เพราะเราคู่กัน : วัฒนธรรมวายคืออะไร ทำไม #คั่นกู จึงเพิ่มความสนใจต่อ ซีรีส์ "คู่จิ้นชาย-ชาย"

ที่มาของภาพ, GMMTV
- Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องโควิด-19 การหลบออกจากความเป็นจริงไปสู่โลกบันเทิงเป็นหนทางหนึ่งที่หลายคนเลือก โดยมี "ซีรีส์วาย" กลายเป็นหัวข้อที่พูดถึงทุกค่ำคืนวันศุกร์ของกลุ่มคนหนุ่มสาว
"#คั่นกู" กลายเป็น แฮชแท็กที่ขึ้นอันดับหนึ่งของไทยในทุกคืนวันศุกร์จนบางตอนช่วงเวลากลายเป็น แฮชแท็กอันดับหนึ่งของโลก เช่น ตอนที่ 5 ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา คำตอบที่ได้คือ มาจากซีรีส์วาย หรือ ในแบบ "คู่จิ้นชาย-ชาย" เรื่อง "เพราะเราคู่กัน" ละครรักโรแมนติกระหว่างนักศึกษาชายที่มีผู้ติดตามทั้งในประเทศและต่างประเทศ
บีบีซีไทยพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบันเทิงและนักวิชาการที่ศึกษาวัฒนธรรมวาย เพื่ออธิบายถึงปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ที่ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
"เพราะเราคู่กัน" ใครคู่ใคร
สำหรับซีรีส์วายเรื่องนี้ เป็นเรื่องราววุ่นวายของ "ไทน์" ซึ่งรับบทโดย "เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร" ที่ฝันว่าจะได้เจอรักแท้ในแบบผู้ชายในรั้วมหาวิทยาลัย แต่กลับต้องมาเจอ "กรีน" หนุ่มจอมตื้อ แม้ว่าจะถูกปฏิเสธแค่ไหนก็ไม่ยอมตัดใจ จนไทน์ต้องไปขอร้อง "สารวัตร" รับบทโดย "วชิรวิชญ์ ชีวอารี" ให้มาช่วยเป็นคู่รักแบบปลอม ๆ แต่ด้วยความใกล้ชิดกัน และอุปสรรคที่เข้ามาทดสอบ ทำให้ความรักระหว่างเขาทั้งสองเกิดขึ้น

ที่มาของภาพ, GMMTV
5 ปัจจัยดันกระแสความนิยมของซีรีส์วาย "เพราะเราคู่กัน"
- พลังแห่งการคัดเลือกตัวละคร : การเลือกพระเอกและนายเอกในเรื่อง ผ่านเด็กหนุ่มหน้าตาดีและเคมีตรงกัน อย่าง "วชิรวิชญ์ ชีวอารี" รับบทเป็น "สารวัตร" และ "เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร" รับบทเป็น "ไทน์" มาเป็นตัวแทนจินตนาการจากนิยายวายยอดนิยม และที่มีคนอยากให้นำมาทำเป็นซีรีส์ สามารถสร้างแฟนคลับได้เพิ่มขึ้นดูได้จากยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมของวชิรวิชช์เพิ่มขึ้นทะลุ 2.4 ล้านคน และของเมธวินทะลุ 1.5 ล้านคนภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน
- เล่าเรื่องผ่านชีวิตรักนักศึกษา : นิยายหรือผลงานสร้างสรรค์แนววายมักเดินเรื่องด้วยฉากการเป็นนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเชื่อมโยงได้กับทุกกลุ่มที่เคยมีประสบการณ์ร่วมได้อย่างไม่ยากนัก
- ลักษณะเฉพาะของงานสร้างสรรค์แบบวาย : ตามขนบวาย เรื่องราวมักเป็นแนวเบาสมอง ไม่สร้างความคาดหวังให้เกินความ สมจริง แม้ว่าระหว่างทางแห่งความรักของพระเอกและ "นายเอก" จะมีอุปสรรค ทว่าก็ถูกร้อยเรียงด้วยความหวานชื่น และนำไปสู่ความสุขในปั้นปลาย
