กองทัพเวเนซุเอลาจะรับมือการโจมตีของสหรัฐฯ ได้ไหม

Venezuelan army soldiers take part in a military parade carrying electoral materials for the presidential elections at Fuerte Tiuna, Caracas, on 24 July 2024.

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, นอร์เบอโต ปาเรเดส
    • Role, บีบีซีนิวส์ แผนกภาษาสเปน
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

การมาถึงของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R Ford) ในน่านน้ำใกล้ละตินอเมริกา ถือเป็นจุดเปลี่ยนในความตึงเครียดที่ยกระดับขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา

นี่ถือเป็นการปรากฏตัวของกองทัพสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนับตั้งแต่การบุกปานามาในปี 1989 เหมือนที่ มานูเอล โนรีเอกา ถูกกล่าวหาว่าลักลอบค้ายาเสพติดเมื่อกว่าสามทศวรรษก่อน ตอนนี้ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา กำลังเผชิญข้อกล่าวหาเดียวกัน ซึ่งเขาปฏิเสธเรื่องนี้อย่างหนักแน่น

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงไม่ได้เปิดเผยจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน แม้ว่าสหรัฐฯ จะได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่และล้ำหน้าที่สุดในโลกไปใกล้กับชายฝั่งของเวเนซุเอลาแล้ว

สำหรับรัฐบาลเวเนซุเอลา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเตรียมตัวเผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดแล้ว

สัปดาห์ที่แล้ว วลาดิเมียร์ ปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีกลาโหมของเวเนซุเอลา ได้ประกาศ "การเคลื่อนกำลังทางการทหารครั้งใหญ่" ทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางแม่น้ำ และขีปนาวุธ ไปพร้อมกับการเคลื่อนกองกำลังพลเรือนติดอาวุธทั่วประเทศ เพื่อตอบโต้สิ่งที่เขาเรียกว่า ภัยคุกคามต่อรัฐบาลมาดูโร

ในการแถลงผ่านโทรทัศน์ ปาดริโน โลเปซ กล่าวว่าประธานาธิบดีมาดูโรได้สั่งให้กองทหารเกือบ 200,000 นาย เคลื่อนพลในฐานะส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทหารครั้งนี้

การมาถึงของ "เรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์" ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการยกระดับความขัดแย้งโดยปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อแก๊งค้ายาเสพติดที่ถูกกล่าวหาว่ามีฐานอยู่ในเวเนซุเอลา ทั้งนี้ ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ของสหรัฐฯ ได้คร่าชีวิตผู้คนบนเรือสปีดโบ๊ตและเรือกึ่งดำน้ำไปกว่า 80 รายแล้ว

แต่นักวิเคราะห์บางคนแย้งว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของสหรัฐฯ อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างกว่าในการทำให้รัฐบาลของมาดูโรอ่อนแอลงหรือล้มลง ทั้งนี้ รัฐบาลกรุงวอชิงตันถือว่ารัฐบาลมาดูโรเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเมื่อปีที่แล้วถูกตีตราว่าเป็นเรื่องหลอกลวงโดยฝ่ายค้านในประเทศและผู้สังเกตการณ์นานาชาติ

"เป็นเพียงเงาของตัวเองในอดีต"

กองกำลังของมาดูโรจะรับมือกับการโจมตีจากกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลกได้หรือไม่ ?

ในเดือน ก.ย. มาดูโรอ้างว่ามีผู้คนกว่า 8 ล้านคนได้ลงทะเบียนเพื่อปกป้องเวเนซุเอลา และชี้ว่าเขาจะติดอาวุธให้กองกำลังทั้ง 8 ล้านคนนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญไม่เชื่อในตัวเลขนี้ของมาดูโร

"มันไม่ใช่เรื่องจริง ตัวเลขที่แท้จริงนั้นต่ำกว่านี้มาก มาดูโรได้คะแนนโหวตไม่ถึง 4 ล้านเสียงด้วยซ้ำเมื่อปีก่อน" เจมส์ สตอรี อดีตนักการทูตแถวหน้าของสหรัฐฯ ในกรุงโบโกตา ของโคลอมเบีย ระหว่างปี 2020-2023 บอกกับบีบีซีแผนกภาษาสเปน "และกองทัพเวเนซุเอลายังมีสัดส่วนการหนีทหารสูงมาก"

รายงานฉบับหนึ่งจากสถาบันนานาชาติเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ (International Institute for Strategic Studies - IISS) ประเมินว่าเวเนซุเอลามีทหารในกองทัพประจำการทั้งสิ้น 123,000 นาย บวกกับสมาชิกกองกำลังติดอาวุธอีก 220,000 นาย และกำลังพลสำรองอีก 8,000 นาย

