"ประชานิยม" คืออะไร เป็นภัยคุกคามประชาธิปไตยหรือไม่

Javier Milei

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของอาร์เจนตินา ฮาเวียร์ มิเล มีชื่อเสียงจากแนวความคิดประชานิยม แต่เขาจะทำตามที่ให้คำมั่นสัญญาในการหาเสียงเลือกตั้งได้หรือไม่
    • Author, เซลิน กิริต
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

"สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว!"

นี่คือคำกล่าวของ วิคเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีของฮังการี หลังรับทราบผลการเลือกตั้งในอาร์เจนตินาและเนเธอร์แลนด์ โดยเฉพาะวลีทองของ นายฮาเวียร์ มิเล ที่พูดว่าจะ "ทำให้อาร์เจนตินากลับมายิ่งใหญ่และเกรียงไกรอีกครั้ง" ที่ล้อกับคำขวัญที่ใช้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา

ชัยชนะจากการเลือกตั้งของนายฮาเวียร์ มิเล ในอาร์เจนตินา ซึ่งมีแนวความคิดทางการเมืองแบบขวาจัด และนายเคียร์ต วิลเดอร์ส นักการเมืองที่มีแนวความคิดต่อต้านมุสลิมในการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ ได้รับเสียงสนับสนุนจากนักการเมืองทั่วโลก โดยทั้งสองคนถูกตีตราว่าเป็น "พวกประชานิยม"

ในแวดวงการเมืองไทย คำ ๆ นี้ก็ถูกพูดถึงมาตั้งแต่การเลือกตั้งที่ลงเอยด้วยชัยชนะของพรรคไทยรักไทยของนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2544

"ประชานิยม" อะไรคือ

คาส มูด์เด ผู้เขียนหนังสือ "ประชานิยม: ความรู้ฉบับพกพา" ระบุว่า ในทางรัฐศาสตร์การเมือง ประชานิยมคือแนวความคิดว่าด้วยสังคมที่ถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วที่ขัดแย้งกัน นั่นคือ "ประชาชนผู้บริสุทธิ์" และ "กลุ่มชนชั้นนำที่คอร์รัปชัน"

เขาบอกว่า แนวคิดประชานิยมเสนอว่า การเมืองควรจะเป็นการแสดงออกถึงเจตนารมณ์ทั่วไปของประชาชน

สำหรับ เบนจามิน มอฟฟิตต์ ผู้แต่งหนังสือ ประชานิยม: แนวคิดหลักในทฤษฎีทางการเมือง (Populism: Key Concepts in Political Theory) ปรากฏการณ์ประชานิยมอาจจะสะท้อนตัวตนออกมาในฐานะอุดมคติ, วิถีทางแห่งองค์กร, ท่าทางการแสดงออก, วาทกรรม หรือ วิถีการพูดของผู้คน ทว่า “ทั้งหมดล้วนคือ การถกเถียงที่อยู่บนพื้นฐานของการแบ่งแยกระหว่างประชาชนและชนชั้นนำ” เขากล่าว

“นักการเมืองแบบประชานิยมมักจะพูดสิ่งต่าง ๆ ในนามว่าตัวเองเป็นตัวแทนประชาชน และสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มชนชั้นนำเปรียบประหนึ่งเป็นตัวปัญหาสำคัญในสังคม”

Geert Wilders

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชัยชนะของนักการเมืองแนวคิดขวาจัดและต่อต้านมุสลิมอย่าง เคียร์ต วิลเดอร์ส ในเนเธอร์แลนด์สร้างความตกใจแก่ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองในยุโรปหลายคน

แม้ว่าโดยทั่วไปแนวคิดประชานิยมจะเกี่ยวพันกับกลุ่มความคิดขวาจัด แต่ที่จริงยังมีแนวความคิดประชานิยมในแบบปีกซ้ายเช่นกัน กรณีอดีตผู้นำเวเนซุเอลาอย่าง ฮูโก ชาเวซ คือตัวอย่างหนึ่งที่ดีที่สุด ครั้งหนึ่งเขากล่าวไว้ว่า “ข้าหาได้เป็นปัจเจกบุคคลไม่ แต่ข้าคือประชาชน”

มูด์เด อธิบายว่า ประชานิยม เป็นหนึ่งในอุดมการณ์ที่มีเนื้อหาใจกลางบางเบา (thin-centred ideology) ซึ่งกล่าวถึงวาระทางการเมืองแค่บางประเด็น และไม่มีความเห็นว่าระบบเศรษฐกิจและการเมืองที่ดีที่สุดเป็นแบบใด