- สร้างประสบการณ์ชมแบบสองจอ : การออกอากาศแบบคู่ขนานทั้งในสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ที่เชื่อมต่อด้วย แฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง ผู้ผลิตซีรีส์เรื่องนี้บอกว่า เป็นการเชื้อเชิญให้เกิดการจัดงานชมละครด้วยกันผ่านโลกออนไลน์ขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกันทีมงานยังใส่คำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษสำหรับกลุ่มผู้ชมในต่างประเทศได้เข้าใจอีกด้วย
- จากคู่จิ้นในจอสู่ชีวิตจริง : นี่ถือเป็นกลยุทธ์การต่อยอดทางธุรกิจที่จะนำเอาคู่พระเอก-นายเอก หรือคู่เด่น ๆ มาทำกิจกรรมทางการตลาด การร่วมรายการโทรทัศน์ หรือให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อเอาใจบรรดาแฟนคลับและสร้างกระแสในกลุ่มผู้ชม
วัฒนธรรมวาย "ชายจิ้นชาย" มีมาอย่างไร
"คู่จิ้นชาย-ชาย" หรือ "ชายจิ้นชาย" คือ การจับคู่ผู้ชายมารักกับผู้ชายอีกคนโดยกลุ่มผู้หญิงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่ทศวรรษ 1970 โดยปรากฏในการ์ตูนผู้หญิงในญี่ปุ่น และนี่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมวายจนถึงปัจจุบัน
รศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม อาจารย์ประจำภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ผู้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังผ่านนวนิยายวาย เล่าให้บีบีซีไทยว่า คำว่า "วาย" มาจากคำภาษาญี่ปุ่นว่า "Yaoi" หรือยาโออิ การเกิดขึ้นของยาโออิ มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องหลายคำ ในบริบทของวัฒนธรรมประชานิยมในญี่ปุ่น เช่น โชเน็นไอ (shōnen-ai) จูเน่ (JUNE) และบอยส์เลิฟ (Boy's Love )
ที่มา : วารสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ ฉบับเดือน ก.ค. - ธ.ค. 2562 เรื่อง "นวนิยายยาโออิของไทย : การศึกษาเชิงวิเคราะห์" โดย นัทธนัย ประสานนาม
ผู้เขียนบทความนี้อธิบายว่า ปัจจุบันโชเน็นไอกับจูเน่ ถูกแทนที่ด้วยคำว่า "บอยส์เลิฟ" และ "ยาโออิ" ไปแล้ว แม้ว่าลักษณะของทั้งสองคำนี้จะเป็นข้อถกเถียงว่ามีความหมายบางอย่างแตกต่างกัน แต่ระยะหลังนักวิชาการจำนวนมากก็เลือกให้คำสองคำนี้มีความหมายเดียวกัน ส่วนในบริบทของไทยหลังจากรับเอาวัฒนธรรมดังกล่าวเข้ามาก็มักใช้คำว่า ยาโออิ หรือ วาย มากกว่าอีกคำ เช่นเดียวกันกับในเกาหลีใต้
งานเขียนแบบยาโออิเป็นอย่างไร
