มารู้จัก"ซูเปอร์ ทิวส์เดย์" และการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารีของพรรครีพับลิกัน

A woman carrying a child casts her vote in US primaries in Virginia

ที่มาของภาพ, Getty Images

ปีนี้สหรัฐอเมริกากำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน พ.ย. หนึ่งในจุดสนใจหลักคือ การกลับมาลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้งของนายโดนัลด์ ทรัมป์

ทว่า สิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวตัดสินว่าเขาหรือคู่แข่งในพรรครีพับลิกัน อย่าง นางนิกกี เฮลีย์ จะได้เป็นตัวแทนพรรคเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี คือ "การเลือกตั้งขั้นต้นภายในพรรค" หรือที่เรียกกันว่า "ซูเปอร์ ทิวส์เดย์" (Super Tuesday) ซึ่งจัดจะจัดขึ้นในหลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกา

ผู้ที่ชนะจาก ซูเปอร์ ทิวส์เดย์ จะตีตั๋วเข้าไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่าง นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ในปลายปีนี้

การเลือกผู้แทนเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันใช้เวลานานเพียงใด

Donald Trunp celebrates his victory in the New Hampshire primary at a rally in January 2024

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ระหว่างการเข้าชิงเป็นแคนดิเดตจากพรรครีพับลิกันอีกครั้ง

โดยปกติ ผู้ต้องการท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจะเริ่มประกาศเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคล่วงหน้ามากกว่าหนึ่งปีก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน พ.ย.

นับตั้งแต่ปี 2016 ที่นายทรัมป์กำชัยการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีครั้งแรก เขาก็กลายเป็นบุคคลชั้นนำของพรรครีพับลิกัน อย่างไรก็ตาม เขาพ่ายแพ้ต่อนายไบเดนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2020

สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในปี 2024 นี้ พรรครีพับลิกันจะดำเนินกระบวนการสรรหาตัวแทนเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีผ่านการเลือกตั้งขั้นต้น

ขณะที่นายไบเดน คาดว่าจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่น่ากลัวใด ๆ ในการนำเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต

อะไรคือการเลือกตั้งขั้นต้นแบบไพรมารี

การเลือกตั้งขั้นต้น (primary) ประกอบด้วยการเลือกตั้งย่อยซึ่งจะจัดขึ้นในหลายมลรัฐและจะตามมาด้วยการประชุมใหญ่ระดับประเทศของพรรค (Republican National Convention - RNC) เพื่อชี้ขาดในเดือน ก.ค. นี้ว่า ใครจะได้เป็นแคนดิเดตของพรรคในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

Republican National Convention in July

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การประชุมใหญ่ระดับประเทศของพรรค (Republican National Convention - RNC) จะชี้ขาดในเดือน ก.ค. ว่า ใครจะได้เป็นแคนดิเดตของพรรคในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ทั้งนี้ แต่ละมลรัฐสามารถเลือกตัวแทนที่ตัวเองต้องการด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งจากสองทางเลือกนี้

โดยแทบทุกมลรัฐจะจัดการเลือกตั้งขั้นต้นโดยการลงคะแนนลับผ่านคูหาเลือกตั้ง เช่นเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไป

ขณะที่มีบางมลรัฐที่ใช้การประชุมคอคัสแทน ซึ่งจะตัดสินคะแนนผ่านการนับจำนวนผู้สนับสนุนที่แสดงตัวหรือการยกมือโหวต

อย่างไรก็ตาม แต่ละมลรัฐมีกฎระเบียบแตกต่างกันเกี่ยวกับผู้มีสิทธิ์โหวต ซึ่งมักจะเป็นสมาชิกของพรรครีพับลิกัน

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้สมัครได้คะแนนโหวตในการเลือกตั้งขั้นต้นในแต่ละมลรัฐเท่าไหร่ ผู้สมัครแต่ละคนก็จะได้คณะผู้แทน (delegates) จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นตัวแทนของตัวเองในการประชุมใหญ่ระดับประเทศของพรรคในเดือน ก.ค.

การลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งขั้นต้น เริ่มต้นเมื่อใด

การลงคะแนนเสียงขั้นต้นเริ่มต้นขึ้นที่การประชุมคอคัสที่มลรัฐไอโอวาเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้มีการจัดการเลือกขั้นต้นที่มลรัฐนิวแฮมป์เชียร์

และในเดือน มี.ค. ก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า "ซูเปอร์ ทิวส์เดย์" โดยจะมีการเลือกตั้งขั้นต้นในหลายมลรัฐ เช่นในมลรัฐเซาท์แคโรไลนาและมลรัฐมิชิแกน รวมถึงการประชุมคอคัสในมลรัฐเนวาดาและหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ

"ซูเปอร์ ทิวส์เดย์" คืออะไร

“ซูเปอร์ ทิวส์เดย์” จะมีขึ้นในวันที่ 5 มี.ค. นี้ ถือเป็นวันที่สำคัญที่สุด โดยพรรครีพับลีกันจะจัดการเลือกตั้งใน 15 มลรัฐ โดยมีมลรัฐที่มีประชากรมากที่สุดอย่าง แคลิฟอร์เนียและเท็กซัส รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งขั้นต้นในดินแดนอเมริกันซามัวด้วย

