กฎหมายอะไรใช้คุมกัญชาในช่วงสุญญากาศและเพียงพอหรือไม่

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

หลังจากการปลดล็อกการใช้กัญชา ให้ทุกคนปลูก จำหน่ายส่วนของต้น และประกอบการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 เกือบสองเดือนของการปลดล็อก สื่อหลายแขนงรายงานถึงหนังสือที่กระทรวงสาธารณสุข ส่งถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินคดีผู้ที่ทำการวิจัย ส่งออกกัญชา ขาย และแปรรูปกัญชาเพื่อการค้า โดยไม่ขออนุญาต

นี่เป็นครั้งแรก ๆ ที่ปรากฏข่าวการบังคับใช้กฎหมายสำหรับการควบคุมกัญชา นับตั้งแต่เกิดภาวะ "สุญญากาศกัญชา" จากการปลดล็อก ที่ฝ่ายกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์แสดงความกังวลถึงการใช้กัญชาจนเกิดผลกระทบกับร่างกายตามที่ปรากฏเป็นข่าวหลายกรณี

ความเคลื่อนไหวนี้ ยังเกิดขึ้นเพียง 1 วัน ที่กลุ่มแพทย์และศิษย์เก่าแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 851 รายชื่อ ออกแถลงการณ์ให้ปิดสภาวะกัญชาเสรีในสภาวะสุญญากาศทันที

เนื้อหาในหนังสือที่ลงนามโดย นายณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการแพทย์ ปฏิบัติราชการแทน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ลงวันที่ 26 ก.ค. 2565 ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับผู้ไม่ขออนุญาตศึกษาวิจัย หรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า

getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

แจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับบุคคลหรือนิติบุคคลใดที่ไม่ดำเนินการตามมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว ในกรณีดังต่อไปนี้

  •  ไม่ขออนุญาตศึกษาวิจัยกัญชา
  • ไม่ขออนุญาตส่งออกกัญชา
  • ไม่ขออนุญาตจำหน่ายกัญชา 
  • ไม่ขออนุญาตแปรรูปกัญชาเพื่อการค้า

 หนังสือฉบับนี้ ระบุด้วยว่า "หากพบการกระทำผิดกรณีไม่ขออนุญาตศึกษาวิจัย ไม่ขออนุญาตส่งออก ไม่ขออนุญาตจำหน่าย ไม่ขออนุญาตแปรรูปกัญชาเพื่อการค้า ต้องดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีตามมาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ. กล่าวด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย จะเป็นพระคุณ"

 บีบีซีไทย ขอคำชี้แจงจากโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.ค.) แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ

อ้างอิงกฎหมายอะไรบ้าง

หนังสือฉบับดังกล่าว อ้างอิงถึงประกาศและ พ.ร.บ. รวมอย่างน้อย 3 ฉบับที่อ้างอิงต่อกันดังนี้

 1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 16 มิ.ย. 2565 และเมื่อประกาศกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมแล้ว บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งอยู่ในความหมายของคำว่าผู้ใดต้องได้รับอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า

2. มาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับในข้อ 1 เป็นประกาศที่กำหนดให้เป็นไปตามความในมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ทุกกรณี

 3. กฎกระทรวงการอนุญาต ให้ศึกษาวิจัย หรือ ส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ.2559 ตามหนังสือ การดำเนินการขออนุญาตต้องดำเนินการตามกฎกระทรวงฉบับนี้

 เนื้อความระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเป็นผู้อนุญาตในส่วนกลาง

 และมอบหมายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นผู้อนุญาตในเขตพื้นที่แต่ละจังหวัดที่รับผิดชอบในการนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 บีบีซีไทยเข้าใจว่า หากบุคคลผู้ใดศึกษาวิจัย ส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ในที่นี้คือกัญชานั้น หากอยู่ต่างจังหวัด หมายความว่าต้องไปดำเนินการขออนุญาตกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเริ่มต้นของการปลดล็อก การขออนุญาตปลูก หรือจำหน่ายส่วนของพืชไม่ต้องขออนุญาต แต่ถ้าขายเมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ สารสกัด ต้องขออนุญาต

ส่วนการนำส่วนของกัญชา กัญชง มาใช้ในอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่าย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า ต้องดำเนินการยื่นขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารและเลขสารบบอาหารด้วย

เพียงพอหรือไม่

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. กลุ่มแพทย์ประจำบ้าน แพทย์ประจำบ้านต่อยอด อาจารย์แพทย์ และศิษย์เก่าแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 851 รายชื่อ ออกแถลงการณ์ให้ปิดสภาวะกัญชาเสรีในสภาวะสุญญากาศทันที และมีผู้ร่วมลงรายชื่อแคมเปญ “ชะลอกัญชาเสรีขอออกกฎหมายคุ้มครองไม่ให้เด็กใช้กัญชาออกมาก่อน” บนช่องทาง change.org ของภาคประชาชน ซึ่งในเช้านี้ (27 ก.ค.) มีผู้ร่วมลงชื่อกว่า 15,520 คน

