ทำไม "โดนัลด์ ทรัมป์" ถึงยังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน ?

Donald Trump

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์ เป็นตัวเก็งชิงประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน

ไม่ว่าจะรักหรือจะเกลียด เขาก็กลับมาแล้ว

อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาพิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวเก็งผู้แทนพรรครีพับลิกัน เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2024 หลังคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นของรัฐนิวแฮมเชียร์

เขาเอาชนะคู่แข่งคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ คือ อดีตผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา และอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น อย่าง นิคกิ เฮลีย์

แม้ทรัมป์จะไม่ได้ชนะขาด อย่างที่ผลสำรวจความคิดเห็นคาดการณ์ไว้ แต่ก็ชนะมากพอจะปูทางสู่การเป็นผู้แทนที่พรรครีพับลิกันเลือก ไปชิงชัยกับแคนดิเดตจากพรรคเดโมแครต เพราะทรัมป์เองชนะคะแนนถล่มทลายในการเลือกตั้งขั้นต้นแบบคอคัสที่รัฐไอโอวาด้วย

ชัยชนะของทรัมป์ในรัฐไอโอวา ทำให้เขามีคะแนนเสียงมากกว่าแคนดิเดตคนอื่นมีรวมกัน จนคู่แข่งเกือบทั้งหมดถอนตัวจากศึกครั้งนี้ เหลือรอดเพียงคนเดียว

Chart showing Trump's win at New Hampshire primary

ไม่ว่าจะเป็น รอน เดอซานติส, วิเวค รามาสวามี, อาสะ ฮัตชินตัน และคริสต์ คริสตี ที่ต่างก็ถอนตัวก่อนจะเข้าสู่การเลือกตั้งขั้นต้นรัฐนิวแฮมป์เชียร์ เหลือเพียงโดนัลด์ ทรัมป์ และนิคกิ เฮลีย์ ที่ชิงชัยกัน

แม้ว่านี่จะเป็นช่วงเริ่มต้นของศึกเลือกตั้งที่จะตัดสินว่า ใครจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 60 แต่ชัยชนะที่แล้วมาของทรัมป์นั้น ก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความนิยมของเขา ที่ยังไม่เสื่อมคลายในหมู่คนเชียร์รีพับลิกัน

และนี่คือเหตุผลที่ทำไมทรัมป์ยังเป็นที่รักของบรรดาผู้สนับสนุนอยู่

ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ

Man filling up with gas

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ราคาเชื้อเพลิงเป็นประเด็นร้อนในหมู่รีพับลิกัน

“ทรัมป์จะฉุดเศรษฐกิจให้กลับมา ราคาเชื้อเพลิงจะลดลง” หญิงผู้สนับสนุนทรัมป์ ในรัฐไอโอวา กล่าว เมื่อถามว่าทำไมเธอต้องการให้ทรัมป์กลับมารับตำแหน่ง

ไม่ใช่แค่เธอที่คิดเช่นนี้ เรื่องเศรษฐกิจเป็นกุญแจสำคัญ และเนื้อหาหลักของการหาเสียงของทรัมป์ แม้แต่ลูกชายของเขา เอริก ก็ตอกย้ำถึงเรื่องนี้ในรายการพอดแคสต์ “อเมริแคสต์” ของบีบีซี “ผู้คนต้องการความมั่งคั่งและประเทศที่เข้มแข็ง”

“พ่อผมทำให้อเมริกามีเศรษฐกิจยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา อัตราว่างงานต่ำสุด, เงินเฟ้อต่ำสุด ราคาเชื้อเพลิงต่ำสุด”

นี่เป็นเรื่องจริงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไปได้สวยตอนที่ทรัมป์ครองอำนาจ ก่อนจะเผชิญกับโรคโควิดระบาด

แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เคยแข็งแกร่งกว่านั้น ในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา และหลังเขาพ้นตำแหน่ง แนวโน้มเศรษฐกิจก็ยังคงไปในทางบวก

ในสมัยของไบเดนนั้น สงครามในยูเครนทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูง และเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี อย่างไรก็ดี ตอนนี้ เงินเฟ้อจะลดลงมากแล้ว และเศรษฐกิจถือว่าแข็งแกร่งกว่าปีที่แล้ว

