การบินไทยแข็งแกร่งแล้วหรือไม่ หลังฟื้นฟูกิจการผ่านไป 3 ปี จนกล้าซื้อฝูงบินใหม่ 45 ลำ

2022/08/12: A Thai Airways (TG) Airbus A330 is parked around transit buses outside a departure gate at Suvarnabhumi International Airport (BKK)

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, ปณิศา เอมโอชา
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

การบินไทยประกาศซื้อเครื่องบินเสริมทัพ 45 ลำ หวังทวงสัดส่วนการแข่งขันในตลาดคืน ขณะที่บริษัททำกำไรต่อเนื่องหลายไตรมาส และ “ไม่ได้มีการผิดนัด (ชำระหนี้) ตามแผนแต่ประการใด” ทั้งหมดนี้แปลว่า สายการบินแห่งชาติกลับมาเข้มแข็งแล้วใช่หรือไม่

ไม่กี่วันหลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวภายในว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เตรียมซื้อเครื่องบินและเครื่องยนต์จากบริษัท โบอิ้ง และ บริษัท จีอี แอโรสเปซ จำนวน 45 ลำ ในช่วงต้นเดือน ก.พ. 2567 เว็บไซต์ของการบินไทยก็ออกแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการ ว่ามีแผนจะซื้อเครื่องบินเพิ่มอีก 45 ลำจริง พร้อมให้เหตุผลว่าต้องการเสริมทัพฝูงบินระยะยาว เพื่อสร้างการเติบโตและต่อยอดผลกำไร

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. การบินไทย ลงนามจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ จำนวน 45 ลำ ในงานสิงคโปร์แอร์โชว์ 2024

ย้อนไป 3 ปีก่อน รัฐบาลสั่งฟื้นฟูกิจการของการบินไทย ด้วยแผนหลักในการปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน รวมถึงการเจรจากับเจ้าหนี้ที่คงค้างอยู่ มาวันนี้ การบินไทยทุ่มเงินซื้อฝูงบินใหม่ ทำให้เกิดคำถามว่า การบินไทย นำเงินมาจากไหน และเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้เงินมหาศาลในช่วงฟื้นฟูกิจการ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ระบุว่า ตนไม่ได้เป็นผู้อนุมัติคำสั่งซื้อดังกล่าว และ “ถ้าผมมีอำนาจจะหยุดไว้ก่อน เพื่อดูว่าคุ้มทุนหรือไม่ แต่ผมไม่มีอำนาจ”

ไม่เพียงเท่านั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ออกมาระบุว่า ต้องการหารือกับการบินไทยถึงความคุ้มค่าเช่นกัน

การบินไทยมีสถานะ "สายการบินแห่งชาติ" (flag carrier) มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในปี พ.ศ. 2503 ขณะที่สถานะรัฐวิสาหกิจซึ่งมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ได้มาในปี พ.ศ. 2531 ก่อนที่สถานะรัฐวิสาหกิจจะหมดไปเมื่อกระทรวงการคลังขายหุ้นที่เคยถือไว้เกิน 50% ออกไปส่วนหนึ่ง เมื่อช่วงกลางปี พ.ศ. 2563

ปัจจุบัน กระทรวงการคลังถือหุ้นการบินไทยอยู่ 47.86% ตามข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของการบินไทย

การสั่งซื้อฝูงบินใหม่ สะท้อนว่าสายการบินแห่งชาติกลับมาเข้มแข็งแล้วหรือไม่ หลังฟื้นฟูกิจการมา 3 ปี บีบีซีไทยชวนผู้อ่านมาวิเคราะห์กันในบทความนี้

ผู้คนอยากไปเที่ยว... ปัจจัยหนุน

รายงานงบการเงินของการบินไทย ระบุว่า การบินไทยเริ่มเห็นตัวเลขกำไรของธุรกิจก่อนการหักอัตราดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ตั้งแต่ ไตรมาสที่ 3/2565 แม้ว่าหากมองดูผลประกอบการรวมในไตรมาสเดียวกัน บริษัทฯ ได้ขาดทุนสุทธิ 4,780 ล้านบาท

คำอธิบายผลการดำเนินงานของการบินไทยในไตรมาสดังกล่าวระบุว่า สาเหตุที่ทำให้บริษัทขาดทุนสิทธิ เป็นเพราะต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 80.3% ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 142.9% จากช่วงเดียวกันของไตรมาสก่อนหน้า และรายจ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวแต่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากเงินบาทอ่อนค่า

ทั้งนี้ EBITDA สามารถคำนวณได้จากการนำตัวเลขกำไรจากการดำเนินงาน (operating income) มาบวกด้วย ค่าเสื่อม (depreciation) และค่าตัดจำหน่าย (amortization) EBITDA สามารถสะท้อนถึงผลการดำเนินงานของบริษัทนั้น ๆ ได้

