นักข่าวบีบีซีสำรวจเมืองมัณฑะเลย์หลังแผ่นดินไหว พบเสียหายหนักและขาดแคลนความช่วยเหลือ

Two people walk past a large white building that is partially collapsed and leaning dangerously to one side in Mandalay
คำบรรยายภาพ, ยังมีชาย 5 รายติดอยู่ใต้อาคารแห่งนี้ รวมถึงลูกชายวัย 21 ปีของ "นาน" ด้วย
    • Author, โยคีตา ลิมาเย
    • Role, รายงานจาก เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา

คำเตือน: บทความฉบับนี้อาจมีเนื้อหาหรือภาพที่ทำให้ผู้อ่านบางท่านรู้สึกสะเทือนใจ

ซากปรักหักพังจากแผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ (28 มี.ค.) ที่ผ่านมาปรากฎให้เห็นตลอดข้างทาง ขณะที่ทีมงานบีบีซีขับรถเข้าไปในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา

มีซากปรักหักพังของตึกอาคารที่ถล่มลงมาในถนนเกือบทุกสายที่เราขับรถเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณพื้นที่ทางตอนเหนือและกลางของตัวเมือง ซึ่งเราพบอาคารหนึ่งที่ถล่มลงมาอย่างราบคาบเหลือเพียงเศษซากก้อนหิน ถนนบางสายมีอาคารหลายแห่งที่พังทลายลงมา

เกือบทุก ๆ อาคาร เราสามารถสังเกตเห็นรอยร้าวที่กำแพงฝั่งใดฝั่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย และมันยังอันตรายเกินไปในการเข้าใช้ตัวอาคาร ที่โรงพยาบาลหลักของเมือง ผู้ป่วยกำลังถูกรักษาอยู่ข้างนอกตัวตึก

รัฐบาลทหารเมียนมาไม่อนุญาตให้นักข่าวต่างชาติเข้าไปในประเทศหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว เราจึงต้องเข้าไปอย่างไม่เปิดเผยตัวตน และต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เนื่องจากประเทศเมียนมาเต็มไปด้วยสายข่าวและตำรวจนอกเครื่องแบบที่คอยสอดส่องประชาชนของประเทศตนเองและรายงานแจ้งให้กับรัฐบาลทหารที่ปกครองอยู่ในขณะนี้

สิ่งที่ทีมข่าวบีบีซีได้เห็นคือผู้คนจำนวนหนึ่งที่ได้รับความช่วยเหลือน้อยมากในการเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ครั้งนี้

"ฉันยังมีความหวังว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แม้จะมีโอกาสน้อยมากก็ตาม" นาน ซิน เฮน หญิงชาวเมียนมาวัย 41 ปีที่รออยู่บริเวณข้างถนนตรงข้ามกับตึก 5 ชั้นที่ถล่มลงมา บอกกับบีบีซี โดยเธอรอคอยการค้นหาลูกชายตัวเองทั้งวันทั้งคืนมาเป็นเวลา 5 วันแล้ว

ไซ ฮัน ปา ลูกชายวัย 21 ปีของเธอเป็นคนงานก่อสร้างซ่อมแซมปรับปรุงภายในตัวอาคาร ซึ่งเคยเป็นโรงแรมมาก่อน เพื่อทำเป็นตึกสำนักงาน

A lady stands in the street looking directly at the camera and in the background is a white building leaning dangerously to one side
คำบรรยายภาพ, ลูกชายวัย 21 ปี ของ นาน ซิน เฮน ยังคงสูญหายอยู่ภายในอาคาร 5 ชั้น

"หากพวกเขาสามารถช่วยเขา [ลูกชายของเธอ] ได้ภายในวันนี้ เขาก็ยังมีสิทธิที่จะรอด" เธอกล่าว

เมื่อตอนเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ ส่วนล่างของอาคารดังกล่าวทรุดตัวลงสู่พื้นดิน ส่วนบนมีความไม่เสถียรและเอียงราบไปกับถนน ทำให้ดูเหมือนว่าตึกจะพลิกคว่ำได้ทุกเมื่อ

ไซ ฮัน ปา และคนงานอีก 4 คน ติดอยู่ข้างในตัวอาคาร

ความพยายามกู้ภัยที่ซากอาคารดังกล่าวยังไม่ได้เริ่มเสียด้วยซ้ำตอนที่เราเข้าไปในเมือง และดูเหมือนว่ามันจะไม่เริ่มขึ้นในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากการขาดแคลนทางทรัพยากรในพื้นที่ และเหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเหตุการเมืองภายในประเทศ

คำบรรยายวิดีโอ, ชมวิดีโอ: โยคีตา ลิมาเย ผู้สื่อข่าวของบีบีซี เป็นผู้สื่อข่าวต่างชาติคนแรกที่ได้เข้าประเทศเมียนมาหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว

แม้กระทั่งก่อนเกิดแผ่นดินไหว ประเทศเมียนมาก็อยู่ในภาวะโกลาหลวุ่นวายอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากสงครามกลางเมือง ที่ส่งผลให้ผู้คนประมาณ 3.5 ล้านคนพลัดถิ่นฐาน กองทัพเมียนมายังคงปฏิบัติการทางทหารต่อต้านกลุ่มกบฏติดอาวุธแม้จะเกิดภัยพิบัติก็ตาม

นั่นหมายความว่ากองกำลังฝ่ายความมั่นคงกำลังยุ่งมากเกินกว่าที่จะทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือในการกู้ภัย ยกเว้นแค่ในพื้นที่สำคัญบางแห่ง แต่เราไม่พบทีมกู้ภัยจำนวนมากนักในเมืองมัณฑะเลย์

รัฐบาลทหารเมียนมาได้ร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ทำให้แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะให้คำมั่นว่าจะมอบความช่วยเหลือ แต่ความช่วยเหลือในรูปแบบของการส่งบุคลากรเข้ามาในพื้นที่นั้น มาจากเพียงบางประเทศอย่างอินเดีย จีน และรัสเซีย เท่านั้น

และจนถึงขณะนี้ ความพยายามในการกู้ภัยดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่ตัวโครงสร้างอาคารที่เกรงว่ามีผู้คนจำนวนมากติดอยู่ภายใน เช่น คอนโดมิเนียมสกายวิลลาอันสูงตระหง่าน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนหลายร้อยคน และโรงเรียนพุทธศาสนาอูหล่าย ซึ่งมีพระสงฆ์จำนวนมากกำลังทำข้อสอบเมื่อตอนเกิดแผ่นดินไหว

นีราช ซิงห์ หัวหน้าทีมรับมือภัยพิบัติของประเทศอินเดีย ซึ่งทำงานที่โรงเรียนพุทธศาสนา กล่าวว่าโครงสร้างอาคารถล่มลงมาเหมือน "แพนเค้ก" คือพังทลายจากชั้นบนลงมาทับอีกชั้นหนึ่งต่อ ๆ กัน

"มันเป็นรูปแบบการพังทลายที่กู้ภัยได้ยากที่สุด และโอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตมีน้อยมาก แต่เรายังคงมีความหวังและพยายามอย่างเต็มที่" เขากล่าวกับบีบีซี

Rescuers carrying a body in a black body bag on a stretcher
คำบรรยายภาพ, หน่วยกู้ภัยต้องเผชิญกับสภาวะที่ยากลำบากในการนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากซากอาคาร ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงเกือบ 40 องศาเซลเซียส

เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ ด้วยอุณหภูมิเกือบ 40 องศาเซลเซียส โดยใช้สว่านและเครื่องตัดโลหะตัดแผ่นคอนกรีตให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ การทำงานดังกล่าวเป็นงานที่ต้องทำอย่างช้า ๆ และต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เมื่อเครนยกชิ้นส่วนคอนกรีตขึ้น กลิ่นเหม็นของศพที่เน่าเปื่อยซึ่งโดยปกติจะค่อนข้างแรงอยู่แล้วก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างผู้เสียชีวิต 4-5 ร่าง แต่มันกินเวลากว่า 2-3 ชั่วโมงในการนำร่างผู้เสียชีวิตร่างแรกออกมา

ครอบครัวของนักเรียนนั่งอยู่บนเสื่อใต้เต็นท์พักชั่วคราวที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียน พวกเขามีใบหน้าที่เหนื่อยล้าและสิ้นหวัง โดยทันทีที่ครอบครัวได้ยินว่าพบร่างแล้ว พวกเขาก็มารุมล้อมรถพยาบาลที่ร่างผู้เสียชีวิตถูกนำไปไว้

A hand is seen holding a mobile phone picture of a smiling young monk carrying a pot and some bags
คำบรรยายภาพ, ยู ทูซานา พระสงฆ์วัย 29 ปี กำลังทำข้อสอบอยู่ที่โรงเรียนพุทธศาสนาตอนเกิดเหตุแผ่นดินไหว

สมาชิกครอบครัวผู้สูญหายคนอื่น ๆ มารุมล้อมรอบตัวเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่แสดงรูปถ่ายร่างผู้เสียชีวิตให้พวกเขาดูผ่านโทรศัพท์มือถือ

มันเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานที่ครอบครัวผู้สูญหายพยายามตรวจสอบว่าร่างที่เสียชีวิตไปเป็นคนที่พวกเขารักหรือไม่

