ทำไมฉากเซ็กส์ในภาพยนตร์ "ออปเพนไฮเมอร์" ถึงทำชาวฮินดูโกรธเคือง

คิลเลียน เมอร์ฟี รับบทเป็น ออปเพนไฮเมอร์

ที่มาของภาพ, Universal Studio

คำบรรยายภาพ, คิลเลียน เมอร์ฟี รับบทเป็น ออปเพนไฮเมอร์

ภาพยนตร์ที่ถูกจับตามากที่สุดในปีนี้ “ออปเพนไฮเมอร์” ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน กำลังสร้างความโกรธเคืองต่อชาวฮินดูบางกลุ่มในอินเดีย บางคนเรียกร้องให้คว่ำบาตรภาพยนตร์เรื่องนี้ หรือไม่ก็ถอดฉากการร่วมเพศออกไป เพราะนักแสดงนำในเรื่องได้กล่าวประโยคในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดู ก่อนมีเซ็กส์

ภาพยนตร์ “ออปเพนไฮเมอร์” นำแสดงโดย คิลเลียน เมอร์ฟี บอกเล่าเรื่องราวของ โรเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ ผู้ได้รับการขนานนามว่า “บิดาแห่งระเบิดปรมาณู” เพราะเขาเป็นผู้บุกเบิกและดำเนินโครงการแมนฮัตตัน ที่พัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรกของโลกสำเร็จ

ฉากการร่วมเพศหรือมีเซ็กส์ ที่กำลังกลายเป็นข้อถกเถียงร้อนแรงของชาวฮินดูแนวคิดฝ่ายขวาในประเทศอินเดีย คือฉากที่ คิลเลียน เมอร์ฟี (รับบท ออปเพนไฮเมอร์) กำลังมีเพศสัมพันธ์กับ ฟลอเรนซ์ พิวจ์ ที่รับบท จีน แทตล็อค หนึ่งในคนรักของออปเพนไฮเมอร์

ฉากการมีเพศสัมพันธ์นี้ อยู่ในช่วงแรก ๆ ของภาพยนตร์ โดย พิวจ์ (จีน แทตล็อค) หยุดการมีเพศสัมพันธ์ชั่วขณะ แล้วเดินไปหยิบคัมภีร์ “ภควัทคีตา” หนึ่งในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดู แล้วนำมาให้ เมอร์ฟี (ออปเพนไฮเมอร์) อ่าน

“บัดนี้เราคือความตาย คือผู้ทำลายล้างโลกทั้งมวล” (Now I am become Death, the destroyer of worlds) ผู้รับบทออปเพนไฮเมอร์ กล่าว ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์กับตัวละครหญิงต่อในภาพยนตร์

ประโยคเดียวกันนี้ ยังถูกกล่าวอีกหลายครั้งในภาพยนตร์ที่มีความยาวราว 3 ชั่วโมงอีกด้วย

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภควัทคีตา แท้ที่จริงเป็นเพียงบทสนทนาโต้ตอบระหว่างบุคคล 2 คน คือ พระอรชุน กับพระกฤษณะ

ฉากนี้ สร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายขวาในอินเดีย โดยนักการเมืองคนหนึ่งของพรรคภารติยะ ชนะตะ ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ซึ่งเป็นพรรคสายชาตินิยมฮินดู กล่าวว่า “นี่เป็นการโจมตีศาสนาฮินดู” และกล่าวหาภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นส่วนหนึ่งของการสมคบคิดของฝ่ายต่อต้านฮินดู”

อุเดย์ มาหุรการ์ คณะกรรมาธิการข้อมูลข่าวสารของอินเดีย ออกแถลงการณ์ว่า ฉากร่วมรักดังกล่าวในภาพยนตร์ “เป็นการโจมตีโดยตรงต่อความเชื่อทางศาสนาของชาวฮินดูผู้อดทนอดกลั้นกว่าพันล้านคน” และเป็นเหมือน “การทำสงครามกับชุมชนชาวฮินดู”

เขายังเสริมว่า “เราเชื่อว่า ถ้าคุณถอดฉากนั้นออก และทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อชนะใจชาวฮินดู จะเป็นประโยชน์กว่าและจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะมนุษย์ที่มีเหตุผล และจะทำให้คุณได้ของขวัญ เป็นมิตรภาพจากประชาชนที่น่ารักหลายพันล้านคน”

.

