เพราะเราคู่กัน : วัฒนธรรมวายคืออะไร ทำไม #คั่นกู จึงเพิ่มความสนใจต่อ ซีรีส์ "คู่จิ้นชาย-ชาย"

"คู่จิ้นชาย-ชาย" หรือ "ชายจิ้นชาย" คือ การจับคู่ผู้ชายมารักกับผู้ชายอีกคนโดยกลุ่มผู้หญิงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ทศวรรษ 1970

ที่มาของภาพ, GMMTV

คำบรรยายภาพ, "คู่จิ้นชาย-ชาย" หรือ "ชายจิ้นชาย" คือ การจับคู่ผู้ชายมารักกับผู้ชายอีกคนโดยกลุ่มผู้หญิงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ทศวรรษ 1970
    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องโควิด-19 การหลบออกจากความเป็นจริงไปสู่โลกบันเทิงเป็นหนทางหนึ่งที่หลายคนเลือก โดยมี "ซีรีส์วาย" กลายเป็นหัวข้อที่พูดถึงทุกค่ำคืนวันศุกร์ของกลุ่มคนหนุ่มสาว

"#คั่นกู" กลายเป็น แฮชแท็กที่ขึ้นอันดับหนึ่งของไทยในทุกคืนวันศุกร์จนบางตอนช่วงเวลากลายเป็น แฮชแท็กอันดับหนึ่งของโลก เช่น ตอนที่ 5 ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา คำตอบที่ได้คือ มาจากซีรีส์วาย หรือ ในแบบ "คู่จิ้นชาย-ชาย" เรื่อง "เพราะเราคู่กัน" ละครรักโรแมนติกระหว่างนักศึกษาชายที่มีผู้ติดตามทั้งในประเทศและต่างประเทศ

บีบีซีไทยพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบันเทิงและนักวิชาการที่ศึกษาวัฒนธรรมวาย เพื่ออธิบายถึงปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ที่ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา

"เพราะเราคู่กัน" ใครคู่ใคร

สำหรับซีรีส์วายเรื่องนี้ เป็นเรื่องราววุ่นวายของ "ไทน์" ซึ่งรับบทโดย "เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร" ที่ฝันว่าจะได้เจอรักแท้ในแบบผู้ชายในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กลับต้องมาเจอ "กรีน" หนุ่มจอมตื้อ แม้ว่าจะถูกปฏิเสธแค่ไหนก็ไม่ยอมตัดใจ จนไทน์ต้องไปขอร้อง "สารวัตร" รับบทโดย "วชิรวิชญ์ ชีวอารี" ให้มาช่วยเป็นคู่รักแบบปลอม ๆ แต่ด้วยความใกล้ชิดกัน และอุปสรรคที่เข้ามาทดสอบ ทำให้ความรักระหว่างเขาทั้งสองเกิดขึ้น

การเลือกพระเอกและนายเอกในเรื่อง ผ่านเด็กหนุ่มหน้าตาดีและเคมีตรงกัน อย่าง "วชิรวิชญ์ ชีวอารี" รับบทเป็น "สารวัตร" และ "เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร" รับบทเป็น "ไทน์"

ที่มาของภาพ, GMMTV

คำบรรยายภาพ, หนึ่งในปัจจัยความสำเร็จคือ การเลือกพระเอกและนายเอกในเรื่อง ผ่านเด็กหนุ่มหน้าตาดีและเคมีตรงกัน อย่าง "วชิรวิชญ์ ชีวอารี" รับบทเป็น "สารวัตร" และ "เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร" รับบทเป็น "ไทน์"

5 ปัจจัยดันกระแสความนิยมของซีรีส์วาย "เพราะเราคู่กัน"