รศ.ดร.นัทธนัย เล่าว่า ยาโออิ เดิมทีเป็นงานที่เขียนขึ้นเพื่อล้อเลียนงานต้นฉบับโดยจับให้ตัวละครชายที่มีชื่อเสียง มาเขียนเรื่องใหม่โดยเพิ่มให้ตัวละครชายมีความสัมพันธ์แบบชายรักชาย โดยจะเรียกตัวละครเอกจะถูกเรียกว่า "คู่วาย" โดยฝ่ายชายที่เป็นฝ่ายรุกจะเรียกว่า "พระเอก" หรือ "เซเมะ" จะถูกออกแบบให้ดูเหมือนเป็นผู้ชายมากกว่า เช่น ขนาดตัวใหญ่กว่า สูงกว่า มีกล้ามเนื้อมากกว่า ส่วนตัวละครคู่ที่เป็นฝ่ายรับจะเรียกว่า "นายเอก" หรือ "อุเคะ" จะยังคงมีภาพลักษณ์เป็นชายแต่จะมีลักษณะภายนอกบอบบางกว่า

ที่มาของภาพ, รศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม
สิ่งเหล่านี้มีขึ้นเพื่อสนองตอบด้านจินตนาการให้ "กลุ่มสาววาย" ทั้งที่เป็นผู้เขียนหรือผู้ผลิตผลงานแนววายและกลุ่มผู้เสพเนื้อหาด้วย ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าในยุคแรกการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมนี้ก็เพื่อสาววายและโดยสาววายโดยเฉพาะ
วัฒนธรรมวายได้แพร่ขยายมายังไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี ผ่านนิยายแปลและหนังสือการ์ตูนอยู่ในกลุ่มจำกัดเฉพาะผู้หญิง แม้ว่ามีช่วงเวลาหนึ่งต้องเผชิญกับการเข้ามาควบคุมโดยกฎหมายเนื่องจากมีเนื้อหาบางส่วนบางฉากที่เกี่ยวกับความปรารถนาทางเพศ (erotic) จึงทำให้นวนิยายของกลุ่มนี้ถูกตีวงแคบให้อยู่ภายในสมาชิกกลุ่มเว็บบอร์ดเท่านั้น
รศ.ดร.นัทธนัย บอกว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของการกลับมาของวัฒนธรรมวายในไทย คือการออกอากาศซีรีส์เรื่อง "เลิฟ ซิค เดอะ ซีรีส์ รักวุ่น วัยรุ่นแสบ (Love Sick: The Series) ในปี 2557 ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD ซึ่งเป็นการหยิบเอานิยายจากเว็บไซต์เด็กดี ดอท คอม มาทำเป็นซีรีส์ โดยเรื่องราวชีวิต ความสัมพันธ์และความรักระหว่างวัยรุ่นของนักเรียนมัธยม โดยมีตัวละครเอกเป็นชายกับชาย หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนหยิบนิยายวายมาทำซีรีส์ทางโทรทัศน์เพิ่มมากขึ้น
ทำไม "ชายได้ชายสาววายนิพพาน"
"แกรมม่า (ไวยกรณ์) หลักของวัฒนธรรมวาย คือ การสร้างเรื่องขึ้นมาใหม่เพื่อตอบสนองความสุขทางจิตนาการ หรือ "การจิ้น" เมื่อตัวละครหรือบุคคลที่เป็นที่นิยมมีความสัมพันธ์กันและรักกัน" รศ.ดร.นัทธนัยกล่าว
ลักษณะพิเศษของกลุ่มสาววาย คือ การมองแบบยาโออิ (yaoi gaze) ที่จะสามารถใช้จินตนาการในการมองความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับผู้ชายมีความเป็นไปได้มากกว่าสิ่งที่คนปกติเห็น

ที่มาของภาพ, GMMTV
"ถ้าไม่มีการมองแบบยาโออิ (yaoi gaze) เวลาเราเห็นผู้ชายตบหัวกันก็จะเข้าใจว่าพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน แต่หากว่าถ้าเป็นสาววาย กลับเห็นว่าพวกเขาสัมผัสศีรษะกันอย่างอ่อนโยน" เขาอธิบาย