ทรัมป์ “ผู้คล่องแคล่ว” กับ “ลุงโจผู้ง่วงงุน”

Donald Trump and US President Joe Biden

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์ และไบเดน ต่างก็มีสไตล์ที่ต่างกันสิ้นเชิง

ผลงานของโอบามาและไบเดน ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อทรัมป์ มาร์ค ล็อตเตอร์ อดีตผู้อำนวยการด้านการสื่อสารของทีมหาเสียงทรัมป์เมื่อปี 2020 ชี้ว่า “สิ่งที่ไบเดนไม่มีในปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่ผมช่วยหาเสียงให้ทรัมป์ คือ บันทึกผลงาน... ไบเดนมีบันทึกผลงานแล้ว และประชาชนก็ไม่ค่อยชอบมันด้วย”

บิลลี บลาทราส ผู้สนับสนุนทรัมป์ มองว่าทรัมป์เป็น “ผู้นำที่คล่องแคล่ว”

“เราได้เห็นสิ่งที่เขาทำตอนสมัยแรก เราเลยอยากได้แบบนั้นอีก เพราะเราเห็นความตกต่ำที่เกิดกับประเทศภายใต้ประธานาธิบดีไบเดน” และ “เราต้องการการสนับสนุนชาวอเมริกันที่แข็งขันแบบที่ทรัมป์เคยให้ ตอนที่เขายังอยู่ในทำเนียบขาว”

การคร่ำหวอดในธุรกิจและพื้นเพคนดังของทรัมป์ ถือเป็นปัจจัยที่ส่งอิทธิพลต่อความนิยมของเขามากกว่าประสบการณ์ทางการเมือง สำหรับผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ

“ประเทศนี้ไม่ต้องการนักการเมืองมาบริหาร ผมเชื่อว่า แคนดิเดตที่ดีที่สุด คือคนที่รู้ว่าจะทำธุรกิจยังไง”

ผู้สนับสนุนรีพับลิกันยังมองบุคลิกโผงผางของทรัมป์ เป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งมีหลายคนตั้งฉายาเขาว่า “ลุงโจผู้ง่วงงุน” หลังกล้องจับภาพเขาสัปงกหลับระหว่างการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26

ผู้อพยพ และ “พิษต่อเลือด” ของทรัมป์

US President Donald Trump waves after speaking and touring a section of the border wall in Alamo, Texas on 12 January 2021

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การจำกัดผู้อพยพและสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเม็กซิโก เป็นส่วนสำคัญของการหาเสียงครั้งก่อนของทรัมป์

ตอนที่ทรัมป์กล่าวว่า ผู้อพยพเข้าเมืองเป็น “พิษต่อเลือดของประเทศเรา” ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสายขวาเมื่อ ต.ค. 2023 ประธานาธิบดีไบเดน กล่าวหาเขาว่า ใช้วาทกรรมแบบที่นาซีในเยอรมนีเคยทำ

“ทรัมป์พูดว่า ถ้ากลับสู่ทำเนียบขาว เขาจะไล่ล่าคนที่ต่อต้านเขา และขจัดพวกภัยต่ออเมริกาให้สิ้นซาก” ไบเดน ระบุ

“มันเป็นถ้อยคำเหมือนที่เราเคยได้ยินนาซีในเยอรมนีกล่าวไว้ช่วงทศวรรษที่ 1930... และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ทรัมป์พูดแบบนี้” เขาเสริม

นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาเรื่องโฆษณาชวนเชื่อของนาซีในเยอรมนี บอกกับบีบีซีว่า การเปรียบเทียบของไบเดนนั้นถูกต้องแล้ว “เราไม่เพียงได้ยินภาษาแบบนี้จากนาซีในเยอรมนี แต่นั่นยังเป็นสิ่งที่นาซีในเยอรมนีทำจริง ๆ ด้วย” แอน เบิร์ก นักประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าว โดยอ้างถึงการโจมตีศัตรูทางการเมืองของนาซีในเยอรมนี หลังขึ้นสู่อำนาจ

แต่ผลสำรวจความคิดเห็นจัดทำโดยสถานีข่าว ซีบีเอส พบว่า พรรครีพับลิกันสนับสนุนคำพูดแบบนี้ของทรัมป์