จอห์น ฟรานกอส (John Frangos) หุ้นส่วนและผู้อำนวยการฝั่งการระงับข้อพิพาทและการดำเนินคดีกลุ่ม จากสำนักงานกฎหมาย Tilleke & Gibbins อธิบายกับบีบีซีไทยว่า EBITDA เป็นหนึ่งในมาตรวัด "ที่สำคัญที่สุด"

ฟรานกอสอธิบายเพิ่มว่า เนื่องจากธุรกิจการบินมีต้นทุนในการดำเนินการสูง ตัวเลขรายได้ (revenue) จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรวัดที่สำคัญเช่นเดียวกัน เขายกตัวอย่างกรณีวิกฤตโรคระบาดที่ทำให้สายการบินทั่วโลกขาดรายได้โดยฉับพลัน ส่งผลให้สายการบินจำนวนมากต้องเผชิญหน้ากับภาวะล้มละลายหากไม่มีการช่วยเหลือจากภาครัฐ

นับแต่ไตรมาสที่ 4/2565 พบว่า ผลประกอบการของการบินไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทเห็นทั้งตัวเลขในแดนบวกของ EBITDA ไปจนถึงตัวเลขกำไรสุทธิ

Financial report

ที่มาของภาพ, Thai Airways

คำบรรยายภาพ, ผลประกอบการของการบินไทยในไตรมาสที่ 4/2565 เป็นจุดเริ่มต้นที่เห็นบริษัทได้กำไรทั้งในส่วนกำไรจาการดำเนินงานและกำไรสุทธิ

จากข้อมูลงบการเงินล่าสุดในไตรมาสที่ 3/2566 การบินไทยมี EBITDA ราว 8,360 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,500 ล้านบาท

แบรนดอน โซบี (Brendan Sobie) นักวิเคราะห์ด้านธุรกิจการบินและผู้ก่อตั้งบริษัทให้คำปรึกษา Sobie Aviation อธิบายกับบีบีซีไทยว่า ก่อนหน้านี้ การบินไทยมักได้กำไรเป็นไตรมาส ๆ ไป จากปัจจัยเรื่องฤดูกาล ขึ้นอยู่กับว่าช่วงไหนมีนักท่องเที่ยวมากหรือน้อย ทว่าในช่วงที่ผ่านมา การบินไทยกลับเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“เกือบจะไม่เคยเห็น (กำไรติดต่อกัน) มาก่อนด้วยซ้ำ คุณอาจต้องย้อนกลับไปเป็นทศวรรษตอนที่พวกเขามีกำไรต่อเนื่องเช่นนี้” โซบี กล่าว

โซบี วิเคราะห์การเติบโตของการบินไทยว่า ส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ แต่ปัจจัยสำคัญยังคงเป็นสภาพตลาดที่นักท่องเที่ยวมีความต้องการเดินทางสูง ส่งผลให้ราคาตั๋วโดยสารและผลตอบแทนจากการดำเนินงานสูงขึ้นด้วย

Visitors pose for photographs during an event to welcome inbound tourists from China at Suvarnabhumi Airport in Bangkok, Thailand, on Monday, Sept. 25, 2023.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 24 ธ.ค. 2566 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยทั้งสิ้นราว 28 ล้านคน

รายงานข้อมูลธุรกิจโดยกระทรวงต่างประเทศและการค้าแห่งนิวซีแลนด์ ยกให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีผู้มาเยือนสูงที่สุดในโลก ประจำปี 2566

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่าในปี 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยทั้งสิ้น 28.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 154.40% จากปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 11 ล้านคน แต่กระนั้น จำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังไม่ได้กลับไปเท่ากับในช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 โดยในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย 39.9 ล้านคน

"ตราบใดก็ตามที่ผู้คนต้องการมาไทย และคนไทยต้องการไปเที่ยวต่างประเทศ การบินไทยจะเติบโตได้อย่างดี" ฟรานกอสกล่าว

รายงานประจำปีของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เมื่อเดือน ธ.ค. 2566 ชี้ว่า ความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวยังคงเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2566 แม้จะยังไม่กลับไปเท่าระดับก่อนวิกฤตโควิด-19 ในปี 2562 ก็ตาม

สำหรับฝั่งเอเชียแปซิฟิก การเปิดประเทศของจีนช่วงต้อนปี 2566 มีผลอย่างมากต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน สถิตินักท่องเที่ยวประจำปี 2565 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าไทยทั้งสิ้น 258,586 คน ขณะที่ตัวเลขในปี 2566 อยู่ที่ 3.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 12 เท่าตัว

