ยูเครนใช้โดรนโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิดรัสเซียครั้งใหญ่ ส่งสารสำคัญอย่างไรต่อรัสเซียและชาติตะวันตก ?

ที่มาของภาพ, Ukraine Presidential Press Service/EPA-EFE/Shutterstock
- Author, พอล อดัมส์ และยาโรสลาฟ ลูคิฟ
- Role, ผู้สื่อข่าวสายการทูตบีบีซี และบีบีซีนิวส์
- Reporting from, กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน
ยูเครนระบุว่าประสบความสำเร็จในการโจมตีระยะไกลครั้งใหญ่ที่สุดต่อรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1มิ.ย.) หลังจากใช้โดรนที่ลักลอบเข้าประเทศปฏิบัติการโจมตีเครื่องบินรบของรัสเซีย 40 ลำ ในฐานทัพทหาร 4 แห่ง
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยว่ามีการใช้โดรน 117 ลำในปฏิบัติการที่ชื่อว่า "ใยแมงมุม" (Spider's Web) โดยเอสบียู (SBU) หน่วยงานความมั่นคงของยูเครนได้โจมตี "เครื่องบินบรรทุกขีปนาวุธร่อนยุทธศาสตร์ [ของรัสเซีย] ไปราว 34%"
ขณะที่รัสเซียยืนยันว่าถูกยูเครนโจมตีในห้าภูมิภาค พร้อมระบุว่านี่คือ "การกระทำของผู้ก่อการร้าย"
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่ตัวแทนของรัสเซียและยูเครนกำลังจะเดินทางสู่นครอิสตันบูลของตุรกี เพื่อเตรียมเจรจาสันติภาพเป็นครั้งที่สองในวันจันทร์ (2 มิ.ย.)
การเจรจาดังกล่าวมีความคาดหวังในระดับต่ำ เพราะทั้งสองฝ่ายที่ทำสงครามกันยังคงห่างไกลว่าจะยุติสงครามกันได้อย่างไร
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เปิดฉากรุนรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ. 2022 ขณะนี้รัสเซียยึดครองดินแดนของยูเครนไปได้แล้ว 20% รวมถึงคาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้ที่ถูกรัสเซียผนวกไปตั้งแต่ปี 2014
เซเลนสกีโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียหลายโพสต์เมื่อวันอาทิตย์ ระบุว่าเขาแสดงความยินดีกับ วาซิล มัลยุค หัวหน้าหน่วย SBU ที่ประสบ "ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ" ในปฏิบัติการครั้งนี้
เขาเปิดเผยว่าที่โดรนทั้ง 117 ลำ แต่ละตัวมีนักบินประจำ
"สิ่งที่น่าสนใจที่สุด ที่ตอนนี้เราเปิดเผยต่อสาธารณะได้แล้ว คือ 'สำนักงาน' สำหรับปฏิบัติการของเราในดินแดนรัสเซียได้จัดตั้งอยู่ติดกับหน่วย FSB [หน่วยความมั่นคงกลางของรัสเซีย] ของรัสเซีย ในหนึ่งในภูมิภาคของพวกเขา" ประธานาธิบดียูเครน ระบุ
หน่วยความมั่นคงกลางของรัสเซีย หรือ FSB คือหน่วยงานความมั่นคงของรัฐที่ทรงพลังของรัสเซีย
เซเลนสกียังเปิดเผยอีกว่าบรรดาคนที่ร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ ถูก "นำตัว" ออกจากรัสเซียอย่างปลอดภัย ก่อนที่จะมีการโจมตี
แหล่งข่าวใน SBU บอกกับบีบีซีผ่านแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ ( 1 มิ.ย.) ระบุว่าฐานทัพอากาศของรัสเซีย 4 แห่ง ซึ่งสองแห่งในนั้นอยู่ห่างจากยูเครนหลายพันไมล์ถูกโจมตี โดยฐานทัพเหล่านั้นประกอบด้วย
- ฐานทัพเบลายา (Belaya) ในแคว้นอีร์คุตสค์ ของไซบีเรีย
- ฐานทัพโอเลนยา (Olenya) เมืองมูรมันสค์ ในตะวันตกเฉียงเหนือสุดของรัสเซีย
- ฐานทัพเดียกิเลโว (Dyagilevo) ในเมืองเรียซาน
- ฐานทัพอิวาโนโว (Ivanovo) ในเมืองอิวาโนโว
