3 องค์กรวิชาชีพตำรวจ ออกแถลงการณ์หนุนตำรวจผู้ทำคดี ส.ว. "ทรงเอ"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
สมาคมองค์กรวิชาชีพตำรวจ 3 องค์กร ได้แก่ สมาคมตำรวจ สมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และสมาคมพนักงานสอบสวน ออกแถลงการณ์ร่วมหนุนกระบวนการทำคดีของนายตำรวจผู้ทำคดี ส.ว. คนดัง ที่ถูกกล่าวหาพัวพันขบวนการค้ายาเสพติดและฟอกเงิน พร้อมให้กำลังใจตำรวจที่ยืนหยัดในหลักการ
"ขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติชอบ และจะยืนหยัดตามหลักการของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนโดยเสมอภาคต่อไป" แถลงการณ์ระบุ
แถลงการณ์ที่ลงนามโดยนายกสมาคมตำรวจทั้ง 3 องค์กร ไล่เรียงประเด็นข้อกฎหมายที่ปรากฏในหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงถึงกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมของ พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท กรณีการร้องขอหมายจับและการเพิกถอนหมายจับ นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ถูกพาดพิงจากกรณีนี้
เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า พ.ต.ท. มานะพงษ์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้เคยดำเนินการขอหมายจับนายทุน มิน ลัต พร้อมพวกรวม 9 คน ถูกจับกุมไปแล้ว 5 คน ดังนั้น ตำรวจไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนหรือพนักงานสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้อง ย่อมมีอำนาจร้องขอให้ศาลออกหมายจับได้
ส่วนการออกหมายจับคดียาเสพติด ปัจจุบันการออกหมายต้องนำข้อมูลลงระบบ CRIME ของตำรวจที่เชื่อมกับระบบศาล ทำให้ปัญหาการออกหมายลอยไม่อาจเกิดขึ้นได้
ทั้งนี้ ตามกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ให้ขออนุมัติจับกุมต่อศาลก่อน จึงจะไปขออนุมัติแจ้งข้อหาต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. ดังนั้น จึงถือว่าหมายจับที่ศาลออกให้ก่อนจะได้รับอนุมัติจาก ป.ป.ส. ให้แจ้งข้อหาย่อมเป็นหมายจับที่ชอบด้วยกฎหมาย
เนื้อหาจากสมาคมตำรวจ ยังอ้างอิงกรณีในอดีตที่เคยมีการยื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายจับอดีตอธิบดีดีเอสไอ แต่ศาลยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นอำนาจเฉพาะผู้พิพากษาที่เมื่อสั่งคำร้องโดยชอบแล้วย่อมมิอาจเพิกถอนได้
"ศาลใช้ดุลพินิจชอบด้วยกฎหมายแล้วควรต้องปฏิบัติตาม... ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อศาลพิจารณาออกหมายจับสมาชิกวุฒิสภาไปโดยชอบแล้ว การจะสั่งหรือเพิกถอนในภายหลังจะต้องมีเหตุตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบเป็นหลักในการพิจารณา หาใช่อ้างเพียงเหตุหลงผิด"

ที่มาของภาพ, สมาคมตำรวจ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. รองโฆษกอัยการสูงสุดย้ำ ส.ว. ชื่อดังที่ถูกพาดพิงในคดี "ค้ายาเสพติด- ฟอกเงิน" ในเครือข่าย ตุน มิน ลัต ยังเป็น "แค่ผู้ถูกกล่าวหา" ต้องใช้เวลาในรายละเอียดอีก
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักอัยการสูงสุด (อสส.) ชี้แจ้งผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง MCOT HD เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ถึงความคืบหน้าของการดำเนินคดีกับเครือข่าย ตุน มิน ลัต ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สำนวนเกี่ยวข้องกับ นายทุน มิน ลัต กับพวกรวม 10 คน ส่วนอีกสำนวนเกี่ยวข้องกับ ส.ว. ชื่อดัง ซึ่งรองโฆษก อสส. ยืนยันว่า นายอุปกิต ปาจรียางกูร ซึ่งเป็น ส.ว. ที่ถูกพาดพิง เป็นเพียง "แค่ผู้ถูกกล่าวหา" ตามการร้องทุกข์กล่าวโทษของ พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท โดยที่ยังไม่มีการ "แจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ"