 แถลงการณ์​ระบุว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา ได้กำหนดให้พืชกัญชาไม่เป็นยาเสพติด "แต่ไม่มีนโยบายควบคุมการใช้กัญชาอย่างครอบคลุมและปลอดภัย"

 แถลงการณ์ของแพทย์ระบุว่า ภาวะเช่นนี้ "จึงทำให้มีการใช้กัญชาอย่างเสรีในเชิงนันทนาการอย่างแพร่หลาย นำไปสู่การเข้าถึงการใช้กัญชาของเด็ก และเยาวชน ซึ่งผิดจากเหตุผลของการออกนโยบายกัญชาเสรีที่รัฐบาล และผู้เกี่ยวข้องเคยกล่าวอ้างว่าต้องการให้ประชาชนได้เข้าถึงกัญชาทางการแพทย์มากขึ้น"

นอกจากนี้ การใช้กัญชาอย่างเสรีโดยปราศจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์นั้นมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมากมายว่า ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และการเจริญเติบโตของสมองในเด็ก และวัยรุ่นอย่างมาก เป็นภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้น และระยะยาวอย่างแท้จริง

 หลังจากจากปรากฏหนังสือ จากกระทรวงสาธารณสุขที่ส่งถึง ผบ.ตร. นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์บนเฟซบุ๊กระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้เพียง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 เนื่องจากการฝ่าฝืนข้อกำหนดประกาศ และกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2554 ไม่มีบทลงโทษ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้

 "....การฝ่าฝืนตามมาตราในข้อ 2 ทั้งหมด กลับไม่มีโทษใดๆ เห็นได้จากโทษตามพ.ร.บ. นี้ ทั้งหมดในรูปที่ 4 จะไม่มีมาตรา 44-45 เลย ดังนั้น ไม่แปลกครับที่ตำรวจทำอะไรไม่ได้ เพราะมันมีแต่ความผิด แต่ไม่มีโทษไงครับ"

กระทรวงสาธารณสุข

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

เร่งปรับปรุง "ช่อดอกกัญชา" เป็นสมุนไพรควบคุม

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (27 ก.ค. 2565 นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แถลงข่าวกรณีการขอความร่วมมือตำรวจดำเนินคดีผู้ไม่ขออนุญาตการใช้กัญชา

โดยน พ.ณรงค์ กล่าวว่า จากกรณีที่มีการทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องการดำเนินคดีกับผู้ไม่ขออนุญาตศึกษาวิจัย หรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้านั้น นัยของหนังสือฉบับนี้ เพื่อต้องการคุ้มครองผู้ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร แต่จากที่ตรวจสอบหนังสือแล้วและปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อสรุปและข้อสั่งการให้อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกทบทวนรายละเอียด โดยได้นำหนังสือฉบับดังกล่าวกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ทบทวนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด

 ด้าน นพ.ยงยศ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 หารือแล้วเห็นว่าการกำหนดกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมต้องมีความชัดเจน 4 เรื่อง คือ

  • ประชาชนที่ใช้ประโยชน์กัญชาในการดูแลสุขภาพต้องไม่ได้รับผลกระทบ
  • ความผิดของประชาชนที่ดำเนินการก่อนจะมีประกาศฉบับนี้ต้องไม่มี
  • การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่จะไปดำเนินการร่วมกับผู้เกี่ยวข้องต้องมีความชัดเจน
  • กัญชาจะเป็นพืชสำคัญสร้างเศรษฐกิจ และคุณค่าทางการแพทย์ การให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือถูกด้อยค่าจากการกระทำของคนก็ไม่ควรเกิดขึ้น

คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายฯ จึงเห็นควรให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม ให้มีความชัดเจนขึ้น โดยจะกำหนดเฉพาะช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมเท่านั้น

“ถ้าประกาศทั้งต้นจะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก แต่การประกาศเฉพาะช่อดอกจะทำให้ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากราก ต้น กิ่ง ใบ ยังสามารถใช้ได้ตามปกติ นอกจากนี้ จะกำหนดปริมาณช่อดอกสำหรับครัวเรือนที่เหมาะสมซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาและรับฟังความคิดเห็น คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุปปริมาณช่อดอกกัญชา หากไม่เกินที่กำหนดจะไม่เข้าข่าย สามารถใช้ดูแลสุขภาพตนเองได้ หากเกินหรือเพื่อการค้าก็ต้องขออนุญาต ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพราะจะอำนวยความสะดวกด้วยการขอทะเบียนออนไลน์ โดยจะกำหนดคุณสมบัติของผู้จำหน่ายไว้ ทั้งนี้ หลังปรับปรุงแล้วจะเสนอให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาฯ ซึ่งมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานพิจารณา ก่อนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนาม” นพ.ยงยศกล่าว

นพ.ยงยศกล่าวต่อว่า การออกประกาศฉบับใหม่จะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และเมื่อมีความชัดเจนจะมีการทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติคือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในฐานะผู้อนุญาตในพื้นที่ และหารือร่วมกันกับทางตำรวจเพื่อทำความเข้าใจ