมัติให้สมเด็จพระจักรพรรดิทรงสามารถสละราชสมบัติได้
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสำนักพระราชวังระบุว่า "ดูเหมือนพระองค์จะเชื่อว่าเป็นเรื่องดีที่คนทั่วไปรู้ว่ามีความคิดเห็นที่แตกต่างในราชวงค์"
เคียวชิ โยโกตะ ศาสตราจารย์กิตติคุณประจำมหาวิทยาลัยคิวชู ซึ่งเชี่ยวชาญด้านกฏหมายรัฐธรรมนูญ บอกว่า ไม่น่าจะเป็นปัญหาในเชิงกฎหมายรัฐธรรมนูญหากเชื้อพระวงค์จะแสดงความคิดเห็นเช่นนั้น
"รัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้สมเด็จพระจักรพรรดิข้องเกี่ยวกับการบริหารงานประเทศ แต่ไม่ได้ระบุถึงสมาชิกพระราชวงค์พระองค์อื่น"