Twin sisters Carmen and María Santana, members of the Bolivarian National Militia, run with rifles in hand during a military training exercise in La Guaira, Venezuela, on 8 October 2025.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ด้วยกองกำลังที่อ่อนแอลง ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าประธานาธิบดีมาดูโรและพันธมิตรของเขากำลังเตรียมตัวการสู้รบแบบกองโจร แต่ก็ยังคงมีข้อกังขาว่าจะมีผู้คนมากน้อยแค่ไหนที่สนับสนุนเขา

เจมส์ สตอรี บอกว่าทหารเวเนซุเอลานั้นได้ฝึกซ้อมรบไม่บ่อยนัก และสมาชิกของกองกำลังติดอาวุธชาวิสตา (Chavista) ก็ไม่ได้ติดอาวุธ

"บางทีอาจจะมีหน่วยที่พร้อมรบอยู่บ้างในกองทัพ แต่ในฐานะกองกำลังเพื่อต่อสู้ พวกเขาไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น"

เขาเสริมด้วยว่า ตอนนี้กองทัพเวเนซุเอลาเป็นเพียง "เงาของตัวเองในอดีต" แม้เขาจะยอมรับว่ายังคงมี "ทรัพยากรเฉพาะบางอย่างในภูมิภาค"

นอกจากเครื่องบินรบซุคฮอย (Sukhoi) ประมาณ 20 ลำที่ซื้อมาจากรัสเซียในสมัยอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ในปี 2006 แล้ว เวเนซุเอลายังได้เครื่องบิน F-16 เกินกว่า 10 ลำมาจากสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1980 ในช่วงที่รัฐบาลพวกเขายังคงเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคด้วย

"เครื่องบินรบซุคฮอยเหนือกว่าเครื่องบินรบทุกลำในภูมิภาคนี้ และหลายลำยังคงขึ้นรบได้อยู่ สำหรับเครื่องบิน F-16 ผมคิดว่ายังคงมีหนึ่งหรือสองลำที่ยังใช้การได้" สตอรี ระบุ

ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานและโดรน

ในช่วงปลายเดือน ต.ค. ท่ามกลางความตึงเครียดที่สูงขึ้นกับสหรัฐฯ ประธานาธิบดีมาดูโรประกาศว่าเวเนซุเอลาได้เคลื่อนขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานอิกลา-เอส (Igla-S) ซึ่งรัสเซียผลิต กว่า 5,000 ลูก ไปยัง "ตำแหน่งป้องกันภัยทางอากาศอันสำคัญต่าง ๆ" แล้ว

"กองทัพของทุกประเทศในโลกรู้ดีถึงพลังของอิกลา-เอส" มาดูโรพูดระหว่างกิจกรรมทางทหารหนึ่งที่ถูกถ่ายทอดทางโทรทัศน์

A member of the Bolivarian National Militia holds a Russian-made Igla-S (SA-18) portable surface-to-air missile launcher during a protest against U.S. military activity in the Caribbean, in Caracas, on October 30, 2025.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญบางคนบอกว่า ในฐานะกองกำลังทางทหาร กองทัพเวเนซุเอลาไม่ได้มีความสามารถมากขนาดนั้น

อิกลา-เอส เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศวิถีใกล้ในน่านฟ้าการบินระดับต่ำ ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายได้ และมีความสามารถในการยิงขีปนาวุธนำวิถี โดรน เฮลิคอปเตอร์ รวมถึงอากาศยานที่บินในระดับต่ำอื่น ๆ ให้ตกได้

เวนาซุเอลายังมีรถหุ้มเกราะวีเอ็น-โฟร์ (VN-4) ซึ่งจีนผลิต และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังได้กลายเป็นประเทศในอเมริกาใต้ประเทศเดียวที่มีโดรนซึ่งสามารถทำการโจมตีทางการทหารได้ ซึ่ง นิโกลัส มาดูโร ได้นำออกมาแสดงให้เห็นในการเดินส่วนสนามของกองทัพในปี 2022

เวเนซุเอลายังได้รับเรือโจมตีเร็วเพย์คาป-ทรี (Peykaap-III) จากอิหร่าน ซึ่งติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบมาด้วย

เวเนซุเอลายังได้ผลิตโดรนที่ชื่อ อันโตนิโอ โฮเซ เดอ ซูเครอ 100 และ 200 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า อันซู-100 (ANSU-100) และ อันซู-200 (ANSU-200) ขึ้นมาด้วย โดยโดรนนี้อัปเกรดมาจากต้นแบบที่อิหร่านผลิต