แหล่งข่าวในหน่วย SBU ยังเปิดเผยอีกว่า อากาศยานรัสเซียที่ถูกโจมตีนั้น มีทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดที่มีความสามารถทางนิวเคลียร์ Tu-95 และ Tu-22M3 รวมถึงเครื่องบินรบเตือนภัยล่วงหน้า A-50 ด้วย
พวกเขายังอธิบายปฏิบัติการทั้งหมดด้วยว่า "มีความซับซ้อนมากทางด้านโลจิสติกส์"
"หน่วย SBU เริ่มจากการลักลอบนำโดรนเอฟพีวี (FPV) เข้ารัสเซีย ก่อนจะลักลอบนำตู้เคบินไม้ขนาดเล็กที่เคลื่อนย้ายได้เข้าไปในประเทศ เมื่อเข้ามาในดินแดนรัสเซียแล้ว โดรนทั้งหมดได้ถูกนำซ่อนไว้ใต้หลังคาของตู้เคบินเหล่านี้ซึ่งตั้งอยู่บนรถบรรทุกสินค้าอีกทีหนึ่ง"
"เมื่อถึงเวลา หลังคาของตู้เคบินไม้เหล่านี้ถูกสั่งงานทางไกลให้เปิดออก และโดรนในนั้นก็เริ่มขึ้นบินเพื่อโจมตีเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซีย"
อิกอร์ คอบเซฟ ผู้ว่าการเมืองอีร์คุตสค์ ยืนยันว่าโดรนที่โจมตีฐานทัพเบลายา (Belaya) ในไซบีเรีย บินขึ้นจากรถบรรทุก ขณะที่สื่อรัสเซียหลายแห่งรายงานว่าการโจมตีในฐานทัพอื่น ๆ ก็เริ่มต้นจากการปล่อยโดรนออกจากรถบรรทุกเช่นกัน โดยมีคำบอกเล่าหนึ่งระบุว่าโดรนเหล่านี้บินออกจากรถบรรทุกยี่ห้อคามาซ (Kamaz) ใกล้กับสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง
สื่อรัสเซียยังรายงานถึงการโจมตีในเมืองมูรมันสค์ แต่ก็บอกว่ามีระบบป้องกันภัยทางอากาศทำงานอยู่ในเวลานั้นและยังรายงานถึงการโจมตีในเมืองอีร์คุตสค์เช่นกัน

ที่มาของภาพ, SBU Source
เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังยูเครนเปิด "ปฏิบัติการใยแมงมุม" ?
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ยืนยันผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ (1 มิ.ย.) ว่าฐานทัพอากาศในห้าภูมิภาคของประเทศถูกโจมตี
เขาอ้างว่า "การโจมตีทั้งหมดถูกสกัดได้" ในฐานทัพอากาศของกองทัพที่ภูมิภาคอิวาโนโว เรียซาน และอามูร์ ซึ่งฐานทัพสุดท้ายที่เขาอ้างถึง ไม่มีในรายชื่อฐานทัพที่แหล่งข่าวจากหน่วย SBU ของยูเครนบอกกับบีบีซี
ส่วนในเมืองมูรมันสค์และอีร์คุตสค์ "อากาศยานหลายลำถูกเผาไหม้" หลังจากโดรนขึ้นบินในพื้นที่ใกล้เคียง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัสเซียเปิดเผย
เขาให้ข้อมูลด้วยว่าไฟจากการเผาไหม้ดับลงแล้ว และไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย พร้อมเสริมว่า "ผู้เข้าร่วมในการโจมตีของผู้ก่อการร้ายครั้งนี้บางคนถูกควบคุมตัวแล้ว"
ในขณะเดียวกัน ทางการยูเครนก็ระบุว่ามีโดรนจำนวน 472 ลำ และขีปนาวุธ 7 ลูก เกี่ยวข้องกับการโจมตียูเครนเมื่อคืนที่ผ่านมา
การโจมตีครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่สุดของรัสเซียเช่นกัน โดยฝ่ายยูเครนระบุว่าสามารถทำให้เป้าหมายทางอากาศ 385 ลำ "สิ้นประสิทธิภาพการทำลายล้าง" (neutralised) ไปได้
และอีกเหตุการณ์ที่ตามมา กองกำลังภาคพื้นดินของยูเครนระบุว่ามีทหารเสียชีวิต 12 คน และบาดเจ็บอีก 60 คน จากการทิ้งขีปนาวุธของรัสเซียที่ศูนย์ฝึกอบรม
พลเอกมิไคโล ดราปาตี ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของยูเครน ยื่นใบลาออกจากนั้นไม่นาน เขาระบุว่าการตัดสินใจของเขา "เกิดขึ้นจากความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น
ปฏิบัติการนี้ส่งสารอย่างไรไปถึงรัสเซียและชาติตะวันตก ?
