การเมืองเรื่อง “ส้นสูง” กฎล้าหลังบังคับหญิงอังกฤษ

ที่มาของภาพ, Getty Images
สภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักร เปิดอภิปรายเรื่องข้อบังคับการแต่งกายของสตรีในที่ทำงาน โดย ส.ส.หลายคนถึงกับ "ช็อก" ที่ได้รับรู้เรื่องราวของผู้หญิงที่ถูกบังคับให้ต้องสวมรองเท้าส้นสูงไปทำงาน ซึ่งถือเป็นการ "เลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง"
การอภิปรายในสภา มีขึ้นหลังจากมีผู้ร่วมลงชื่อ 152,000 คน เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณากฎหมายห้ามบังคับให้ลูกจ้างหญิงต้องสวมส้นสูงในที่ทำงาน ซึ่ง น.ส.นิโคลา ธอร์ป ลูกจ้างหญิงซึ่งทำงานในกรุงลอนดอนเป็นผู้ริเริ่มการรณรงค์หลังจากถูกนายจ้างสั่งให้กลับบ้าน เพราะไม่ยอมสวมรองเท้าส้นสูง 2-4 นิ้ว และเนื่องจากมีผู้ลงชื่อเกิน 100,000 ราย ทำให้รัฐสภาต้องนำวาระนี้เข้าสู่การอภิปราย
นางเฮเลน โจนส์ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาคำร้องนี้ กล่าวว่า "พูดได้เลยว่า เราช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน...ได้พบทัศนคติที่ย้อนไปถึงยุค 1950 หรืออาจจะเป็นยุค 1850 มากกว่าที่จะเป็นศตวรรษที่ 21"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวด้วยว่าการไต่สวนเรื่องนี้ได้เผยให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติอย่างกว้างขวางต่อสตรี รวมถึงทัศนคติที่เหมารวมว่าผู้หญิงจะต้องมีภาพลักษณ์ การแต่งตัว และการประพฤติตัวอย่างไรในที่ทำงาน และมีบ่อยครั้งที่ผู้หญิงจะถูกดูแคลนเมื่อพยายามจะท้าทายทัศนคติเหล่านั้น ซึ่งเธอเห็นว่าแม้การแก้ปัญหานี้ยังเป็นเรื่องยาวไกล แต่ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าที่เป็นอยู่
ด้านนางกิลล์ เฟอร์นิส ส.ส.จากพรรคเลเบอร์ เปิดเผยในการอภิปรายว่า ลูกสาวของเธอเองต้องประสบปัญหากระดูกอุ้งเท้าร้าวเพราะต้องสวมส้นสูงตอนไปทำงานค้าปลีก และยิ่งไปกว่านั้นเธอยังไม่ได้รับเงินชดเชย หรือเงินเบี้ยเลี้ยงกรณีเจ็บป่วย เพราะจากระยะการจ้างงานไม่นานพอ

ที่มาของภาพ, SERGEI SUPINSKY/Getty Images
ส.ส.ที่เข้าร่วมการอภิปรายยังได้รับฟังเรื่องราวอีกรายกรณี ซึ่งรวมถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกนายจ้างบอกให้ไปย้อมผมสีทอง ทั้งที่รัฐบาลเคยประกาศก่อนหน้านี้ว่า ไม่ควรมีนายจ้างรายไหนเลือกปฏิบัติต่อพนักงานบนพื้นฐานเรื่องเพศ และระเบียบการแต่งกายในที่ทำงาน "ควรมีความเหมาะสม"
ผลเสียระยะยาว
คณะกรรมาธิการพิจารณาคำร้อง ได้ตีพิมพ์รายงานผลการไต่สวนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีผู้หญิงจำนวนมากเขียนแบ่งปันเรื่องราวความเจ็บปวดจากการต้องสวมรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ถูกบอกให้สวมเสื้อผ้าเปิดเผยสรีระ และการต้องคอยเติมเครื่องสำอางเป็นประจำ

ที่มาของภาพ, Christopher Furlong/Getty Images
รายงานยังระบุว่า พบระเบียบการแต่งกายที่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างแพร่หลายและกฎหมายที่มีอยู่ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอในการปกป้องลูกจ้างจากการถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน ซึ่งคณะกรรมธิการฯ เรียกร้องให้รัฐบาลหันมาทบทวนกฎหมายใหม่ และเรียกร้องให้รัฐสภาช่วยแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในกรณีจำเป็น
การบีบบังคับแบบยุค 1970
รายงานฉบับนี้ ยังเสนอให้รัฐบาล "เพิ่มโทษอย่างเป็นรูปธรรม" เพื่อใช้ในการพิจารณาของศาลแรงงานต่อนายจ้างด้วย

ที่มาของภาพ, PA
และในส่วนของรัฐบาลเองนางแคโรไลน์ ดีนนาจ รัฐมนตรีด้านความเสมอภาค กำลังผลักดันให้นายจ้างทบทวนกฎระเบียบการแต่งกาย และล้มเลิก "ข้อบังคับแย่ ๆ จากยุค 1970" นอกจากนี้ เธอยังออกหนังสือถึงสมาคมวิชาชีพหลัก ๆ เกี่ยวกับ "การปฏิบัติในที่ทำงานซึ่งล้าหลังและกีดกันทางเพศ" ที่ถูกพบในกรณีการไต่สวนนี้ด้วย โดยกล่าวว่า "เรามีกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติในเรื่องนี้มามากกว่า 40 ปี แต่ก็ยังมีกฎระเบียบการแต่งกายแบบนี้อยู่ ทำให้ลูกจ้างหญิงต้องอดทนกับการถูกกดขี่"
"ไม่ว่าจะรองเท้าส้นสูงหรือส้นเตี้ย เราทุกคนก็ร่วมกันแสดงจุดยืน และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติแล้ว โดยคำร้องนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสาธารณะ" ผู้หญิงไม่ควรต้องถูกกำหนดให้สวมใส่สิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย หรือจะทำให้มีค่าความเสียหายตามมา โดยที่เพื่อนร่วมงานผู้ชายไม่จำเป็นต้องทำ
"ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาลประฌามข้อกำหนดเรื่องการแต่งกายเช่นนั้น ซึ่งก่อให้เกิดผลในเชิงเลือกปฏิบัติ"