มากไปกว่านั้น ในระยะยาว IATA มองว่า อุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคนี้จะเติบโตที่ 4.5% ต่อปี ระหว่างปี 2562 - 2583 หรือหมายความว่า ภายในปี 2583 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในภูมิภาคนี้ตลอด 20 ปีมากกว่า 4,000 ล้านคน โดยหนึ่งในประเทศที่จะส่งออกนักท่องเที่ยวมากที่สุดให้กับภูมิภาค คืออินเดีย

“คำถามตอนนี้คือ มันจะอยู่ไปตลอดหรือแค่ช่วงเวลาหนึ่ง… สภาพตลาดอาจเสื่อมลงได้” โซบี ทิ้งท้ายในประเด็นนี้

สร้างฝูงบินเพื่อชิงจ่าฝูง

แถลงการณ์ของการบินไทย ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา "บริษัทสูญเสียส่วนแบ่งตลาดจากจำนวนเครื่องบินที่ลดน้อยลง"

การบินไทยเคยมีเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 100 ลำในปี 2556 ทว่าวิกฤตโรคระบาดและการเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ ทำให้ต้องปลดระวางเครื่องบินส่วนหนึ่งที่มีอายุการใช้งานนานออกไป ด้วยเหตุผลว่า เครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมาก จะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูง

ด้วยเหตุนี้ ณ สิ้นปี 2565 การบินไทยจึงเหลือเครื่องบินอยู่เพียง 64 ลำ

จำนวนเครื่องบินที่ลดลงทำให้สายการบินแห่งชาติของไทยสูญเสียสัดส่วนตลาด ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เหลือเพียง 27% ในปี 2566 จากที่เคยครองส่วนแบ่งเกินครึ่งหนึ่งในปี 2556 หรือเมื่อ 10 ปีก่อน

ในปี 2564 ซึ่งประเทศไทยเริ่มเปิดประเทศในเดือน พ.ย. รายงานแนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรมปี 2566-2568: บริการขนส่งทางอากาศ โดยวิจัยกรุงศรี พบว่า สำหรับเส้นทางบินในประเทศ ที่มีการขนส่งผู้โดยสารรวม 18.9 ล้านคน การบินไทยมีส่วนแบ่งตลาดแค่เพียง 0.01% เท่านั้น ส่วนสายการบินไทยไทยสมายล์ (Thai Smile Airways) ที่อยู่ในเครือการบินไทยเช่นเดียวกัน มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศ 15% ทั้งนี้ ไทยแอร์เอเชียกินส่วนแบ่งตลาดในประเทศเป็นอันดับที่ 1 ด้วยตัวเลข 26.7%

สำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศ ที่มีผู้โดยสารรวม 1.6 ล้านคนในปี 2564 เอมิเรตส์แอร์ไลน์ รั้งอันดับที่หนึ่งด้วยตัวเลขส่วนแบ่งตลาด 14% ขณะที่การบินไทยอยู่อันดับที่สองด้วยตัวเลข 13.3%

Airline flight crew wearing face masks as a preventative measure against Covid-19 coronavirus walks through the departure terminal of Suvarnabhumi International Airport in Bangkok on December 18, 2020.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เอมิเรตส์แอร์ไลน์ ขนส่งผู้โดยสารขาเข้า-ขาออก มากที่สุดในปี 2564 สำหรับผู้ประกอบการสายการบินในไทย (แบบประจำมีกำหนด) ในเส้นทางบินระหว่างประเทศ

ส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงจากการปลดระวางเครื่องบินหลายสิบลำ ทำให้ช่วงปี 2565-2566 การบินไทยหันไปทำสัญญาเช่าเครื่องบิน เพื่อนำมาใช้งานทั้งสิ้นอีก 21 ลำ โดยบริษัทเริ่มทยอยรับเครื่องบินแอร์บัส 350 มาตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2566 ทำให้ในปี 2566 บริษัทมีเครื่องบินรวม 70 ลำ

ส่วนเครื่องบินเช่าลำอื่น ๆ การบินไทยจะได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัส 321นีโอ ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2568 เป็นต้นไป ทำให้ในปี 2567 และ 2568 การบินไทยจะมีเครื่องบินทั้งสิ้น 79 และ 90 ลำตามลำดับ

อย่างไรก็ดี โซบี อธิบายว่า การบินไทยเสียส่วนแบ่งตลาดมาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 แล้ว เนื่องจากบริษัทเลือกไม่สั่งซื้อเครื่องบินใหม่ ๆ เข้ามาเสริมทัพ ขณะที่สายการบินอื่นขยายฝูงบินของตนเองไปเรื่อย ๆ