ตามขนบของวาย สุนทรียภาพหรืออรรถรสหลัก ๆ ในแบบนวนิยายโรมานซ์ ที่มักพบเจออุปสรรคระหว่างทางบ้าง แต่ท้ายสุดก็จบด้วยความสุขสมหวัง จนบางครั้งเรื่องราวก็อาจจะชวนพาฝันและไม่อิงความเป็นจริงหรือความสมจริง
อย่างไรก็ตาม หลายคนมักมีคำถามเกี่ยวกับตัวละครเอกว่าใครคือ พระเอก และนายเอก นักวิชาการผู้นี้ บอกว่า ในการเสพผลงานวาย คนในกลุ่มนี้จะมี "ดวงตาที่ฝึกมาแล้ว" ที่จะสามารถแยกแยะได้ทันทีว่า ตัวละครตัวใดที่เป็น "พระเอก" และ "นายเอก" โดยผ่านบุคลิกลักษณะของตัวละคร
จากกลุ่มจำกัด สู่วงกว้าง
แรกเริ่มเดิมทีวัฒนธรรมวายอาจจะดูจำกัดเพียงแค่กลุ่มผู้หญิงเท่านั้น เพราะยุคแรก ๆ ในไทยนักเขียนนิยายวายก็เป็นกลุ่มผู้หญิง คนอ่านก็เป็นผู้หญิง แต่ปัจจุบัน วัฒนธรรมนี้ได้ขยายวงกว้างมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ฐานกลุ่มคนเสพผลงานวายเติบโตมากขึ้น ในขณะเดียวกันยังมีกลุ่มผู้อ่านผู้ชมรายใหม่เข้ามาเติมเต็มอย่างต่อเนื่อง

ที่มาของภาพ, นพณัช ชัยวิมล
"วัฒนธรรมวายไม่ได้อยู่ในซีรีส์หรือนิยายเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงก็มีด้วย ตัวอย่าง เพจ CuteBoy และ Sexy Boy ของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยม ก็มีการใส่บรรยากาศและกลิ่นอายของวายเข้าไป กลายเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงกระแสวายให้ไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง" รศ.ดร.นัทธนัย
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
นพณัช ชัยวิมล ผู้ควบคุมการผลิตซีรีส์วาย "เพราะเราคู่กัน" แห่งค่ายจีเอ็มเอ็มทีวี บอกกับบีบีซีไทยว่า กลุ่มคนดูซีรีส์วายเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากกลุ่มที่เคยอ่านการ์ตูน ขยายไปคนดูหน้าใหม่ในชั้นประถมปลายมาถึงมัธยมต้นเพิ่มขึ้น
"สิ่งที่ทำให้คนเริ่มมาสนใจซีรีส์วาย หรือกระแสวาย เพราะกระแสในโลกออนไลน์ เช่นการสร้างแฮชแท็ก ในระหว่างที่มีการออกอากาศ เกิดการกระตุ้นความสนใจของคนไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มผู้ติดตาม แต่ยังขยายไปยังกลุ่มใหม่ ๆ อีกด้วย" นพณัชกล่าว
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือ กระแสความนิยมของซีรีส์เรื่อง "เพราะเราคู่กัน" ที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้ทั้งทางโทรทัศน์และออนไลน์ อย่าง ไลน์ทีวีและยูทิวบ์ โดยมีคำบรรยายภาษาอังกฤษสำหรับผู้ชมชาวต่างประเทศอีกด้วย โดยในทุกวันศุกร์ในระหว่างซีรีส์ดังกล่าวออกอากาศได้มีเกิด แฮชแท็กเกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ เช่น #คั่นกู ขึ้นติดอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ทั้งในไทยและของโลกในบางสัปดาห์
ไทยคือผู้นำวัฒนธรรมวายในภูมิภาค ?