บทวิเคราะห์โดย พอล อดัมส์ ผู้สื่อข่าวสายการทูตบีบีซี
คงไม่เกินจริงที่จะกล่าวว่าการโจมตีของยูเครนต่อกองทัพอากาศรัสเซียทั่วประเทศ เป็นความกล้าบ้าบิ่น หรือความเฉลียวฉลาดอย่างแท้จริง
เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า สิ่งที่ยูเครนกล่าวอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 แสนล้านบาท) เป็นจริงหรือไม่ แต่ชัดเจนว่า "ปฏิบัติการใยแมงมุม" ดังกล่าว อย่างน้อยที่สุดก็เป็นชัยชนะทางการโฆษณาชวนเชื่อที่น่าทึ่ง
ชาวยูเครนเปรียบเทียบการโจมตีครั้งนี้กับความสำเร็จทางการทหารอื่น ๆ ของยูเครนนับตั้งแต่ที่ถูกรัสเซียรุกรานอย่างเต็มรูปแบบ เช่น การจมเรือรบมอสควา" (Moskva) เรือธงแห่งกองเรือทะเลดำของรัสเซีย และการทิ้งระเบิดสะพานเคิร์ชในปี 2022 รวมถึงการใช้ขีปนาวุธโจมตีท่าเรือเซวัสโตปอล (Sevastopol) ในปีถัดมา
หากพิจารณาจากข้อมูลที่สื่อได้รับจาก SBU หน่วยข่าวกรองทางการทหารของยูเครน ปฏิบัติการครั้งล่าสุดนับว่าประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญมากที่สุดเท่าที่ผ่านมา
มีข้อมูลว่าปฏิบัติการดังกล่าวใช้เวลาเตรียมการถึง 18 เดือน โดรนขนาดเล็กจำนวนมากถูกลักลอบเข้าไปในรัสเซีย โดยถูกเก็บซ่อนไว้ในช่องพิเศษบนรถบรรทุกสินค้าที่ขับไปยังสถานที่อย่างน้อย 4 แห่งซึ่งอยู่ห่างกันหลายพันไมล์ และถูกควบคุมจากระยะไกลในการส่งพวกมันไปยังฐานทัพอากาศใกล้เคียง
"ไม่มีปฏิบัติการทางข่าวกรองใดในโลกที่ทำเช่นนี้มาก่อน" เซอร์ฮี คุซาน นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ยูเครเนียนทีวี (Ukrainian TV)
"เครื่องบินทิ้งระเบิดที่เป็นยุทธศาสตร์เหล่านี้สามารถโจมตีพวกเราในระยะไกลได้" เขาระบุ "นี่มีแค่ 120 ตัว แต่เราโจมตีไป 40 แล้ว นับเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง"
เป็นการยากที่จะประเมินความเสียหาย แต่โอเล็กซานเดอร์ โควาเลนโก บล็อกเกอร์ทหารชาวยูเครน ระบุว่า ต่อให้เครื่องบินทิ้งระเบิดและอากาศยานที่ใช้สั่งการและควบคุมจะไม่ถูกทำลาย ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็มหาศาลอยู่ดี
"ความเสียหายดังกล่าวส่งผลไปถึงโครงข่ายอุตสาหกรรมทางการทหารของรัสเซีย ที่ในสถานะปัจจุบัน ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถฟื้นฟูได้ในระยะเวลาอันใกล้" เขาระบุผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม (Telegram)
เขากล่าวต่อด้วยว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดบรรทุกขีปนาวุธสำคัญที่อาจจะเผชิญปัญหา ได้แก่ เครื่องบินรุ่น Tu-95, Tu-22, และ Tu-160 ซึ่งเขาระบุว่าไม่มีการผลิตแล้ว ดังนั้นการซ่อมแซมพวกมันจะยากลำบาก ในขณะที่การหาเครื่องบินลำใหม่มาแทนที่ก็เป็นไปไม่ได้เลย