นักวิเคราะห์รายนี้มองว่า ปัจจัยสำคัญในการเติบโตของบริษัทไม่ได้อยู่แค่คำสั่งซื้อ 45 ลำ ซึ่งจะเริ่มส่งมอบในปี 2570 แต่เป็นเครื่องบินเช่าที่จะทยอยส่งมาให้การบินไทยในปี 2567 และ 2568 ด้วย

“พวกเขากำลังเติบโต… ส่วนนี้จะช่วยให้ (การบินไทย) เรียกส่วนแบ่งตลาดกลับมาได้”

แถลงการณ์ของการบินไทย มองตรงกับการวิเคราะห์ของโซบี เพราะการบินไทยอธิบายว่า หากไม่มีการสั่งซื้อเครื่องบินเข้ามาใหม่ ในขณะที่ทางบริษัทต้องปลดระวางเครื่องบินหลายลำ ส่วนสัญญาเช่าเครื่องบินก็ทยอยหมดอายุลง นั่นจะทำให้ในปี 2576 ฝูงบินของสายการบินแห่งชาติของไทยจะเหลือเพียง 51 ลำเท่านั้น “ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสร้างรายได้ การรักษาส่วนแบ่งตลาด… ตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ”

สำหรับการจัดซื้อเครื่องบินครั้งนี้ การบินไทยยังไม่ประกาศตัวเลขออกมาว่า จะมีมูลค่าทั้งสิ้นเท่าใด แต่ระบุว่า ทางบริษัทได้เตรียมความพร้อมทางการเงินและสภาพคล่องในอนาคต “ว่ามีจำนวนเพียงพอต่อการชำระค่าเครื่องบินและเครื่องยนต์” พร้อมย้ำว่า “บริษัทได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ”

ฟรานกอสชี้ว่า คำสั่งซื้อครั้งนี้ของการบินไทยเป็น "การเดิมพัน" ครั้งสำคัญเนื่องจากภาระหนี้ระยะยาวที่จะตาม ทว่าเมื่อมองแนวโน้มการเติบโต "ผมเข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาต้องการเป็นเจ้าของเครื่องบินเหล่านี้"

"เพื่อจะเพิ่มรายได้ คุณต้องการให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง แต่ถ้ามีเครื่องบินไม่พอนั่นจะเป็นปัญหา" ฟรานกอส กล่าว

Aircraft operated by Thai Airways International Pcl, and Thai Smile Airways Ltd. at Suvarnabhumi Airport in Bangkok, Thailand, on Monday, March 22, 2021.

ที่มาของภาพ, Getty Images

การใช้หนี้และแผนฟื้นฟู

เอกสารสรุปสาระสำคัญของแผนฟื้นฟูกิจการ ลงวันที่ 15 มิ.ย. 2564 เปิดเผยว่า การบินไทยมีหนี้สินที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระคืนทั้งสิ้น 4.1 แสนล้านบาท จากเจ้าหนี้ทั้งหมด 36 กลุ่ม

อย่างไรก็ดี ในจำนวนนี้ มีหนี้ราว 2 แสนล้านบาทที่ศาลล้มละลายกลางเห็นว่าเป็นหนี้ที่เกิดขึ้น หลังวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ จึงไม่นับเป็นภาระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ

สำหรับ “ผลสำเร็จของแผน” การบินไทยระบุไว้ทั้งสิ้น 4 ข้อ ได้แก่

  • การเพิ่มทุนจดทะเบียน
  • การไม่ผิดนัดชำระหนี้ได้ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วย
  • การมี EBITDA จากการดำเนินงานหลังหักเงินสดจ่ายหนี้สินตามสัญญาเช่าซื้อเครื่องบิน เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท/ปี ใน 2 ปีก่อนที่จะรายงานผลสำเร็จของแผนฟื้นฟู
  • การแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 14 ก.ย. 2563 การบินไทยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 26,900 ล้านบาท และ ณ วันที่ 16 มี.ค. 2566 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 3.36 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นผ่านการเพิ่มทุนและจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวนไม่เกิน 31,499 ล้านหุ้น

เอกสารล่าสุดลงวันที่ 27 ธ.ค. 2566 ระบุว่า การบินไทยชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยคงค้าง จนถึงวันที่ 31 ต.ค. 2566 รวมเป็นเงิน 4,000 ล้านบาท โดยบริษัทไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ตามแผนแต่ประการใด

ในปี 2565 การบินไทยมีตัวเลข EBITDA หลังหักค่าเช่าเครื่องบินอยู่ที่ 19,689 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวแค่เพียง 9 เดือนแรกของปี 2566 (ม.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ 31,720 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสนับสนุนบริษัทใหญ่ที่สุดคือ รายได้จากค่าโดยสารและน้ำหนักส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นถึง 129.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างชัดเจน