"สำนวนชุดแรก สำนักงานคดียาเสพติด 9 ได้ยื่นฟ้องที่ศาลอาญาไปแล้ว โดยมีนัดสืบพยานในเดือน มิ.ย. และในอีกสำนวนหนึ่งได้รับเป็นคดีนอกราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 26 ม.ค. และมีการให้แนะนำการสอบสวนเพิ่มเติมใน 4 ประเด็นสำคัญ จากอัยการสูงสุด"
รองโฆษก อสส. อธิบายเกี่ยวกับเงื่อนเวลาที่เนิ่นช้าในการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการว่า มีสาเหตุมาจากมีพยานหลักฐานบางส่วนที่จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วนชัดเจน แต่สำหรับสำนวนแรกมีระยะเวลาฝากขังตามกฎหมายที่ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ทันในระยะเวลาฝากขังภายหลังมีการควบคุมตัวผู้ต้องหา
"ผมได้รับรายงานจาก (นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์) รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน แจ้งให้ทางโฆษกฯ ทราบว่า ไม่ได้ช้าเพราะการสอบสวนในบางเรื่องต้องใช้ระยะเวลา แต่ในรายละเอียดต้องขอสงวนไว้" นายโกศลวัฒน์ อธิบายในรายการโทรทัศน์
"รังสิมันต์ โรม" เชื่อมีความพยายามล้มคดีพัวพัน ส.ว. ชื่อดัง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เคลื่อนไหวด้วยการจัดการแถลงข่าววันนี้ (13 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส. ) โดยย้ำว่าได้ดำเนินการที่สุดเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ภายใต้กรอบกฎหมายที่จะสมควรแล้ว
ส.ส. พรรคก้าวไกลรายนี้ ได้ย้อนถึงสาระของจดหมายลงวันที่ 5 มี.ค. 2566 เขียนที่ สถานีตำรวจนครบาลพญาไท เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องขอออกหมายจับ นายอุปกิต ปาจรียางกูร และการเพิกถอนหมายจับ ส่งถึงนายปุณณะ จงนิมิตสถาพร กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ทำให้เชื่อได้ว่า มีความพยายามในการล้มคดีอย่างชัดเจน ผ่านการช่วยเหลือของอดีตนายตำรวจยศสูงรายหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้ยังไม่มีการดำเนินคดีกับ ส.ว.รายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะระบุถึงชื่อของบุคคลดังกล่าว เพียงบอกว่า ชื่อจริงขึ้นต้นด้วย ส.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของนายรังสิมันต์ เป็นผลสืบเนื่องจากการเผยแพร่เอกสารชุดนี้ทางบัญชีเฟซบุ๊กของตัวเองเมื่อ 11 มี.ค. โดยบรรยายว่า “เรื่องนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมีคำตอบ ไม่ว่าจะศาลและตำรวจ กระบวนการยุติธรรมของเรามันเน่าเฟะขนาดนี้ได้ยังไง ต้องปัดกวาดตัวเองให้เรียบร้อยได้แล้ว ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเชื่อถือได้ยังไง”
เอกสารฉบับดังกล่าวเป็นจดหมายที่ตำรวจนายหนึ่งทำถึงกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) รายหนึ่ง ลำดับเหตุการณ์การออกหมายจับ และเพิกถอนหมายจับนายอุปกิต ปาจรียางกูร วุฒิสมาชิก จากข้อกล่าวหา “ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและการฟอกเงิน”
บีบีซีไทยก็ได้รับสำเนาจดหมายนี้เช่นกันจำนวน 1 ชุด และได้ตรวจสอบความถูกต้องไปที่ พ.ต.ท. มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ สารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ซึ่งเป็นผู้ชี้แจงในเอกสารดังกล่าว ได้รับคำยืนยันทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ (11 มี.ค.) ว่า “เป็นเอกสารจริง ที่ทำและส่งจริง" พร้อมยืนยันว่า เขาไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่เอกสารดังกล่าว
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ถูกนายอุปกิตฟ้องร้องต่อศาลอาญาเมื่อ 17 ก.พ. ในคดีหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท สองวันหลังนายรังสิมันต์กล่าวในสภาผู้แทนราษฎร ในหัวข้อ ‘เช็กบิลไทยดำ-จีนเทา’ ระหว่างการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายอุปกิตมองว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทเขา โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 1 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น.
