3 องค์กรวิชาชีพตำรวจ ออกแถลงการณ์หนุนตำรวจผู้ทำคดี ส.ว. "ทรงเอ"

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เคลื่อนไหวด้วยการจัดการแถลงข่าววันนี้ (13 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส. )

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เคลื่อนไหวด้วยการจัดการแถลงข่าววันนี้ (13 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส. )

สมาคมองค์กรวิชาชีพตำรวจ 3 องค์กร ได้แก่ สมาคมตำรวจ สมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และสมาคมพนักงานสอบสวน ออกแถลงการณ์ร่วมหนุนกระบวนการทำคดีของนายตำรวจผู้ทำคดี ส.ว. คนดัง ที่ถูกกล่าวหาพัวพันขบวนการค้ายาเสพติดและฟอกเงิน พร้อมให้กำลังใจตำรวจที่ยืนหยัดในหลักการ

"ขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติชอบ และจะยืนหยัดตามหลักการของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนโดยเสมอภาคต่อไป" แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ที่ลงนามโดยนายกสมาคมตำรวจทั้ง 3 องค์กร ไล่เรียงประเด็นข้อกฎหมายที่ปรากฏในหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงถึงกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมของ พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท กรณีการร้องขอหมายจับและการเพิกถอนหมายจับ นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ถูกพาดพิงจากกรณีนี้

เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า พ.ต.ท. มานะพงษ์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้เคยดำเนินการขอหมายจับนายทุน มิน ลัต พร้อมพวกรวม 9 คน ถูกจับกุมไปแล้ว 5 คน ดังนั้น ตำรวจไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนหรือพนักงานสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้อง ย่อมมีอำนาจร้องขอให้ศาลออกหมายจับได้

ส่วนการออกหมายจับคดียาเสพติด ปัจจุบันการออกหมายต้องนำข้อมูลลงระบบ CRIME ของตำรวจที่เชื่อมกับระบบศาล ทำให้ปัญหาการออกหมายลอยไม่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ ตามกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ให้ขออนุมัติจับกุมต่อศาลก่อน จึงจะไปขออนุมัติแจ้งข้อหาต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. ดังนั้น จึงถือว่าหมายจับที่ศาลออกให้ก่อนจะได้รับอนุมัติจาก ป.ป.ส. ให้แจ้งข้อหาย่อมเป็นหมายจับที่ชอบด้วยกฎหมาย

เนื้อหาจากสมาคมตำรวจ ยังอ้างอิงกรณีในอดีตที่เคยมีการยื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายจับอดีตอธิบดีดีเอสไอ แต่ศาลยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นอำนาจเฉพาะผู้พิพากษาที่เมื่อสั่งคำร้องโดยชอบแล้วย่อมมิอาจเพิกถอนได้

"ศาลใช้ดุลพินิจชอบด้วยกฎหมายแล้วควรต้องปฏิบัติตาม... ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อศาลพิจารณาออกหมายจับสมาชิกวุฒิสภาไปโดยชอบแล้ว การจะสั่งหรือเพิกถอนในภายหลังจะต้องมีเหตุตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบเป็นหลักในการพิจารณา หาใช่อ้างเพียงเหตุหลงผิด"

สมาคมตำรวจ

ที่มาของภาพ, สมาคมตำรวจ

คำบรรยายภาพ, แถลงการณ์ของสมาคมวิชาชีพตำรวจ 3 องค์กร ที่มีนายกสมาคมเป็นนายตำรวจยศพลตำรวจตรี และพลตำรวจเอก

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. รองโฆษกอัยการสูงสุดย้ำ ส.ว. ชื่อดังที่ถูกพาดพิงในคดี "ค้ายาเสพติด- ฟอกเงิน" ในเครือข่าย ตุน มิน ลัต ยังเป็น "แค่ผู้ถูกกล่าวหา" ต้องใช้เวลาในรายละเอียดอีก