รศ.ดร.นัทธนัย เล่าให้ฟังว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยสามารถผลักดันให้วัฒนธรรมวายของไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคหรือแม้แต่ในโลก เนื่องจากไทยไม่มีข้อจำกัดทางด้านกฎหมายในเรื่องการผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่าง จีน เกาหลีใต้ หรือแม้แต่ประเทศต้นกำเนิดวัฒนธรรมวายอย่าง ญี่ปุ่น
"ปัจจัยหลักที่ทำให้วายกลายเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมเป็นวงกว้างคือ การผสานสื่อ (media convergence) เพราะผู้ผลิตซีรีส์วาย เป็นบริษัทสื่อครบวงจร เช่น การนำนักแสดงไปปรากฏตัวในเทศกาลหนังสือ เพื่อแนะนำนิยายวายที่นำมาทำเป็นซีรีส์ การนำเอาคู่วายออกรายการทีวี แต่งเพลง ทำมิวสิควิดีโอ หรือว่าจัดกิจกรรมพบปะบรรดาแฟนคลับทั้งในประเทศและต่างประเทศ" เขาอธิบาย
นพณัช เล่าให้ฟังอีกว่า ความสำเร็จของซีรีส์วายที่ จีเอ็มเอ็มทีวีเคยผลิตและได้รับความนิยมอย่าง "SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง" ก็คือการเปิดตลาดใหม่ ด้วยการการจัด "แฟนมีต" ในเกือบทุกประเทศประเทศในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น จีน ฟิลิปปินส์ เมียนมา สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และไต้หวัน
อย่างก็ตาม เขาหวังว่า ภายหลังการระบาดของโรคโควิด-19 สิ้นสุดลงอาจจะมีโอกาสจัดแฟนมีตติ้งสำหรับซีรีส์เรื่อง "เพราะเราคู่กัน" ในต่างประเทศเช่นกัน
งานสร้างสรรค์ LGBTQ กับ วาย ต่างกันอย่างไร
ในแวดวงวิชาการยังมีข้อถกเถียงกันว่า งานเขียนหรืองานสร้างสรรค์วายว่าจะจัดเข้ากลุ่ม วรรณกรรมเกย์ได้หรือไม่
รศ.ดร.นัทธนัย เคยอธิบายในประเด็นนี้ใน วารสารวิชาการหอสมุดแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ประจำเดือน กรกฎาคม - ธันวาคม 2562 ว่า ไม่อาจจัดเข้ากลุ่มวรรณกรรมเกย์ได้อย่างสนิทจากคำจำกัดความที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นยาโออิ โดยบทความนี้ได้ยกคำจำกัดความของวรรณกรรมเกย์ที่ให้โดยราชบัณฑิตยสภาว่า
"วรรณกรรมเกย์หรือวรรณกรรมชายรักชาย คือ วรรณกรรมที่เน้นความสัมพันธ์ทางเพศหรือความรักใคร่ระหว่างผู้ชายด้วยกัน วรรณกรรมชายรักชายส่วนใหญ่ถูกอำพรางด้วยภาษที่เป็นรหัส และการสื่อสารในรูปแบบแอบแฝงระหว่างพวกเกย์ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สังคมและกฎหมายในโลกตะวันตกถือว่ารักร่วมเพศเป็นสิ่งต้องห้าม"

ที่มาของภาพ, นพณัช ชัยวิมล
นอกจากนี้ นักวิชาการรายนี้ยังอธิบายเพิ่มเติมถึงบริบทที่แตกต่างอีกอย่างคือ วรรณกรรมหรืองานสร้างสรรค์ยาโออิจะไม่เน้นนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตในลักษณะที่เป็นเกย์อย่างละเอียด เช่น การไม่นำเสนอหรือวิพากษ์การหาคู่นอน หรือการรณรงค์เพื่อความหลากหลายทางเพศ เรื่องสุขอนามัยทางเพศ ที่พบอยู่บ่อยครั้งในผลงานหรืองานสร้างสรรค์ของเกย์
อย่างไรก็ตาม เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีผลงานวายออกมามากขึ้นก็ทำให้คนทั่วไปได้เห็นภาพของความรักของเพศเดียวกันมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้มีประเด็นที่เป็นกระบอกเสียงด้านสิทธิของคนรักเพศเดียวกันก็ตาม