  • พลังแห่งการคัดเลือกตัวละคร : การเลือกพระเอกและนายเอกในเรื่อง ผ่านเด็กหนุ่มหน้าตาดีและเคมีตรงกัน อย่าง "วชิรวิชญ์ ชีวอารี" รับบทเป็น "สารวัตร" และ "เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร" รับบทเป็น "ไทน์" มาเป็นตัวแทนจินตนาการจากนิยายวายยอดนิยม และที่มีคนอยากให้นำมาทำเป็นซีรีส์ สามารถสร้างแฟนคลับได้เพิ่มขึ้นดูได้จากยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมของวชิรวิชช์เพิ่มขึ้นทะลุ 2.4 ล้านคน และของเมธวินทะลุ 1.5 ล้านคนภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน
  • เล่าเรื่องผ่านชีวิตรักนักศึกษา : นิยายหรือผลงานสร้างสรรค์แนววายมักเดินเรื่องด้วยฉากการเป็นนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเชื่อมโยงได้กับทุกกลุ่มที่เคยมีประสบการณ์ร่วมได้อย่างไม่ยากนัก
  • ลักษณะเฉพาะของงานสร้างสรรค์แบบวาย : ตามขนบวาย เรื่องราวมักเป็นแนวเบาสมอง ไม่สร้างความคาดหวังให้เกินความ สมจริง แม้ว่าระหว่างทางแห่งความรักของพระเอกและ "นายเอก" จะมีอุปสรรค ทว่าก็ถูกร้อยเรียงด้วยความหวานชื่น และนำไปสู่ความสุขในปั้นปลาย
  • สร้างประสบการณ์ชมแบบสองจอ : การออกอากาศแบบคู่ขนานทั้งในสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ที่เชื่อมต่อด้วย แฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง ผู้ผลิตซีรีส์เรื่องนี้บอกว่า เป็นการเชื้อเชิญให้เกิดการจัดงานชมละครด้วยกันผ่านโลกออนไลน์ขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกันทีมงานยังใส่คำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษสำหรับกลุ่มผู้ชมในต่างประเทศได้เข้าใจอีกด้วย
  • จากคู่จิ้นในจอสู่ชีวิตจริง : นี่ถือเป็นกลยุทธ์การต่อยอดทางธุรกิจที่จะนำเอาคู่พระเอก-นายเอก หรือคู่เด่น ๆ มาทำกิจกรรมทางการตลาด การร่วมรายการโทรทัศน์ หรือให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อเอาใจบรรดาแฟนคลับและสร้างกระแสในกลุ่มผู้ชม

วัฒนธรรมวาย "ชายจิ้นชาย" มีมาอย่างไร

"คู่จิ้นชาย-ชาย" หรือ "ชายจิ้นชาย" คือ การจับคู่ผู้ชายมารักกับผู้ชายอีกคนโดยกลุ่มผู้หญิงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ทศวรรษ 1970 โดยปรากฏในการ์ตูนผู้หญิงในญี่ปุ่น และนี่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมวายจนถึงปัจจุบัน

รศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม อาจารย์ประจำภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ผู้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังผ่านนวนิยายวาย เล่าให้บีบีซีไทยว่า คำว่า "วาย" มาจากคำภาษาญี่ปุ่นว่า "Yaoi" หรือยาโออิ การเกิดขึ้นของยาโออิ มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องหลายคำ ในบริบทของวัฒนธรรมประชานิยมในญี่ปุ่น เช่น โชเน็นไอ (shōnen-ai) จูเน่ (JUNE) และบอยส์เลิฟ (Boy's Love )

ที่มา : วารสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ ฉบับเดือน ก.ค. - ธ.ค. 2562 เรื่อง "นวนิยายยาโออิของไทย : การศึกษาเชิงวิเคราะห์" โดย นัทธนัย ประสานนาม

ผู้เขียนบทความนี้อธิบายว่า ปัจจุบันโชเน็นไอกับจูเน่ ถูกแทนที่ด้วยคำว่า "บอยส์เลิฟ" และ "ยาโออิ" ไปแล้ว แม้ว่าลักษณะของทั้งสองคำนี้จะเป็นข้อถกเถียงว่ามีความหมายบางอย่างแตกต่างกัน แต่ระยะหลังนักวิชาการจำนวนมากก็เลือกให้คำสองคำนี้มีความหมายเดียวกัน ส่วนในบริบทของไทยหลังจากรับเอาวัฒนธรรมดังกล่าวเข้ามาก็มักใช้คำว่า ยาโออิ หรือ วาย มากกว่าอีกคำ เช่นเดียวกันกับในเกาหลีใต้

งานเขียนแบบยาโออิเป็นอย่างไร

รศ.ดร.นัทธนัย เล่าว่า ยาโออิ เดิมทีเป็นงานที่เขียนขึ้นเพื่อล้อเลียนงานต้นฉบับโดยจับให้ตัวละครชายที่มีชื่อเสียง มาเขียนเรื่องใหม่โดยเพิ่มให้ตัวละครชายมีความสัมพันธ์แบบชายรักชาย โดยจะเรียกตัวละครเอกจะถูกเรียกว่า "คู่วาย" โดยฝ่ายชายที่เป็นฝ่ายรุกจะเรียกว่า "พระเอก" หรือ "เซเมะ" จะถูกออกแบบให้ดูเหมือนเป็นผู้ชายมากกว่า เช่น ขนาดตัวใหญ่กว่า สูงกว่า มีกล้ามเนื้อมากกว่า ส่วนตัวละครคู่ที่เป็นฝ่ายรับจะเรียกว่า "นายเอก" หรือ "อุเคะ" จะยังคงมีภาพลักษณ์เป็นชายแต่จะมีลักษณะภายนอกบอบบางกว่า

รศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม

ที่มาของภาพ, รศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม

คำบรรยายภาพ, รศ.ดร.นัทธนัย นักวิชาการผู้ศึกษาด้านวัฒนธรรมยาโออิมาตั้งแต่ปี 2551

สิ่งเหล่านี้มีขึ้นเพื่อสนองตอบด้านจินตนาการให้ "กลุ่มสาววาย" ทั้งที่เป็นผู้เขียนหรือผู้ผลิตผลงานแนววายและกลุ่มผู้เสพเนื้อหาด้วย ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าในยุคแรกการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมนี้ก็เพื่อสาววายและโดยสาววายโดยเฉพาะ

วัฒนธรรมวายได้แพร่ขยายมายังไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี ผ่านนิยายแปลและหนังสือการ์ตูนอยู่ในกลุ่มจำกัดเฉพาะผู้หญิง แม้ว่ามีช่วงเวลาหนึ่งต้องเผชิญกับการเข้ามาควบคุมโดยกฎหมายเนื่องจากมีเนื้อหาบางส่วนบางฉากที่เกี่ยวกับความปรารถนาทางเพศ (erotic) จึงทำให้นวนิยายของกลุ่มนี้ถูกตีวงแคบให้อยู่ภายในสมาชิกกลุ่มเว็บบอร์ดเท่านั้น

รศ.ดร.นัทธนัย บอกว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของการกลับมาของวัฒนธรรมวายในไทย คือการออกอากาศซีรีส์เรื่อง "เลิฟ ซิค เดอะ ซีรีส์ รักวุ่น วัยรุ่นแสบ (Love Sick: The Series) ในปี 2557 ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD ซึ่งเป็นการหยิบเอานิยายจากเว็บไซต์เด็กดี ดอท คอม มาทำเป็นซีรีส์ โดยเรื่องราวชีวิต ความสัมพันธ์และความรักระหว่างวัยรุ่นของนักเรียนมัธยม โดยมีตัวละครเอกเป็นชายกับชาย หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนหยิบนิยายวายมาทำซีรีส์ทางโทรทัศน์เพิ่มมากขึ้น

ทำไม "ชายได้ชายสาววายนิพพาน"

"แกรมม่า (ไวยกรณ์) หลักของวัฒนธรรมวาย คือ การสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่เพื่อตอบสนองความสุขทางจิตนาการ หรือ "การจิ้น" เมื่อตัวละครหรือบุคคลที่เป็นที่นิยมมีความสัมพันธ์กันและรักกัน" รศ.ดร.นัทธนัยกล่าว

ลักษณะพิเศษของกลุ่มสาววาย คือ การมองแบบยาโออิ (yaoi gaze) ที่จะสามารถใช้จินตนาการในการมองความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับผู้ชายมีความเป็นไปได้มากกว่าสิ่งที่คนปกติเห็น

โปสเตอร์โปรโมตซีรีย์ เพราะเราคูู่กัน

ที่มาของภาพ, GMMTV

คำบรรยายภาพ, การออกอากาศแบบคู่ขนานทั้งในสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ที่เชื่อมต่อด้วย แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดความสนใจร่วมของคนดู

"ถ้าไม่มีการมองแบบยาโออิ (yaoi gaze) เวลาเราเห็นผู้ชายตบหัวกันก็จะเข้าใจว่าพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน แต่หากว่าถ้าเป็นสาววาย กลับเห็นว่าพวกเขาสัมผัสศีรษะกันอย่างอ่อนโยน" เขาอธิบาย

ตามขนบของวาย สุนทรียภาพหรืออรรถรสหลัก ๆ ในแบบนวนิยายโรมานซ์ ที่มักพบเจออุปสรรคระหว่างทางบ้าง แต่ท้ายสุดก็จบด้วยความสุขสมหวัง จนบางครั้งเรื่องราวก็อาจจะชวนพาฝันและไม่อิงความเป็นจริงหรือความสมจริง