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักอัยการสูงสุด (อสส.) ชี้แจ้งผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MCOT HD เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ถึงความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับเครือข่าย ตุน มิน ลัต ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สำนวนเกี่ยวข้องกับ นายทุน มิน ลัต กับพวกรวม 10 คน ส่วนอีกสำนวนเกี่ยวข้องกับ ส.ว. ชื่อดัง ซึ่งรองโฆษก อสส. ยืนยันว่า นายอุปกิต ปาจรียางกูร ซึ่งเป็น ส.ว. ที่ถูกพาดพิง เป็นเพียง "แค่ผู้ถูกกล่าวหา" ตามการร้องทุกข์กล่าวโทษของ พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท โดยที่ยังไม่มีการ "แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ"

"สำนวนชุดแรก สำนักงานคดียาเสพติด 9 ได้ยื่นฟ้องที่ศาลอาญาไปแล้ว โดยมีนัดสืบพยานในเดือน มิ.ย. และในอีกสำนวนหนึ่งได้รับเป็นคดีนอกราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 26 ม.ค. และมีการให้แนะนำการสอบสวนเพิ่มเติมใน 4 ประเด็นสำคัญ จากอัยการสูงสุด"

รองโฆษก อสส. อธิบายเกี่ยวกับเงื่อนเวลาที่เนิ่นช้าในการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการว่า มีสาเหตุมาจากมีพยานหลักฐานบางส่วนที่จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วนชัดเจน แต่สำหรับสำนวนแรกมีระยะเวลาฝากขังตามกฎหมายที่ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ทันในระยะเวลาฝากขังภายหลังมีการควบคุมตัวผู้ต้องหา

"ผมได้รับรายงานจาก (นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์) รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน แจ้งให้ทางโฆษกฯ ทราบว่า ไม่ได้ช้าเพราะการสอบสวนในบางเรื่องต้องใช้ระยะเวลา แต่ในรายละเอียดต้องขอสงวนไว้" นายโกศลวัฒน์ อธิบายในรายการโทรทัศน์

"รังสิมันต์ โรม" เชื่อมีความพยายามล้มคดีพัวพัน ส.ว. ชื่อดัง

รังสิมันต์ โรม

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เคลื่อนไหวด้วยการจัดการแถลงข่าววันนี้ (13 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส. ) โดยย้ำว่าได้ดำเนินการที่สุดเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ภายใต้กรอบกฎหมายที่จะสมควรแล้ว

ส.ส. พรรคก้าวไกลรายนี้ ได้ย้อนถึงสาระของจดหมายลงวันที่ 5 มี.ค. 2566 เขียนที่ สถานีตำรวจนครบาลพญาไท เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องขอออกหมายจับ นายอุปกิต ปาจรียางกูร และการเพิกถอนหมายจับ ส่งถึงนายปุณณะ จงนิมิตสถาพร กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ทำให้เชื่อได้ว่า มีความพยายามในการล้มคดีอย่างชัดเจน ผ่านการช่วยเหลือของอดีตนายตำรวจยศสูงรายหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้ยังไม่มีการดำเนินคดีกับ ส.ว.รายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะระบุถึงชื่อของบุคคลดังกล่าว เพียงบอกว่า ชื่อจริงขึ้นต้นด้วย ส.

ภาพประกอบ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของนายรังสิมันต์ เป็นผลสืบเนื่องจากการเผยแพร่เอกสารชุดนี้ทางบัญชีเฟซบุ๊กของตัวเองเมื่อ 11 มี.ค. โดยบรรยายว่า “เรื่องนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมีคำตอบ ไม่ว่าจะศาลและตำรวจ กระบวนการยุติธรรมของเรามันเน่าเฟะขนาดนี้ได้ยังไง ต้องปัดกวาดตัวเองให้เรียบร้อยได้แล้ว ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเชื่อถือได้ยังไง”

เอกสารฉบับดังกล่าวเป็นจดหมายที่ตำรวจนายหนึ่งทำถึงกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) รายหนึ่ง ลำดับเหตุการณ์การออกหมายจับ และเพิกถอนหมายจับนายอุปกิต ปาจรียางกูร วุฒิสมาชิก จากข้อกล่าวหา “ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและการฟอกเงิน”