ซีบีเอส ได้ถามผู้มีสิทธิลงคะแนนที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันว่า พวกเขาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวของทรัมป์ โดยใช้วิธี ถามผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่ง ให้แสดงความเห็นต่อคำพูดว่า “ทำให้เลือดเป็นพิษ” โดยไม่บอกว่าใครเป็นคนพูด กับอีกครึ่ง บอกไปตรง ๆ ว่า ทรัมป์เป็นคนพูดคำดังกล่าวออกมา

ผลปรากฏว่า ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่ 72% เห็นด้วยกับคำพูดนั้น แม้จะไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูด ส่วนฟากที่รู้ว่าใครเป็นคนพูด 82% เห็นด้วยกับคำพูดของทรัมป์ ซึ่งสะท้อนว่า จุดยืนเรื่องผู้อพยพของทรัมป์ ยังเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดสำหรับผู้สนับสนุนรีพับลิกัน

แรงส่งจากคนรุ่นใหม่อเมริกัน

Young supporters of former US President Donald Trump hold a "Trump 2024" sign at a 2024 election campaign rally in Waco, Texas, 25 March 2023

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เสียงคนรุ่นใหม่จะมีพลังเพียงพอที่จะทำให้ทรัมป์ได้หวนคืนบัลลังก์ได้หรือไม่

คะแนนนิยมที่พุ่งขึ้นของทรัมป์ ยังเป็นสัญญาณว่า เขาอาจกำลังแซงหน้าไบเดน และกลายเป็นขวัญใจของผู้มีสิทธิลงคะแนนรุ่นใหม่ โดยผลสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่เมื่อกลาง ธ.ค. 2022 ของนิตยสารนิวยอร์กไทมส์ ร่วมกับวิทยาลัยเซียนา ชี้ว่า ทรัมป์มีคะแนนนำไบเดน 6 จุด ในกลุ่มผู้มีสิทธิลงคะแนนอายุ 18-29 ปี

ผู้เชี่ยวชาญกำลังถกเถียงกันถึงปัจจัยที่นำมาสู่ตัวเลขลักษณะนี้ แต่ก็ชี้ถึงภูมิทัศน์ทางการเมืองที่เปลี่ยนไปในการเลือกตั้งครั้งนี้ เทียบกับเมื่อปี 2020 ที่ทรัมป์ตามหลังไบเดนถึง 24% ในกลุ่มอายุผู้มีสิทธิลงคะแนนเดียวกัน

ความเปลี่ยนแปลงนี้ อาจเป็นเพราะไบเดนล้มเหลวที่จะเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ และความไม่พอใจของพวกเขาต่อการรับมือสงครามอิสราเอล-ฮามาส ไม่นับความนิยมของทรัมป์เองด้วย

อย่างไรก็ดี มารี เวสตัน ผู้นำกลุ่มรีพับลิกันรุ่นใหม่ในรัฐไอโอวา บอกบีบีซีว่า เธอคิดว่า รีพับลิกันรุ่นใหม่สนใจทรัมป์ ก็เพราะการแสดงถึงพลังอำนาจบนเวที “ท่าทางและการพูดของเขา มันทำให้คุณตื่นตะลึง”

ตอนนี้ เวสตัน อายุ 23 ปี แต่ย้อนไปตอนที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี เธออยู่ชั้นมัธยมปลาย และถูกผู้คนจำนวนมาก “ล้อเลียนและรังควาน” เพียงเพราะเธอสนับสนุนทรัมป์ แต่เธอก็ยังเชื่อว่า “ทรัมป์ยืนหยัดในสิ่งที่เขาเชื่อ” และ “เขาไม่กลัวที่จะเป็นคนที่เขาต้องการเป็น” เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่

เธอยังเสริมว่า ข้อกล่าวหาที่ทรัมป์เผชิญ ทำให้เขาดูเป็นเหยื่อและ “มีคนจำนวนมากต้องการต่อสู้เพื่อเขา ด้วยการพิสูจน์ให้พรรคเดโมแครตเห็นว่า พวกเรายังเชียร์ทรัมป์อยู่”

คดีความในชั้นศาล ถูกมองเป็น “การประหัตประหาร”

Former President Donald Trump's New York Civil Fraud Trial taken on 11 January 2024

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ตลอดปี 2024 ทรัมป์เผชิญกับคดีความมากมาย

