โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามอบตัวคดีพยายามล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020

ที่มาของภาพ, Reuters
อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เดินทางเข้ามอบตัวในคดีพยายามล้มผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ที่เมืองแอตแลนตาในรัฐจอร์เจีย
ทรัมป์ เดินทางไปยังเรือนจำเขต ฟูลตัน เคาน์ตี เพื่อเข้าสู่กระบวนการมอบตัว โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาใน 11 ข้อหา รวมทั้งข้อหาฐานฉ้อโกงและให้การเท็จ แต่ยังจะไม่มีการเข้าให้คำให้การในวันนี้
เขาได้ยื่นประกันตัวด้วยหลักทรัพย์จำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 701,000 บาท ก่อนเดินทางกลับ
คดีพยายามบิดเบือนผลการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย เป็นคดีทางอาญาที่ 4 ที่ทรัมป์ถูกตั้งข้อหา ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่เขากำลังลงแข่งขันเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2024
ในการเข้ามอบตัว นายทรัมป์ได้ถูกบันทึกประวัติอาชญากรรมในระบบของเรือนจำ พิมพ์ลายนิ้วมือ และถ่ายรูปประวัติอาชญากร ซึ่งถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว
ก่อนหน้านี้ กลุ่มบุคคลที่ถูกตั้งข้อหาในคดีเดียวกันกับทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นทนายความ อดีตหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว ได้เข้ามอบตัวไปตั้งแต่วันพุธ
นายทรัมป์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนก่อนขึ้นเครื่องบินส่วนตัวกลับว่า "วันนี้เป็นวันที่น่าเศร้าอย่างมากของอเมริกา ที่มันไม่ควรเกิดขึ้น"
อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของตัวเองและปฏิเสธการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่บอกด้วยว่า "คุณต้องสามารถท้าท้ายการเลือกตั้ง" และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นมีการโกงเกิดขึ้น
"ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกคนต่างรู้"

ที่มาของภาพ, Reuters
ทรัมป์ได้กล่าวถึงอดีตผู้ลงเลือกตั้งจากพรรคเดโมแครต ซึ่งแพ้การเลือกตั้งและประท้วงผลการเลือกตั้ง เช่น นางฮิลลารี คลินตัน ซึ่งแพ้การเลือกตั้งให้กับทรัมป์ในปี 2016 และ สเตซี อบรัมส์ ผู้ซึ่งแพ้การเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐในจอร์เจียเมื่อปี 2018
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาเพราะการคัดค้านผลการเลือกตั้ง แต่เขาได้กระทำผิดกฎหมายในการพยายามมีอิทธิพลต่อกระบวนการเลือกตั้ง
"เรามีสิทธิทุกประการ เรามีสิทธิทุกอย่างในการท้าทายการเลือกตั้งที่เราคิดว่ามันไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม" ทรัมป์ระบุ
นายโจเซฟ โมเรโน อดีตอัยการกลางสหรัฐ และที่ปรึกษาสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ ระบุว่า การพิจารณาคดีของศาลในคดีพยายามล้มผลการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย และ คดีอาญาอีก 3 คดี ที่ทรัมป์เผชิญ จะใช้เวลายาวนานอย่างยิ่ง
สำหรับคดีในรัฐจอร์เจีย การพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วให้กับผู้ต้องหามีความซับซ้อน เนื่องจากมีผู้ถูกตั้งข้อหาร่วมในคดีด้วยอีก 19 คนที่เกี่ยวข้อง และยังมีความซับซ้อนทางกฎหมายระหว่างกฎหมายของรัฐบาลกลางและกฎหมายของมลรัฐ
"การพิจารณาคดีเหล่านี้จะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้... ผมสงสัยว่ามันอาจจะเกิดขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง (2024) ด้วยซ้ำ"
ที่มาของคดี
คดีพยายามล้มผลการเลือกตั้งนี้ มีที่มาเริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ. 2021 หลังอัยการเขตเทศมณฑลฟุลตัน คือ ฟานี วิลลิส เปิดสำนวนการสอบสวน ทรัมป์และพวก ในข้อหาแทรกแซงการเลือกตั้ง
มูลและเบาะแสของข้อกล่าวหานี้ ขยายผลมาจากการการตั้งข้อหาทรัมป์ก่อนหน้านี้ ที่อัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตันดีซี ได้ตั้งข้อหาทรัมป์มาแล้วกระทงหนึ่ง ฐานสมคบคิดเพื่อล้มผลการเลือกตั้งปี 2020 ที่เขาพ่ายแพ้ให้กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต โดยเอกสารชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว ชี้มูลถึงกิจกรรมน่าสงสัยของทีมงานของทรัมป์ในรัฐจอร์เจีย
สำนวนการสืบสวนของอัยการเขตวิลลิส จึงพุ่งเป้าไปที่รัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นสมรภูมิเลือกตั้งสำคัญต่อการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งผลปรากฏว่าทรัมป์พ่ายแพ้ไปอย่างเฉียดฉิว
เมื่อเดือน ม.ค. 2021 มีบันทึกว่า ทรัมป์โทรศัพท์ถึงเลขาธิการแห่งรัฐจอร์เจีย คือ แบรด ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ สั่งให้ “หา” คะแนนเสียง 11,780 คะแนนให้ทรัมป์ ซึ่งหากได้คะแนนเพิ่มตามตัวเลขนี้ จะทำให้ทรัมป์ชนะไบเดนในรัฐจอร์เจีย
ส่วนพยานปากสำคัญในคดีนี้ คือ “คณะผู้เลือกตั้งปลอม” อย่างน้อย 8 คน ที่ลงนามในเอกสารปลอมอ้างว่าทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจีย โดยพวกเขาบรรลุข้อตกลงความคุ้มกันทางคดี หลังตกลงที่จะให้อัยการเทศมณฑลฟุลตันสอบปากคำ