แต่สภาพร่างของผู้เสียชีวิตเสียหายอย่างรุนแรงจนรูปร่างผิดปกติจากเดิม ภารกิจตรวจสอบอัตลักษณ์จึงไม่สามารถทำได้ ร่างจึงถูกส่งไปที่ห้องเก็บศพ ซึ่งจะดำเนินการทดสอบทางนิติเวชเพื่อยืนยันตัวตน

ในบรรดาครอบครัวผู้สูญหายเหล่านี้ หนึ่งในนั้นคือพ่อของ ยู ทูซานา วัย 29 ปี ซึ่งเขาไม่มีความหวังเลยว่าลูกชายของเขาจะรอดชีวิต "เมื่อรู้ว่าลูกชายของผมต้องจบลงเช่นนี้ ผมรู้สึกเสียใจอย่างมาก" อู ลา ออง พูดอย่างสะอึกสะอื้นด้วยใบหน้าที่เศร้าโศก

The wall of a pagoda is destroyed showing inside the building with rubble all over the outside steps
คำบรรยายภาพ, เจดีย์มหามุนี สถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมัณฑะเลย์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

แหล่งประวัติศาสตร์หลายแห่งของเมืองมัณฑะเลย์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่น พระราชวังมัณฑะเลย์และเจดีย์มหามุนี แต่เราไม่สามารถเข้าไปชมความเสียหายทั้งหมดได้

การเข้าถึงและรับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่ถล่มลงมา หรือร่างผู้เสียชีวิต และครอบครัวของพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ที่ถูกบีบคั้นโดยรัฐบาลทหารเมียนมา ทำให้ผู้คนมักหวาดกลัวที่จะพูดคุยกับนักข่าว

บริเวณใกล้ ๆ กับเจดีย์ เราได้เห็นพิธีศพของชาวพุทธที่จัดขึ้นบนถนนหน้าบ้านที่ถูกทำลายจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นบ้านของ อู ลา ออง เคียง และ ดอว์ มามาเตย์ ภรรยาของเขา ซึ่งทั้งคู่อยู่ในวัย 60 ปี

"ผมอาศัยอยู่กับพวกเขา แต่ผมอยู่ข้างนอกตอนเกิดแผ่นดินไหวผมจึงรอดมาได้ แต่ทั้งพ่อและแม่ของผมจากไปในพริบตาเดียว" ลูกชายของพวกเขากล่าวกับบีบีซี

A group of people sit on the ground cross-legged facing several monks sat in chairs who address them - all in front of a partially collapsed building
คำบรรยายภาพ, ชาวเมียนมาในเมืองมัณฑะเลย์เข้าร่วมงานศพที่จัดอยู่นอกตัวบ้านของคู่สามีภรรยาอายุราว 60 ปี ที่ถูกพบว่าเสียชีวิต

ร่างของคู่สามีภรรยาถูกนำออกมา แต่ไม่ใช่จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้รับการฝึกฝน แต่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งใช้เครื่องมือที่มีอยู่ติดบ้าน การนำร่างของทั้งคู่ออกมามันกินเวลากว่าสองวันจึงจะสามารถดึงร่างของคู่รักคู่นี้ออกมาได้ โดยทั้งคู่ถูกพบในสภาพที่โอบกอดกันอยู่

รัฐบาลทหารของเมียนมาระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2,886 ราย จากเหตุแผ่นดินไหว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดเหตุได้ ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตอาจไม่แม่นยำ และเราอาจไม่มีวันทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

A middle-aged couple are sign dressed in formal clothing, arm in arm, in a large framed picture
คำบรรยายภาพ, ร่างอันไร้ชีวิตของอู ลา ออง เคียง และ ดอว์ มามาเตย์ ภรรยาของเขา ถูกพบในสภาพที่โอบกอดกัน

สวนสาธารณะและพื้นที่โล่งในเมืองมัณฑะเลย์กลายเป็นค่ายพักพิงชั่วคราว เช่นเดียวกับริมคูน้ำที่ล้อมรอบพระราชวัง เราเห็นผู้คนปูเสื่อและที่นอนอยู่หน้าบ้านทั่วทั้งเมืองเมื่อช่วงเวลาใกล้ค่ำ เพราะพวกเขาปรารถนาจะนอนในพื้นที่โล่งแจ้งมากกว่า

เมืองมัณฑะเลย์ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แทบทุกคืนนับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้น ทีมงานบีบีซีถูกปลุกขึ้นมากลางดึกหลังเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5 ริกเตอร์

แต่มีผู้คนอีกนับหมื่นคนที่นอนกลางแจ้งเพราะพวกเขาไม่มีบ้านให้กลับ

"ฉันไม่รู้จะคิดยังไงอีกแล้ว หัวใจของฉันยังคงสั่นระรัวเมื่อนึกถึงตอนที่เกิดแผ่นดินไหว" ดอว์ คิน ซอว์ มยิน วัย 72 ปี กล่าว เราพบเธอขณะที่เธอกำลังรอรับน้ำ โดยมีหลานสาวตัวน้อยอยู่ข้าง ๆ "พวกเราวิ่งออกมา แต่บ้านของฉันพังหายไปหมดแล้ว ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่ใต้ต้นไม้ มาดูสิ"