ที่มาของภาพ, PA

คำบรรยายภาพ, ฟลอเรนซ์ พิวจ์ รับบท จีน แทตล็อค หนึ่งในคนรักของออปเพนไฮเมอร์

หนังสือชีวประวัติ “โพรมีธีอุสชาวอเมริกัน ชัยชนะและโศกนาฏกรรมของ เจ. โรเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์” (American Prometheus: The Triumph and Tragedy of J. Robert Oppenheimer) เปิดเผยว่า ออปเพนไฮเมอร์ มีความเป็นอัจฉริยะผู้รู้รอบและเก่งสารพัดไปทุกด้าน หรือที่เรียกว่า “โพลีแมท” (polymath) โดยนอกจากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญฟิสิกส์เชิงทฤษฎีแล้ว เขายังมีความรู้ทางมนุษยศาสตร์และเข้าใจภาษาต่างประเทศถึง 6 ภาษา รวมถึงภาษากรีกและภาษาสันสกฤตด้วย

เขาใช้ความรู้ในภาษาโบราณของอินเดีย อ่านและศึกษาคัมภีร์ภควัทคีตาของศาสนาฮินดูอย่างลึกซึ้ง จนเป็นที่มาของเหตุผลทางจริยธรรมที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจใช้ระเบิดปรมาณูยุติสงคราม

ออปเพนไฮเมอร์ เปรียบเทียบเรื่องนี้กับการปฏิบัติหน้าที่ หรือ “ธรรมะ” ตามที่พระกฤษณะกล่าวสอนอรชุนในสนามรบ เพื่อให้สามารถหักใจเข้าทำสงครามประหัตประหารญาติของตนเองที่เป็นฝ่ายอธรรม

ออปเพนไฮเมอร์กล่าวว่า “เพื่อโน้มน้าวใจให้อรชุนลงมือปฏิบัติตามหน้าที่ของตน พระกฤษณะทรงแสดงวิศวรูป หรือร่างแท้จริงระดับจักรวาลของพระเป็นเจ้าที่มีหลายเศียรหลายกร พร้อมกับตรัสว่า ‘บัดนี้เราคือความตาย คือผู้ทำลายล้างโลกทั้งมวล’ ผมว่าเราควรจะมีความคิดที่คล้อยตามแนวทางนี้”

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ “ออปเพนไฮเมอร์” ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเป็นส่วนใหญ่ในอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่เคยทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกเมื่อปี 1974 โดยนักวิจารณ์หนังให้คะแนนภาพยนตร์ในทางบวก ทำให้ผู้คนจำนวนมากไปเข้าชมหนังอย่างหนาแน่น

“ออปเพนไฮเมอร์” ทำรายได้กว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสุดสัปดาห์แรกหลังเปิดตัวในอินเดีย ตามการรายงานของสื่อท้องถิ่น และทำรายได้มากกว่าภาพยนตร์ “บาร์บี” ซึ่งเปิดตัวในวันเดียวกัน และกวาดรายได้ไป 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คณะกรรมการภาพยนตร์อินเดีย จัดเรตติง “ออปเพนไฮเมอร์” เป็น U/A หมายถึงภาพยนตร์ที่มีฉากสำหรับผู้ใหญ่ระดับปานกลาง เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีสามารถรับชมได้ ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง และจนถึงตอนนี้ ไม่มีการสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ในรัฐใด ๆ ของอินเดีย

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ชาวฮินดูฝ่ายขวา ออกมาแสดงท่าทีต่อต้านภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ หรือโฆษณา ต่อการแสดงถึงเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับศาสนาฮินดู ในบางกรณี เกิดการคว่ำบาตร หรือถอดเนื้อหาออกจากหน้าสื่อ หลังกลุ่มอนุรักษนิยมและกลุ่มหัวรุนแรงออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง

ยกตัวอย่างในปี 2020 เน็ตฟลิกซ์ เผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อฉากในซีรีส์ “A Suitable Boy” ที่แสดงภาพผู้หญิงฮินดูจูบกับชายมุสลิมในวัดฮินดู ในปีเดียวกัน แบรนด์เครื่องประดับอินเดียเจ้าหนึ่งต้องถอดโฆษณาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคู่รักต่างศาสนาออกจากช่องทางออนไลน์ จากกระแสวิจารณ์ที่รุนแรง

.

ที่มาของภาพ, Universal Studio and Getty Images

ส่วนตัว คิลเลียน เมอร์ฟี ผู้รับบทออปเพนไฮเมอร์ เคยเปิดใจช่วงก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายว่า เขาได้อ่านคัมภีร์ “ภควัทคีตา” ในช่วงเตรียมการแสดง

“ผมคิดว่าเนื้อหาในคัมภีร์งดงามมาก สร้างแรงบันดาลใจมาก” เขาให้สัมภาษณ์กับนักวิจารณ์ภาพยนตร์ชาวอินเดียคนหนึ่ง “ผมคิดว่าประโยคนี้เป็นเหมือนการปลอบโยนตัวเขา (ออปเพนไฮเมอร์) เพราะเขาเหมือนต้องการสิ่งนี้ และประโยคนี้ช่วยปลอบโยนเขา ตลอดชีวิตของเขา”