ทรัมป์ถูกตั้งข้อหาคดีอาญามาแล้ว 4 ครั้ง และยังมีคดีความอีกมากที่เขาต้องต่อสู้ในปี 2024 แม้เขาจะกำลังหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งก็ตาม

เขายังถูกฟ้องร้องต่อศาลในนครนิวยอร์ก ถูกตั้งข้อหาในจอร์เจีย, ฟลอริดา, แมนฮัตตัน และวอชิงตัน ดีซี ขณะที่อัยการกลางและอัยการรัฐอีกหลายคน ก็ตั้งสำนวนเพื่อชี้มูลความผิดของอดีตประธานาธิบดีผู้นี้อีกด้วย

คดีความเหล่านี้ในหลายรัฐ หวังจะทำให้ทรัมป์ขาดคุณสมบัติในการชิงประธานาธิบดี โดยโต้แย้งว่า เขามีพฤติการณ์ก่อกบฎ ในช่วงเกิดจลาจลบุกอาคารรัฐสภาเมื่อ 3 ปีก่อน

อ่านถึงตรงนี้ อาจคิดว่า คดีความที่เรียงแถวรอทรัมป์อยู่ จะทำให้ผู้สนับสนุนขยาดหนี แต่ แฟรงค์ แลนซ์ นักทำโพลมือฉมัง บอกบีบีซีว่า มันกลับกลายเป็นช่วยทรัมป์ด้วยซ้ำ

“ทรัมป์สามารถบอกได้ว่า เขาเป็นเหยื่อ และเขากำลังถูกประหัตประหาร หรือถึงขั้นถูกล่าแม่มดด้วยซ้ำ” เขากล่าว

“แล้วทุกครั้งที่ทรัมป์ถูกตั้งข้อหา คะแนนนิยมเขาก็พุ่งขึ้น ทุกครั้งที่เขาถูกถอนสิทธิในการเลือกตั้งรัฐไหน อาทิ เมน และโคโรลาโด คะแนนนิยมเขาก็ยิ่งพุ่งไปอีก แล้วทุกครั้งที่มีใครเล่นงานทรัมป์ ทรัมป์ก็จะฉวยโอกาสนั้นเรียกคะแนนเสียง ไม่มีใครในอเมริกาที่เป็นเหมือนทรัมป์อีกแล้ว”

อย่างไรก็ดี ต้องตั้งข้อสังเกตว่า แม้ทรัมป์จะประสบความสำเร็จในการเรียกคะแนนเสียงเลือกตั้งขั้นต้น แต่ผลวิเคราะห์ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ชี้ว่า 32% ของผู้ที่เข้าร่วมในการเลือกตั้งขั้นต้นรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ระบุว่า จะไม่ลงคะแนนให้ทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี พ.ย. 2024 นี้

คู่แค่งที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของทรัมป์คือ นิคกิ เฮลีย์ ยังยืนหยัดสู้ต่อไป และเร่งเครื่องสู่การเลือกตั้งขั้นต้นศึกหน้าที่จะมีขึ้นวันที่ 24 ก.พ. ในรัฐเซาท์แคโรไลนา

แม้ท้ายสุด เธอก็อาจต้องถอนตัว เพราะเธอได้ทุ่มเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับการหาเสียงเลือกตั้งขั้นต้นครั้งล่าสุดที่จบด้วยความปราชัย และเธอก็ต้องการเงินอีกมหาศาล เพื่อหาเสียงต่อไป

Republican presidential candidate former UN Ambassador Nikki Haley speaks at her caucus night event on January 15, 2024 in West Des Moines, Iowa

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็นผู้นี้ หวังสูงมากกับรัฐเซาท์แคโรไลนา ที่เธอเคยเป็นอดีตผู้ว่าการรัฐ

ด้วยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ค่อนข้างจะชัดเจนว่า ทรัมป์จะได้เป็นผู้แทนพรรครีพับลิกัน ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ไม่ว่าจะจากกองเชียร์ที่ยังเหนียวแน่น และเป็นข้อพิสูจน์ดังคำที่ แอนโทนี ซูร์เชอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำอเมริกาเหนือ เคยกล่าวไว้ว่า “พรรครีพับลิกัน ยังไงก็ยังเป็นพรรคของโดนัลด์ ทรัมป์”