ด้วยจำนวนผู้แทน 874 คนให้ชิงชัยในวันเดียว จากทั้งหมด 2,429 คนที่มี ซูเปอร์ ทิวส์เดย์ จึงมักจะชี้ให้เห็นแนวโน้มที่ว่า ใครจะได้เป็นผู้ได้รับชัยชนะ

Niiki Haley speaking in Iowa before the caucus, December 2023

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ซูเปอร์ ทิวส์เดย์ จะเป็นวันชี้ชะตาของนางเฮลีย์ ว่าเธอจะยังเป็นคู่แข่งคนสำคัญของนายทรัมป์ต่อไปหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ได้ผู้แทนที่จะไปเสนอชื่อในการประชุมใหญ่ เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันแล้ว 122 คน ส่วนนางเฮลีย์ได้ไปเพียง 24 คนเท่านั้น

ถึงตอนนี้ นางเฮลีย์มีโอกาสหยุดยั้งนายทรัมป์จากการคว้าชัยชนะเป็นตัวแทนของพรรคได้ก็แค่ในทางทฤษฎีเท่านั้น

แต่กระนั้นก็ตาม การเลือกตั้งขั้นต้นจะยังคงจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือน มิ.ย. นี้ หากว่าเธอยังคงเลือกที่จะสู้ต่อไป

ใครมีแนวโน้มที่สุดที่จะชนะการเลือกตั้งขั้นต้น

นายทรัมป์ยังคงมีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะ หลังจากการเลือกตั้งขั้นต้นทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมา เขาประสบความสำเร็จทั้งหมด

แม้นายทรัมป์จะไม่สามารถเอาชนะในมลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ได้เกิน 20 จุดตามที่โพลคาดการณ์ แต่ชัยชนะของเขาในแต่ละครั้ง ก็ทำให้ชาวอเมริกันเข้าใกล้สังเวียนที่อดีตประธานาธิบดีและประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่างนายไบเดนจะได้กลับมาขับเคี่ยวกันอีกครั้ง

ช่วงเวลาที่เหลือไม่กี่เดือนต่อจากนี้ นายทรัมป์จะยังต้องยุ่งวุ่นวายกับการชิงชัยเพื่อให้ได้กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับคดีอาญายาวเป็นหางว่าว โดยหนึ่งในจำนวนนั้นคือคดีเกี่ยวกับความพยายามในการโค่นล้มผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 ซึ่งเขาปฏิเสธและระบุว่า คำฟ้องดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง

แม้ว่าเขาอาจจะถูกตัดสินลงโทษหรือจำคุก แต่นายทรัมป์ก็ยังคงสามารถสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีได้ต่อไป

เกิดอะไรขึ้นบ้างกับคู่แข่งของนายทรัมป์

นางเฮลีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คือคู่แข่งคนเดียวที่เหลืออยู่ของนายทรัมป์ หลังจากนายรอน เดอซานติส ผู้ว่าการมลรัฐฟลอริดาตัดสินใจถอนตัวจากการชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกัน ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนของเขาย้ายฝั่งไปหนุนนายทรัมป์แทน

ส่วนผู้ชิงตัวแทนพรรคฯ คนอื่น ๆ เช่น นายวิเวค รามาสวามี นักธุรกิจอเมริกันเชื้อสายอินเดีย และนายคริสต์ คริสตี ผู้ว่าการมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ต่างก็ถอนตัวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านายทรัมป์จะยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับนางเฮลีย์ในการเลือกตั้งขั้นต้นทุกครั้ง ที่ผ่านมา แม้กระทั่งในมลรัฐบ้านเกิดของเธออย่างรัฐเซาท์แคโรไลนา แต่เธอยังคงจะสู้ต่อไปเพราะผู้ลงคะแนนเสียง “มีสิทธิในการมีทางเลือกที่แท้จริง ไม่ใช่การเลือกตั้งในรูปแบบสหภาพโซเวียตที่จะมีผู้สมัครเพียงคนเดียว"

สองพรรคการเมืองหลักในสหรัฐฯ มีแนวความคิดทางการเมืองต่างกันอย่างไร

อย่างที่เราทราบกันว่า มีพรรคการเมืองหลัก ๆ ในสหรัฐฯ เพียงสองพรรคเท่านั้น นั่นคือพรรคเดโมแครตของประธานาธิบดีไบเดน ส่วนอีกพรรคคือ พรรครีพับลีกันซึ่งเป็นฝ่ายค้าน

โดยทั่วไป พรรคเดโมแครตจะมีแนวความคิดทางการเมืองไปในทางสังคมนิยมเสรีและมักจะเชื่อในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐจำนวนมากเพื่อพัฒนาชีวิตของประชาชน ขณะที่พรรครีพับลิกันจะมีแนวความคิดทางการเมืองค่อนไปทางอนุรักษนิยมทางสังคมมากกว่า และค่อนข้างมีแนวนโยบายที่จะลดหรือจำกัดการใช้งบประมาณของรัฐ และต้องการมีรัฐที่มีบทบาทน้อย