อย่างไรก็ตาม หลายคนมักมีคำถามเกี่ยวกับตัวละครเอกว่าใครคือ พระเอก และนายเอก นักวิชาการผู้นี้ บอกว่า ในการเสพผลงานวาย คนในกลุ่มนี้จะมี "ดวงตาที่ฝึกมาแล้ว" ที่จะสามารถแยกแยะได้ทันทีว่า ตัวละครตัวใดที่เป็น "พระเอก" และ "นายเอก" โดยผ่านบุคลิกลักษณะของตัวละคร

จากกลุ่มจำกัด สู่วงกว้าง

แรกเริ่มเดิมทีวัฒนธรรมวายอาจจะดูจำกัดเพียงแค่กลุ่มผู้หญิงเท่านั้น เพราะยุคแรก ๆ ในไทยนักเขียนนิยายวายก็เป็นกลุ่มผู้หญิง คนอ่านก็เป็นผู้หญิง แต่ปัจจุบัน วัฒนธรรมนี้ได้ขยายวงกว้างมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ฐานกลุ่มคนเสพผลงานวายเติบโตมากขึ้น ในขณะเดียวกันยังมีกลุ่มผู้อ่านผู้ชมรายใหม่เข้ามาเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง

นพณัช ชัยวิมล

ที่มาของภาพ, นพณัช ชัยวิมล

คำบรรยายภาพ, นพณัช ชัยวิมล (ซ้าย) ผู้ควบคุมการผลิตซีรีส์วาย "เพราะเราคู่กัน" ภาพนี้ถ่ายขณะทำงานผลิตซีรีส์วายอีกเรื่อง

"วัฒนธรรมวายไม่ได้อยู่ในซีรีส์หรือนิยายเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงก็มีด้วย ตัวอย่าง เพจ CuteBoy และ Sexy Boy ของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยม ก็มีการใส่บรรยากาศและกลิ่นอายของวายเข้าไป กลายเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงกระแสวายให้ไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง" รศ.ดร.นัทธนัย

ข้าม X โพสต์ , 1
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์, 1

นพณัช ชัยวิมล ผู้ควบคุมการผลิตซีรีส์วาย "เพราะเราคู่กัน" แห่งค่ายจีเอ็มเอ็มทีวี บอกกับบีบีซีไทยว่า กลุ่มคนดูซีรีส์วายเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากกลุ่มที่เคยอ่านการ์ตูน ขยายไปคนดูหน้าใหม่ในชั้นประถมปลายมาถึงมัธยมต้นเพิ่มขึ้น

"สิ่งที่ทำให้คนเริ่มมาสนใจซีรีส์วาย หรือกระแสวาย เพราะกระแสในโลกออนไลน์ เช่นการสร้างแฮชแท็ก ในระหว่างที่มีการออกอากาศ เกิดการกระตุ้นความสนใจของคนไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มผู้ติดตาม แต่ยังขยายไปยังกลุ่มใหม่ ๆ อีกด้วย" นพณัชกล่าว

ข้าม X โพสต์ , 2
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์, 2

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือ กระแสความนิยมของซีรีส์เรื่อง "เพราะเราคู่กัน" ที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้ทั้งทางโทรทัศน์และออนไลน์ อย่าง ไลน์ทีวีและยูทิวบ์ โดยมีคำบรรยายภาษาอังกฤษสำหรับผู้ชมชาวต่างประเทศอีกด้วย โดยในทุกวันศุกร์ในระหว่างซีรีส์ดังกล่าวออกอากาศได้มีเกิด แฮชแท็กเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ เช่น #คั่นกู ขึ้นติดอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ทั้งในไทยและของโลกในบางสัปดาห์

ไทยคือผู้นำวัฒนธรรมวายในภูมิภาค ?

รศ.ดร.นัทธนัย เล่าให้ฟังว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยสามารถผลักดันให้วัฒนธรรมวายของไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคหรือแม้แต่ในโลก เนื่องจากไทยไม่มีข้อจำกัดทางด้านกฎหมายในเรื่องการผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่าง จีน เกาหลีใต้ หรือแม้แต่ประเทศต้นกำเนิดวัฒนธรรมวายอย่าง ญี่ปุ่น