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเวเนซุเอลาได้รับระบบขีปนาวุธที่ยิงจากภาคพื้นดินแพนต์เซียร์-เอสวัน (Pantsir-S1) และบุค-เอ็มทูอี (Buk-M2E) ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ผลิตมาด้วย ข้อมูลจาก สส. รัสเซีย อเล็กซี ซูราฟเลฟ ระบุว่าระบบขีปนาวุธดังกล่าวถูกขนส่งทางเครื่องบินไปยังกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ด้วยเครื่องบินขนส่งไอแอล-เซเวนตี้ซิก (Il-76)

เครื่องข่ายที่ถูกทำให้สิ้นฤทธิ์ได้ "อย่างง่ายดาย"

แต่ก็ "มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างสิ่งที่เวเนซุเอลาอ้างว่ามี กับสิ่งที่ใช้งานได้จริงอยู่" ดร.แอนดรี เซอร์บิน พอนต์ นักวิเคราะห์นานาชาติที่เชี่ยวชาญเรื่องนโยบายการต่างประเทศและกลาโหมจากเครือข่ายระดับภูมิภาคเพื่อการวิจัยเศรษฐกิจและสังคม (Regional Coordinator for Economic and Social Research - CRIES) ซึ่งเป็นเครื่อข่ายของศูนย์วิจัยกว่า 100 แห่ง กล่าว

ท่ามกลางรายงานหลายชิ้นที่ชี้ว่าการยกระดับของความขัดแย้งครั้งนี้อาจรวมถึงการโจมตีโดยตรงในเวเนซุเอลา ระบบป้องกันภัยทางอากาศของเวเนซุเอลาก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ดร.เซอร์บิน พอนต์ บอกกับบีบีซีว่า โครงข่ายส่วนใหญ่ เช่นระบบขีปนาวุธภาคพื้นดินเพโชรา (Pechora) ที่รัสเซียเป็นผู้ผลิต ซึ่งถูกออกแบบมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 หากไม่หมดอายุการใช้งานไปแล้ว ก็สามารถ "ถูกทำให้สิ้นสภาพไปได้อย่างง่ายดาย" ด้วยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

A Venezuelan army truck carrying Russian missile launchers takes part in a military parade during Independence Day celebrations in Caracas, on July 5, 2025.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าหากยุทธภัณฑ์ของกองทัพเวเนซุเอลาไม่เก่าแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่าใช้การไม่ได้แล้ว

สงครามกองโจร

นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าประธานาธิบดีมาดูโรและกลุ่มคนใกล้ชิดขอบเขา กำลังเตรียมตัวที่จะทำสงครามกองโจร

ในเดือน ก.ย. รัฐมนตรีมหาดไทยของเวเนซุเอลา ดิออสดาโด กาเบลโล เตือนว่าประเทศเวเนซุเอลาพร้อมที่จะทำ "สงครามอันยืดเยื้อ"

ไม่นานหลังจากนั้น รัฐบาลมาดูโรได้สั่งการให้ทหารจากกองทัพแห่งชาติเวเนซุเอลา (Bolivarian National Armed Forces - FANB)ฝึกอาสาสมัครจากชุมชนยากจนให้ใช้อาวุธ

นายสตอรีปฏิเสธแนวคิดที่ว่าชาวเวเนซุเอลาจะสนับสนุนมาดูโรจริง ๆ หากเขาทำสงครามกองโจร

"มาดูโรไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบมากนัก ทั้งโดยกองทัพและประชาชนชาวเวเนซุเอลา และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมไม่คิดว่าผู้คนจะเดินตามหรือสนับสนุนเขาในการทำสงครามกองโจร"

แม้ว่ารัฐบาลเวเนซุเอลาได้ยกระดับวาทกรรมสนับสนุนให้เกิดสงครามต่อต้านสหรัฐฯ แต่ ดร.เซอร์บิน พอนต์ พูดว่ากองทัพเวเนซุเอลาไม่มีความพร้อมหากต้องทำการต่อสู้ทางทหารกับสหรัฐฯ อย่างแท้จริง

เขาอธิบายว่า "ในความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างโคลอมเบียหรือบราซิล ระบบอาวุธดั้งเดิมของเวเนซุเอลาอาจจะใช้การได้ผล" แต่อาจจะไม่สามารถเป็นภัยคุกคามให้กับสหรัฐฯ อย่างแท้จริงได้