“นักประชานิยมที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักนำแนวคิดประชานิยมไปผนวกกับอุดมการณ์เหย้าอื่น ๆ ที่ให้คำตอบกับประเด็นพื้นฐานหลาย ๆ อัน (ที่ประชานิยมไม่ได้ตอบ - ผู้แปล)” เขากล่าว

“โดยทั่วไปแล้ว นักประชานิยมฝ่ายขวาส่วนใหญ่ รวมประชานิยมเข้ากับแนวคิดชาตินิยมบางรูปแบบ ส่วนนักประชานิยมฝ่ายซ้ายก็ผสมผสานประชานิยมเข้ากับแนวคิดสังคมนิยมบางรูปแบบแทน”

คุณลักษณะของผู้นำแนวประชานิยมเป็นอย่างไร

ในหนังสือเรื่อง “อะไรคือประชานิยม” (What is Populism?) ของ แจน-เวอร์เนอร์ มุลเลอร์ ศาสตราจารย์ด้านการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน ในสหรัฐฯ กล่าวย้ำว่า ผู้นำด้านประชานิยมมักจะอ้างการเป็นตัวแทนของเจตนารมณ์ที่เป็นหนึ่งเดียวของประชาชน

“สิ่งที่สร้างให้ประชานิยมโดดเด่นออกมาคือ การอ้างความเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของ 'ประชาชนที่แท้จริง' หรือไม่ก็ของ 'คนส่วนใหญ่ที่ไม่ส่งเสียง'” เขาระบุ

“สรุปคือ พวกเขา (นักประชานิยม) จะปฏิเสธคู่ท้าชิงอำนาจทุกคนว่าไร้ความชอบธรรมโดยพื้นฐาน ด้วยข้ออ้างง่าย ๆ ว่าคนพวกนั้น ทุจริต และ ไม่ตรงไปตรงมา”

Donald Trump

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มอฟฟิตต์กล่าวว่า ประชานิยมยังถือว่าเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ซึ่งเขายกให้นายทรัมป์ เป็น “ตัวอย่างที่น่าทึ่งของผู้นำประชานิยมที่มีแนวคิดฝ่ายขวา”

ทั้งนี้ ตัวอย่างนักประชานิยมร่วมสมัยที่อธิบายเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีคือ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างที่เห็นได้จากวาทกรรมของเขา ที่ชี้ให้เห็นว่า จุดยืนของนักประชานิยมมักอยู่ตรงกันข้ามกับศัตรู (ที่มักปรากฏอยู่ในรูประบบการเมืองปัจจุบัน) และมุ่งที่จะ “กวาดล้างความโสมม” (drain the swamp) และจัดการกับ “ชนชั้นนำฝ่ายเสรีนิยม”

นักประชานิยมยังมักจะนำเสนอตัวเองว่าเป็น “บุคคลที่แข็งแกร่ง” ซึ่งผสานจุดยืนต่อต้านผู้อพยพและอำนาจนิยมเข้าด้วยกัน รวมถึงให้คำมั่นสัญญาที่ปฏิบัติไม่ได้จริง ซึ่งนักการเมืองแบบเก่าเลี่ยงที่จะทำ

พวกเขาชอบที่จะใช้การทำประชามติโดยตรง ใช้คำสั่งประธานาธิบดี หรือคำสั่งของผู้นำฝ่ายบริหาร เป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้ มากกว่าการพึ่งพาวิถีทางประชาธิปไตยซึ่งมีความซับซ้อนมากกว่า ที่ต้องมีสมาชิกรัฐสภาและฝ่ายตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้อง

เบนจามิน มอฟฟิตต์ ยังระบุถึงคุณลักษณะหรือนิสัยอีกหลายประการที่เกี่ยวพันกับผู้นำแบบประชานิยม

หนึ่งในนั้นคือ พฤติกรรมหรือนิสัยแย่ ๆ ที่ไม่ใช่แนวทางของนักการเมืองทั่วไปคนอื่น ๆ นี่เป็นยุทธวิธีที่ถูกใช้โดยประธานาธิบดีทรัมป์ และเห็นได้ล่าสุดจากว่าที่ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาอย่าง มิเล ซึ่งเป็นที่จดจำจากการเอาเลื่อยจริง ๆ ไปเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากในการหาเสียงเมื่อเขาพูดเรื่องการตัดงบประมาณ