ส.ส. กอล์ฟ ก้าวไกล
ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. สมาชิกพรรคก้าวไกล หนึ่งในผู้ที่ขับเคลื่อนและรณรงค์สิทธิของกลุ่มเพศทางเลือก หรือ LGBTQ และมีประสบการณ์ในแวดวงภาพยนตร์และอุตสาหกรรมบันเทิง บอกกับบีบีซีไทยว่า สังคมของวายแตกต่างจากสังคมหรือความเข้าใจเรื่อง LGBTQ ในแง่การพูดถึงสิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ คือ บุคคลคนนั้นรักชอบในเพศเดียวกัน หรือมีความลื่นไหลทางเพศ
"ตามขนบของวาย ผู้ชายที่พบชอบผู้ชายด้วยกันในซีรีส์วาย คือ ผู้ชายที่ปกติชอบผู้หญิง แต่ชอบผู้ชายคนนี้คนเดียว และขนบของการเล่านิยายวายหรือซีรีส์วาย ก็จะเล่าในรูปแบบนิยายโรมานซ์แบบผู้ชายผู้หญิง คือ การเปลี่ยนนางเอง เป็นนายเอก โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเล่าเรื่องสิทธิของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ" เธออธิบาย

ส.ส. ข้ามเพศคนแรกของรัฐสภาไทยผู้นี้ กล่าวอีกว่า แต่นั่นไม่ได้แปลว่า นิยายวาย หรือซีรีส์วายทั้งหมดเป็นรูปแบบเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาเธออ่านนิยายวายและซีรีส์วายหลายเรื่องก็พูดถึงการแต่งงานของเพศเดียวกัน การยอมรับของครอบครัวของพ่อแม่ บางเรื่องยังพูดถึงสภาพสังคมที่ครอบครัวยอมรับไม่ได้ และกล่าวถึงการเรียนรู้ที่จะยอมรับของความรักของเพศเดียวกัน
"ถึงแม้ว่าสาววายหรือคนที่นิยมดูจะปฏิเสธว่าเป็นคนละเรื่องกับ LGBT ได้ยากที่จะแยกขาดจากกัน เพราะว่า ในสังคมที่เราต้องต่อสู้เพื่อความรัก ก็ต้องพูดถึงการยอมรับทางสังคม ตรงนี้มองว่าเป็นคุณประโยชน์ของเกิดการพัฒนาการรับรู้ของความเป็นมนุษย์ที่มีความหลากหลายในสังคม" เธอกล่าว
นักแสดงซีรีส์วาย คิดอย่างไรต่อประเด็น LGBT
ด้านเมธวิน ผู้รับบทเป็น ไทน์ หนึ่งในตัวละครนำในซีรีส์วายเรื่องนี้บอกกับบีบีซีไทยถึงความเห็นต่อกลุ่ม LGBT จากประสบการณ์ร่วมแสดงซีรีส์วายในครั้งแรกครั้งนี้ ว่า เป็นบทบาทที่มีความท้าทายว่าจะเป็นไปตามจินตนาการของคนชมที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้หรือไม่

"พอได้ลงไปเป็นตัวละครจริง ๆ แล้วเราเชื่ออย่างนั้น มันก็มีมุมให้เข้าใจ LGBT นะครับ เข้าใจว่า เออคนที่มันเปลี่ยนจากการชอบผู้หญิงมาชอบผู้ชายมันก็คงมีความรู้สึกแบบนี้นี่เอง ผมว่าเรื่องนี้คงบอกว่า ความรักมันมีหลายรูปแบบ และมันไม่เกี่ยวกับเพศอะไรด้วยครับ" เขากล่าว
ขณะที่ วชิรวิชญ์ ผู้รับบทเป็นสารวัตร บอกว่า เขาไม่ได้สนใจว่าเป็นซีรีส์วายหรือไม่วาย สิ่งที่่เขาสนใจคือคาแรคเตอร์ของเรื่องมากกว่า และไม่ได้กังวลเรื่องรสนิยมทางเพศของตัวละคร แต่กังวลว่า ต้องเล่นบทนี้ให้ดีที่สุดเพราะเป็นความคาดหวังของคนดูมากกว่า

"สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ ความรักมันทำให้คนเรายอมทำอะไรได้ทุกอย่างจริง ๆ ทุ่มเทเพื่อใครสักคน แบบที่สารวัตรมีให้ไทน์ หรือการเรียนรู้ที่จะยอมรับความรู้สึกตัวเองของไทน์ด้วย แล้วได้เรียนรู้เรื่องความรักของกลุ่ม LGBT ที่สังคมควรต้องเปิดกว้างยอมรับให้มากขึ้นด้วย ไม่ว่าเพศไหนก็ควรจะมีเรื่องรักที่น่ารัก ๆ แบบคู่กันครับ" เขาอธิบายถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานครั้งนี้