เธอทำงานรับจ้างซักผ้า และบอกว่าลูกชายของเธอพิการจนไม่สามารถทำงานได้

"ฉันจะไปอยู่ที่ไหนได้ ฉันเดือดร้อนมาก ฉันอาศัยอยู่ข้าง ๆ กองขยะ มีคนมาให้ข้าวและเสื้อผ้ากับฉันบ้าง เพราะเราวิ่งออกมาจากบ้านพร้อมเสื้อผ้าที่เราใส่อยู่ตอนนี้

"เราไม่มีใครที่จะมาให้ความช่วยเหลือ ช่วยพวกเราด้วย" เธอกล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอาบหน้าแก้ม

หญิงชราอีกคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมา พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า "วันนี้ยังไม่มีใครแจกอาหารเลย เราจึงยังไม่ได้กินข้าว"

An elderly woman stands with her hands on the shoulders of a young girl near some makeshift tents
คำบรรยายภาพ, ดอว์ คิน ซอว์ มยิน วัย 72 ปีและหลานสาวของเธอ คือหนึ่งในผู้คนหลายพันรายที่ต้องนอนกลางที่แจ้งหลังสูญเสียบ้านไปจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

ยานพาหนะส่วนใหญ่ที่เราเห็น ซึ่งมาจอดเพื่อแจกจ่ายสิ่งของต่าง ๆ เป็นรถตู้ขนาดเล็กที่มีของจำนวนจำกัด โดยเป็นของบริจาคจากบุคคลหรือองค์กรท้องถิ่นขนาดเล็ก และไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ ทำให้เกิดการแย่งชิงกันหยิบสิ่งของยังชีพที่มีอยู่

โรงพยาบาลหลักของเมืองมัณฑะเลย์บางส่วนก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน ดังนั้นในสถานการณ์ที่ยากลำบากอยู่แล้ว เตียงผู้ป่วยจำนวนมากจึงถูกตั้งเรียงรายอยู่ในบริเวณโรงพยาบาล

ชเว จี ตุน พูว์ เด็กหญิงวัย 14 ปี ได้รับบาดเจ็บที่สมองและตาของเธอแดงก่ำ เธอยังมีสติสัมปชัญญะแต่ไม่มีการตอบสนองทางร่างกายใด ๆ พ่อของเธอพยายามทำให้เธอสบายตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้

มีแพทย์และพยาบาลเพียงไม่กี่คนซึ่งต้องรับมือกับผู้ป่วยจำนวนมาก นั่นหมายความว่าสมาชิกครอบครัวจึงต้องเข้ามาทำหน้าที่ที่ควรจะถูกดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

ซา ซา มีอาการท้องอืดเนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ช่องท้องอย่างรุนแรง ลูกสาวของเธอนั่งอยู่ด้านหลังของเธอ โดยคอยประคองเธอไว้ และพัดให้แม่ของเธอผ่อนคลายจากความร้อน

บีบีซีไม่สามารถใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลนานได้ เนื่องจากอาจถูกทหารหรือตำรวจจำกุมตัว

In a makeshift hospital, two women sit on a bed together - one sat behind the other fanning her while surrounded by a number of other women
คำบรรยายภาพ, เนื่องจากการขาดแคลนของบุคลากรทางการแพทย์ ญาติของครอบครัวผู้ป่วยจึงพยายามช่วยเหลือผู้ป่วยด้วยตนเองในบริเวณโรงพยาบาลสนาม

เมื่อความเป็นไปได้ของการช่วยกู้ผู้รอดชีวิตลดลงเรื่อย ๆ ผู้ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก็กลายเป็นผู้เสียชีวิตมากขึ้นตามกัน

นาน ซิน เฮน ที่กำลังรอคอยอยู่ด้านนอกอาคารที่ถล่มลงมา ซึ่งลูกชายของเธอติดอยู่ข้างใน ช่วงแรกนั้นเธอค่อนข้างมีความอดทน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอกำลังเตรียมรับมือกับผลลัพธ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

"ฉันหัวใจสลาย ลูกชายรักฉันและน้องสาวของเขา เขาต้องลำบากอย่างมากเพื่อดูแลพวกเรา" เธอกล่าว

"ฉันแค่หวังว่าจะได้เห็นหน้าลูกชาย แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว ฉันอยากเห็นร่างของเขา ฉันอยากให้พวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหาร่างของลูกชาย"

Map shows epicentre of earthquake