"ปัจจัยหลักที่ทำให้วายกลายเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมเป็นวงกว้างคือ การผสานสื่อ (media convergence) เพราะผู้ผลิตซีรีส์วาย เป็นบริษัทสื่อครบวงจร เช่น การนำนักแสดงไปปรากฏตัวในเทศกาลหนังสือ เพื่อแนะนำนิยายวายที่นำมาทำเป็นซีรีส์ การนำเอาคู่วายออกรายการทีวี แต่งเพลง ทำมิวสิควิดีโอ หรือว่าจัดกิจกรรมพบปะบรรดาแฟนคลับทั้งในประเทศและต่างประเทศ" เขาอธิบาย

นพณัช เล่าให้ฟังอีกว่า ความสำเร็จของซีรีส์วายที่ จีเอ็มเอ็มทีวีเคยผลิตและได้รับความนิยมอย่าง "SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง" ก็คือการเปิดตลาดใหม่ ด้วยการการจัด "แฟนมีต" ในเกือบทุกประเทศประเทศในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น จีน ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน

อย่างก็ตาม เขาหวังว่า ภายหลังการระบาดของโรคโควิด-19 สิ้นสุดลงอาจจะมีโอกาสจัดแฟนมีตติ้งสำหรับซีรีส์เรื่อง "เพราะเราคู่กัน" ในต่างประเทศเช่นกัน

งานสร้างสรรค์ LGBTQ กับ วาย ต่างกันอย่างไร

ในแวดวงวิชาการยังมีข้อถกเถียงกันว่า งานเขียนหรืองานสร้างสรรค์วายว่าจะจัดเข้ากลุ่ม วรรณกรรมเกย์ได้หรือไม่

รศ.ดร.นัทธนัย เคยอธิบายในประเด็นนี้ใน วารสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ประจำเดือน กรกฎาคม - ธันวาคม 2562 ว่า ไม่อาจจัดเข้ากลุ่มวรรณกรรมเกย์ได้อย่างสนิทจากคำจำกัดความที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นยาโออิ โดยบทความนี้ได้ยกคำจำกัดความของวรรณกรรมเกย์ที่ให้โดยราชบัณฑิตยสภาว่า

"วรรณกรรมเกย์หรือวรรณกรรมชายรักชาย คือ วรรณกรรมที่เน้นความสัมพันธ์ทางเพศหรือความรักใคร่ระหว่างผู้ชายด้วยกัน วรรณกรรมชายรักชายส่วนใหญ่ถูกอำพรางด้วยภาษที่เป็นรหัส และการสื่อสารในรูปแบบแอบแฝงระหว่างพวกเกย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สังคมและกหมายในโลกตะวันตกถือว่ารักร่วมเพศเป็นสิ่งต้องห้าม"

เด็กชมการถ่ายทำซีรีย์

ที่มาของภาพ, นพณัช ชัยวิมล

คำบรรยายภาพ, โปรดิวเซอร์ซีรีส์วายแห่งค่ายจีเอ็มเอ็มทีวี บอกกับบีบีซีไทยว่า กลุ่มคนดูซีรีส์วายเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากกลุ่มที่เคยอ่านการ์ตูน ขยายไปคนดูหน้าใหม่ในชั้นประถมปลายมาถึงมัธยมต้นเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ นักวิชาการรายนี้ยังอธิบายเพิ่มเติมถึงบริบทที่แตกต่างอีกอย่างคือ วรรณกรรมหรืองานสร้างสรรค์ยาโออิจะไม่เน้นนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตในลักษณะที่เป็นเกย์อย่างละเอียด เช่น การไม่นำเสนอหรือวิพากษ์การหาคู่นอน หรือการรณรงค์เพื่อความหลากหลายทางเพศ เรื่องสุขอนามัยทางเพศ ที่พบอยู่บ่อยครั้งในผลงานหรืองานสร้างสรรค์ของเกย์

อย่างไรก็ตาม เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีผลงานวายออกมามากขึ้นก็ทำให้คนทั่วไปได้เห็นภาพของความรักของเพศเดียวกันมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้มีประเด็นที่เป็นกระบอกเสียงด้านสิทธิของคนรักเพศเดียวกันก็ตาม

ส.ส. กอล์ฟ ก้าวไกล

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. สมาชิกพรรคก้าวไกล หนึ่งในผู้ที่ขับเคลื่อนและรณรงค์สิทธิของกลุ่มเพศทางเลือก หรือ LGBTQ และมีประสบการณ์ในแวดวงภาพยนตร์และอุตสาหกรรมบันเทิง บอกกับบีบีซีไทยว่า สังคมของวายแตกต่างจากสังคมหรือความเข้าใจเรื่อง LGBTQ ในแง่การพูดถึงสิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ คือ บุคคลคนนั้นรักชอบในเพศเดียวกัน หรือมีความลื่นไหลทางเพศ