เงียบ-ไร้ความคืบหน้า แม้ว่าผ่านมาแล้วกว่า 162 วัน
ในการแถลงข่าว นายรังสิมันต์ กล่าวย้ำถึงข้อสังเกตจากการพิจารณากันแบบยุติธรรมต่อทุกฝ่าย คดีดังกล่าวที่ถือว่าเป็นคดีนอกราชฯ แต่ถูกแยกออกเป็นสองสำนวนและอาจจะมีรายละเอียดที่ต่างกัน ทว่า ระยะเวลาในการดำเนินการดูเหมือนทำให้ดูเนิ่นช้า

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
"วันที่มีการถอนหมายจับคือวันที่ 3 ต.ค.-1 พ.ย. นับเป็นระยะเวลาถึง 28 วัน และนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึงวันนี้ (23 มี.ค.) รวมกับสมัยประชุมรัฐสภาออก 120 วัน เวลาทั้งหมดก็เป็นกว่า 162 วัน จึงตั้งข้อสังเกตว่า เพราะเหตุใดคดีดังกล่าวจึงมีความเคลื่อนไหวล่าช้า ไม่มีความคืบหน้า" เขาระบุ
นอกจากนี้เขายังฝากไปถึง ผบ.ตร., รองอัยการสูงสุดที่ดูแลคดีนี้ และคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ให้พิจารณาคดีนี้โดยยึดประโยชน์ของชาติ
"จากเท่าที่สัมผัสและก็เสาะหาข้อเท็จจริงหลาย ๆ อย่าง ผมได้ข่าวมาว่า ผบ.ตร. เป็นคนดี แต่ผมก็ต้องบอกเลยว่า คนดีที่ไม่มีอะไร ไม่มีประโยชน์ แล้วสุดท้าย มันก็ไม่ต่างจากคนไม่ดี เพราะวันนี้ท่านต้องปัดกวาดบ้านของท่าน...ดังนั้นใช้โอกาสนี้ปัดกวาดให้เป็นประโยชน์" เขากล่าวย้ำ
จะเดินหน้าต่ออย่างไร
สำหรับแนวทางในการเคลื่อนไหวต่อไปของ ส.ส. ฝ่ายค้านรายนี้ คือ การยื่นเรื่องถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะเชื่อว่าการดำเนินการของตุลาการทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย อธิบดีผู้พิพากษา, รองอธิบดีผู้พิพากษา และผู้พิพากษาเวร ที่นั่งบัลลังก์ในการพิจารณาเพิกถอนหมายจับ ส.ว. คนดังกล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายรังสิมันต์ระบุว่า พฤติการดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประกอบด้วย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 28 อนุ 2 และยังมีในเรื่องของความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
"ผมเข้าใจว่า ป.ป.ช. ก็จะมีการส่งเรื่องไปที่ กต. เพื่อวินิจฉัยต่อไป แต่ก็หวังว่าหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จะดำเนินการได้อย่างรวดเร็วต่อไป" เขากล่าว
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เขาได้ยื่นหนังสือถึง ก.ต. แล้วเพื่อให้ตรวจสอบตุลาการทั้ง 3 รายแล้ว