มอฟฟิตต์ ระบุด้วยว่า ส่วนผู้นำประชานิยมคนอื่น ๆ นั้น ก็ “ทำให้สภาวะวิกฤตดำรงอยู่อย่างถาวร” และฉายภาพว่าพวกเขานั้นต่อสู้อยู่ตลอดเวลา

“เหมือนว่ามีปัญหาร้ายแรงกำลังคืบคลานเข้ามาอยู่เสมอ และมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะแก้ไขได้” มอฟฟิตต์ระบุ

ใครคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของผู้นำประชานิยม

อดีตประธานาธิบดี ฆวน โดมิงโก เปรอน มักถูกเรียกขานว่า เป็นผู้นำประชานิยมแบบต้นฉบับ เขาถึงแก่อสัญกรรมในปี 1974 แต่ชื่อของเขาถูกนำมาใช้ในวงการการเมืองโดยแบ่งสังคมอาร์เจนตินาออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มผู้สนับสนุนเปรอน และกลุ่มต่อต้านเปรอน

Eva and Juan Peron

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มรดกทางการเมืองจากฆวน เปรอนและอีวา ภริยา ยังคงทำให้การเมืองอาร์เจนตินาแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย

ในวันที่ 10 ธ.ค. ที่กำลังจะถึงนี้ ฮาเวียร์ มิเล ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ ว่าเป็นนักประชานิยม กำลังจะได้เป็นผู้นำประเทศคนใหม่ของอาร์เจนตินา เขาได้รับการขนานนามว่า “เอล โลโค” (EL Loco) หรือแปลเป็นไทยว่า “นักการเมืองจอมเพี้ยน” จากทรงผมอันรุงรัง ความกระตือรือร้นอย่างป่าเถื่อน และการมีพฤติกรรมประหลาดอยู่บ่อยครั้ง

เขาให้คำมั่นว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกแผ่นดิน เช่น ยุติการใช้เงินสกุลเปโซ ซึ่งเป็นเงินสกุลท้องถิ่น เพื่อหันไปใช้เงินดอลลาร์สหรัฐแทน, ทำลายธนาคารกลางของประเทศ และปิดกรมกองต่าง ๆ ของรัฐบาลบางหน่วยลงทั้งหน่วย

อิมดาต โอเนอร์ จากศูนย์ยุโรปเพื่อการศึกษาด้านประชานิยม (the European Centre for Populism Studies) กล่าวว่า “ภูมิภาคลาตินอเมริกา คือตัวอย่างที่ให้ความหวังกับแนวทางการเคลื่อนไหวแบบประชานิยม”

“ผู้นำประชานิยมฝ่ายซ้ายอย่าง ฮูโก ชาเวซ คือตัวอย่างหนึ่งที่ดีเยี่ยม เขาเข้าสู่วงการการเมืองในฐานะคนนอก เปลี่ยนแปลงระบบการเมืองสองพรรคในเวเนซุเอลา และอยู่ในอำนาจจวบจนเขาถึงแก่อสัญกรรม”

อย่างไรก็ตาม มอฟฟิตต์กล่าวว่า ประชานิยมนั้นเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ซึ่งเขายกให้นายทรัมป์เป็น “ตัวอย่างที่น่าทึ่งของผู้นำประชานิยมที่มีแนวคิดฝ่ายขวา”

Recep Tayyip Erdogan and Narendra Modi

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดี เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย มักถูกกล่าวถึงในฐานะนักการเมืองสายประชานิยม

“อาจจะกล่าวได้ว่า ผู้นำสายประชานิยมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกขณะนี้ ที่มาจากการเลือกตั้งและในแง่การผนึกรวมอำนาจ คือนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย” มอฟฟิตต์กล่าว และบอกด้วยว่า ทุกองคาพยพทางการเมืองในอินเดียนั้นโคจรรอบตัวนายโมดี เขาสามารถสร้างให้เกิดการแบ่งแยกระหว่างประชาชนและชนชั้นนำได้ โดยการใช้นัยทางศาสนาว่าชาวฮินดูคือ 'ประชาชนที่แท้จริง' และนั่นแสดงให้เห็นว่ามีส่วนที่เกี่ยวพันกับความรู้สึกชาตินิยมอยู่ด้วย

ผู้นำอีกคนที่ถูกอ้างอิงถึงว่าเป็นนักการเมืองสายประชานิยมคือ ประธานาธิบดี เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี

“เขามักนำเสนอตัวเองเป็นสุนัขรองบ่อนที่กล้าหาญ เป็นนักสู้ข้างถนนจากเขตคาซึมพาซาแห่งนครอิสตันบูล ที่กล้าเผชิญหน้ากับกลุ่มอำนาจเก่าอย่างกลุ่มเคมาลนิยม (Kemalist)” ศ.มุลเลอร์ เขียนข้อความนี้ไว้ในหนังสือเรื่อง The Rise and Rise of Populism (แปลเป็นไทยว่า ความรุ่งโรจน์และความรุ่งเรืองของประชานิยม)

เคียร์ต วิลเดอร์ส นักการเมืองในเนเธอร์แลนด์, นายวิคเตอร์ ออร์บาน ในฮังการี, มารีน เล เปน ในฝรั่งเศส, นิโคลา มาดูโร ในเวเนซุเอลา และนายบอริส จอห์นสัน ในสหราชอาณาจักร ก็เคยถูกกล่าวถึงในฐานะผู้นำแนวประชานิยมเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม คาส มูด์เด กลับไม่พิจารณาให้ ชาอีร์ โบลโซนาโร นักการเมืองชาวบราซิลเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีแนวคิดประชานิยม เนื่องจากเขาปฏิเสธเพียงสถาบันการเมืองในระบบที่มีจุดยืนแบบฝ่ายซ้ายเท่านั้น แต่ไม่ได้ปฏิเสธสถาบันการเมืองในระบบที่เป็นฝ่ายขวา

แนวความคิดประชานิยมเป็นภัยคุกคามประชาธิปไตยหรือไม่

คาส มูด์เด อธิบายว่า ถ้ามองประชาธิปไตยในความหมายแคบที่สุดซึ่งยึดหลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนและการปกครองด้วยเสียงข้างมาก แนวความคิดแบบประชานิยมก็ถือว่าเป็นประชาธิปไตย เนื่องจากมันต้องการให้การเมืองสะท้อน “เจตนารมณ์ของประชาชน”

“อย่างไรก็ตาม ประชานิยมกลับย้อนแย้งกับความคิดหลักของเสรีประชาธิปไตย (liberal democracy) เช่น แนวความคิดพหุนิยม ซึ่งชี้ว่าสังคมประกอบไปด้วยกลุ่มคนที่หลากหลายซึ่งมีความต้องการและยึดถือคุณค่าต่างกันที่ล้วนแล้วแต่ชอบธรรม” เขาเสริม

Hugo Chavez

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฮูโก ชาเวซ อดีตผู้นำของเวเนซุเอลาถูกมองว่าเป็นผู้นำสายประชานิยมแบบต้นฉบับของลาตินอเมริกา

ศ.มุลเลอร์ เสนอว่า หากนักประชานิยมได้ครองอำนาจมากพอ พวกเขาจะสร้างรัฐอำนาจนิยมขึ้น ซึ่งจะกีดกันคนกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'ประชาชน' ตามนิยามของนักประชานิยมคนนั้น ๆ ออกไปจนหมด

ขณะที่มอฟฟิตต์บอกว่า การเพ่งเล็งโจมตีคนกลุ่มอื่น ๆ ที่แตกต่าง ถือเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แนวคิดประชานิยมโดนใจคนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อาจกล่าวได้ว่าเป็น “ห้วงเวลาแห่งภาวะวิกฤตหลายด้าน”

“วิกฤตการด้านสิ่งแวดล้อม, ภาวะฟองสบู่ทางการเงินที่กำลังเกิดขึ้น... การสามารถจัดการและพูดถึงทางแก้ไขง่าย ๆ ได้ รวมถึงการสามารถพุ่งเป้าไปที่ศัตรูในห้วงเวลาของวิกฤตลูกใหญ่ ถือว่ามีความสำคัญ” เขากล่าว

“ประชานิยมมีแนวโน้มจะมองฝ่ายตุลาการ สื่อมวลชน และสถาบันอิสระอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ว่ากำลังยืนขวางเสียงของประชาชน หากพิจารณาในรูปแบบนี้ ประชานิยมก็ถือว่าเป็นภัยคุกคามของประชาธิปไตย ทว่าการฉายภาพว่ามันเป็นภัยเพียงหนึ่งเดียวก็ไม่ใช่วิธีคิดที่ดีนัก เพราะมีเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้มันเป็นที่ดึงดูดใจของประชาชน” มอฟฟิตต์กล่าว

“เป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่าประชานิยมไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการเมืองกระแสหลักในปัจจุบัน แนวคิดนี้จะยังไม่ไปไหน โดยส่วนตัวฉันคิดว่า มันคือปรากฏการณ์ทางการเมืองที่สะท้อนภาพการเมืองในศตวรรษที่ 21 ได้ดีที่สุด”