"ตามขนบของวาย ผู้ชายที่พบชอบผู้ชายด้วยกันในซีรีส์วาย คือ ผู้ชายที่ปกติชอบผู้หญิง แต่ชอบผู้ชายคนนี้คนเดียว และขนบของการเล่านิยายวายหรือซีรีส์วาย ก็จะเล่าในรูปแบบนิยายโรมานซ์แบบผู้ชายผู้หญิง คือ การเปลี่ยนนางเอง เป็นนายเอก โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเล่าเรื่องสิทธิของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ" เธออธิบาย

โคว้ต คำพูดของ กอล์ฟ

ส.ส. ข้ามเพศคนแรกของรัฐสภาไทยผู้นี้ กล่าวอีกว่า แต่นั่นไม่ได้แปลว่า นิยายวาย หรือซีรีส์วายทั้งหมดเป็นรูปแบบเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาเธออ่านนิยายวายและซีรีส์วายหลายเรื่องก็พูดถึงการแต่งงานของเพศเดียวกัน การยอมรับของครอบครัวของพ่อแม่ บางเรื่องยังพูดถึงสภาพสังคมที่ครอบครัวยอมรับไม่ได้ และกล่าวถึงการเรียนรู้ที่จะยอมรับของความรักของเพศเดียวกัน

"ถึงแม้ว่าสาววายหรือคนที่นิยมดูจะปฏิเสธว่าเป็นคนละเรื่องกับ LGBT ได้ยากที่จะแยกขาดจากกัน เพราะว่า ในสังคมที่เราต้องต่อสู้เพื่อความรัก ก็ต้องพูดถึงการยอมรับทางสังคม ตรงนี้มองว่าเป็นคุณประโยชน์ของเกิดการพัฒนาการรับรู้ของความเป็นมนุษย์ที่มีความหลากหลายในสังคม" เธอกล่าว

นักแสดงซีรีส์วาย คิดอย่างไรต่อประเด็น LGBT

ด้านเมธวิน ผู้รับบทเป็น ไทน์ หนึ่งในตัวละครนำในซีรีส์วายเรื่องนี้บอกกับบีบีซีไทยถึงความเห็นต่อกลุ่ม LGBT จากประสบการณ์ร่วมแสดงซีรีส์วายในครั้งแรกครั้งนี้ ว่า เป็นบทบาทที่มีความท้าทายว่าจะเป็นไปตามจินตนาการของคนชมที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้หรือไม่

คำพูดของวิน

"พอได้ลงไปเป็นตัวละครจริง ๆ แล้วเราเชื่ออย่างนั้น มันก็มีมุมให้เข้าใจ LGBT นะครับ เข้าใจว่า เออคนที่มันเปลี่ยนจากการชอบผู้หญิงมาชอบผู้ชายมันก็คงมีความรู้สึกแบบนี้นี่เอง ผมว่าเรื่องนี้คงบอกว่า ความรักมันมีหลายรูปแบบ และมันไม่เกี่ยวกับเพศอะไรด้วยครับ" เขากล่าว

ขณะที่ วชิรวิชญ์ ผู้รับบทเป็นสารวัตร บอกว่า เขาไม่ได้สนใจว่าเป็นซีรีส์วายหรือไม่วาย สิ่งที่่เขาสนใจคือคาแรคเตอร์ของเรื่องมากกว่า และไม่ได้กังวลเรื่องรสนิยมทางเพศของตัวละคร แต่กังวลว่า ต้องเล่นบทนี้ให้ดีที่สุดเพราะเป็นความคาดหวังของคนดูมากกว่า

คำพูดของไบร์ท

"สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ ความรักมันทำให้คนเรายอมทำอะไรได้ทุกอย่างจริง ๆ ทุ่มเทเพื่อใครสักคน แบบที่สารวัตรมีให้ไทน์ หรือการเรียนรู้ที่จะยอมรับความรู้สึกตัวเองของไทน์ด้วย แล้วได้เรียนรู้เรื่องความรักของกลุ่ม LGBT ที่สังคมควรต้องเปิดกว้างยอมรับให้มากขึ้นด้วย ไม่ว่าเพศไหนก็ควรจะมีเรื่องรักที่น่ารัก ๆ แบบคู่กันครับ" เขาอธิบายถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานครั้งนี้