นอกจากนี้ เขาเปิดเผยว่าการสูญเสียเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง Tu-160 ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมากเป็นพิเศษ
"วันนี้สิ่งที่กองทัพอากาศและอวกาศรัสเซีย (Russian Aerospace Forces) สูญเสีย ไม่ใช่เพียงอากาศยานสองลำที่หายากที่สุดที่พวกเขามีเท่านั้น แต่พวกเขาสูญเสียยูนิคอร์นสองตัวในฝูงไปจริง ๆ" เขาระบุ
นอกจากผลกระทบทางกายภาพ ซึ่งข้อเท็จจริงอาจจะเทียบเท่ากับที่เหล่านักวิเคราะห์ประเมินในบทความชิ้นนี้หรือไม่ก็ได้นั้น ปฏิบัติการใยแมงมุม (Operation Spider's Web) ยังส่งสารสำคัญอีกประการ ซึ่งไม่เพียงส่งไปถึงรัสเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มประเทศตะวันตกที่เป็นพันธมิตรของยูเครน
สเวียโตสลาฟ โคเมนโก ผู้สื่อข่าวบีบีซี เขียนถึงการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐในกรุงเคียฟเมื่อไม่นานมานี้ลงในเว็บไซต์ของบีบีซียูเครน เขาระบุว่าเจ้าหน้าที่รู้สึกผิดหวัง
"ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด" เจ้าหน้าที่บอกกับสเวียโตสลาฟ "คือชาวอเมริกันเชื่อไปแล้วว่าพวกเราแพ้สงคราม และจากข้อสรุปแบบนั้น สิ่งต่าง ๆ เลยตามมา"
อิลเลีย โพโนมาเรนโก ผู้สื่อข่าวด้านกลาโหมชาวยูเครน โพสต์บนแอปพลิเคชันเอ็กซ์ (X) โดยอ้างถึงการเผชิญหน้าระหว่างสองประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี และโดนัล ทรัมป์ ในห้องทำงานรูปไข่ (Oval office)
"นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชาติที่มีความภาคภูมิใจที่ถูกโจมตี ไม่ฟังคำต่าง ๆ เหล่านี้: 'ยูเครนเหลือเวลาอีกแค่หกเดือน' 'คุณไม่มีไพ่ในมือ' 'ยอมแพ้เสียเถอะเพื่อสันติภาพ รัสเซียแพ้ไม่ได้'"
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข้อความทวีตจากวารสาร "บิสซิเนส ยูเครน" (Business Ukraine) ที่ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า "กลายเป็นว่ายูเครนยังมีไพ่อยู่บ้าง วันนี้เซเลนสกีทิ้งไพ่ 'ราชาแห่งโดรน' (King of Drones) ออกมา"
นี่คือข้อความที่ผู้แทนชาวยูเครนยืนยันในขณะที่พวกเขาเดินทางถึงนครอิสตันบูลของตุรกีเพื่อเจรจาหยุดยิงรอบใหม่กับตัวแทนจากรัฐบาลรัสเซีย ข้อความที่ว่าคือ "ยูเครนยังคงอยู่ในการต่อสู้"
ชาวอเมริกัน "เริ่มทำราวกับว่าบทบาทของพวกเขาคือการต่อรองให้พวกเรายอมแพ้อย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" เจ้าหน้าที่ทางการของยูเครนบอกกับสเวียโตสลาฟ โคเมนโก
"แล้วพวกเขาก็มาขุ่นเคืองเมื่อเราไม่ขอบคุณ แต่แน่นอนว่าเราไม่ [ขอบคุณ] อยู่แล้ว เพราะเราไม่เชื่อว่าเราจะแพ้"
แม้รัสเซียจะก้าวหน้าอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องในสมรภูมิการสู้รบที่ดอนบาส (Donbas) แต่ยูเครนกำลังบอกกับรัสเซียและฝ่ายบริหารของทรัมป์ว่า อย่ามองข้ามโอกาสของรัฐบาลยูเครนไปอย่างง่ายดายนัก