บีบีซีไทยก็ได้รับสำเนาจดหมายนี้เช่นกันจำนวน 1 ชุด และได้ตรวจสอบความถูกต้องไปที่ พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ซึ่งเป็นผู้ชี้แจงในเอกสารดังกล่าว ได้รับคำยืนยันทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ (11 มี.ค.) ว่า “เป็นเอกสารจริง ที่ทำและส่งจริง" พร้อมยืนยันว่า เขาไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่เอกสารดังกล่าว

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ถูกนายอุปกิตฟ้องร้องต่อศาลอาญาเมื่อ 17 ก.พ. ในคดีหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท สองวันหลังนายรังสิมันต์กล่าวในสภาผู้แทนราษฎร ในหัวข้อ ‘เช็กบิลไทยดำ-จีนเทา’ ระหว่างการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายอุปกิตมองว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทเขา โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 1 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น.

เงียบ-ไร้ความคืบหน้า แม้ว่าผ่านมาแล้วกว่า 162 วัน

ในการแถลงข่าว นายรังสิมันต์ กล่าวย้ำถึงข้อสังเกตจากการพิจารณากันแบบยุติธรรมต่อทุกฝ่าย คดีดังกล่าวที่ถือว่าเป็นคดีนอกราชฯ แต่ถูกแยกออกเป็นสองสำนวนและอาจจะมีรายละเอียดที่ต่างกัน ทว่า ระยะเวลาในการดำเนินการดูเหมือนทำให้ดูเนิ่นช้า

อุปกิต ปาจรียางกูร

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นายอุปกิต ปาจรียางกูร

"วันที่มีการถอนหมายจับคือวันที่ 3 ต.ค.-1 พ.ย. นับเป็นระยะเวลาถึง 28 วัน และนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึงวันนี้ (23 มี.ค.) รวมกับสมัยประชุมรัฐสภาออก 120 วัน เวลาทั้งหมดก็เป็นกว่า 162 วัน จึงตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใดคดีดังกล่าวจึงมีความเคลื่อนไหวล่าช้า ไม่มีความคืบหน้า" เขาระบุ

นอกจากนี้เขายังฝากไปถึง ผบ.ตร., รองอัยการสูงสุดที่ดูแลคดีนี้ และคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ให้พิจารณาคดีนี้โดยยึดประโยชน์ของชาติ

"จากเท่าที่สัมผัสและก็เสาะหาข้อเท็จจริงหลาย ๆ อย่าง ผมได้ข่าวมาว่า ผบ.ตร. เป็นคนดี แต่ผมก็ต้องบอกเลยว่า คนดีที่ไม่มีอะไร ไม่มีประโยชน์ แล้วสุดท้าย มันก็ไม่ต่างจากคนไม่ดี เพราะวันนี้ท่านต้องปัดกวาดบ้านของท่าน...ดังนั้นใช้โอกาสนี้ปัดกวาดให้เป็นประโยชน์" เขากล่าวย้ำ

จะเดินหน้าต่ออย่างไร

สำหรับแนวทางในการเคลื่อนไหวต่อไปของ ส.ส. ฝ่ายค้านรายนี้ คือ การยื่นเรื่องถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะเชื่อว่าการดำเนินการของตุลาการทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย อธิบดีผู้พิพากษา, รองอธิบดีผู้พิพากษา และผู้พิพากษาเวร ที่นั่งบัลลังก์ในการพิจารณาเพิกถอนหมายจับ ส.ว. คนดังกล่าว

ภาพแถลงข่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นายรังสิมันต์ระบุว่า พฤติการดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประกอบด้วย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 28 อนุ 2 และยังมีในเรื่องของความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172

"ผมเข้าใจว่า ป.ป.ช. ก็จะมีการส่งเรื่องไปที่ กต. เพื่อวินิจฉัยต่อไป แต่ก็หวังว่าหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จะดำเนินการได้อย่างรวดเร็วต่อไป" เขากล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เขาได้ยื่นหนังสือถึง ก.ต. แล้วเพื่อให้ตรวจสอบตุลาการทั้ง 3 รายแล้ว