นักวิทยาศาสตร์พบซากฟอสซิลสัตว์เลื้อยคลานในทะเล "หน้าตาชวนขนลุก" จากยุคไดโนเสาร์

นักวิทยาศาสตร์เผยภาพร่างที่สร้างขึ้นมาใหม่ของสัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์ที่มีอายุในราว 66 ล้านปีก่อน

ที่มาของภาพ, ANDREY ATUCHIN/UNIVERSITY OF BATH/PA WIRE

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์เผยภาพร่างที่สร้างขึ้นมาใหม่ของสัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์ที่มีอายุในราว 66 ล้านปีก่อน
    • Author, โซเฟีย เฟอร์เรรา ซานโตส
    • Role, บีบีซี นิวส์

นักวิทยาศาสตร์ในสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า ได้ค้นพบซากฟอสซิลของสัตว์เลื้อยคลานในทะเลที่มีรูปร่างหน้าตา "ชวนให้ฝันร้าย" ที่เคยมีชีวิตเป็นผู้ล่าในมหาสมุทร เมื่อราว 66 ล้านปีก่อน

สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์นี้คือ "คินจาเรีย อาคูตา" (Khinjaria acuta) มีขนาดลำตัวยาวราว 8 เมตร ขนาดเท่ากันกับลำตัวของวาฬเพชฌฆาต และมีฟัน "คล้ายดาบหรือมีด" โดยนักวิจัยระบุว่า สัตว์ชนิดนี้อาจจะมีชีวิตอยู่ร่วมกับไดโนเสาร์ อย่าง ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ และไทรเซอราทอปส์

การศึกษาฟอสซิลสัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดนี้ เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์กะโหลกศีรษะและซากโครงกระดูกที่ถูกค้นพบที่เหมืองแห่งหนึ่งในประเทศโมร็อกโก

ดร.นิค ลองริช จากมหาวิทยาลัยบาธ ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นผู้นำการศึกษาครั้งนี้ ได้เขียนบรรยายลักษณะของสัตว์โบราณที่ขุดค้นพบนี้ว่า สิ่งมีชีวิตที่ "แปลกประหลาด" ที่มี "หน้าตาของปิศาจและมีฟันคล้ายใบมีด" ซึ่งทำให้นักวิจัยหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ด้วยฟันของมันและขากรรไกรที่แข็งแรงจะทำให้สัตว์ตัวนี้กลายเป็น "ฝันร้าย" สำหรับผู้ที่พบเห็น และพลังการกัดของมันยิ่งน่าสะพรึงกลัว

จากสิ่งที่ค้นพบจึงทำให้ทีมงานวิจัยต้องช่วยกันคิดว่า ชื่อใดที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ชนิดนี้

"คำว่า คินจาร์ (khinjar) มาจากภาษาอาหรับ มีความหมายว่า กริช หรือ ดาบ ที่ใช้เพื่อการต่อสู้ ส่วนคำว่า อาคูตา (acuta) มาจากภาษาละติน มีความหมายว่า คม ดังนั้น ความหมายโดยรวมจึงหมายความว่า กริชอันคน หรือ มีดอันคม" ดร.ลองริช อธิบาย

ขากรรไกรของสัตว์เลื้อยคลายในทะเลตัวนี้และความคมของฟันจะช่วยมันในการกินเหยื่อเป็นอาหาร

ที่มาของภาพ, NICK LONGRICH/UNIVERSITY OF BATH/PA WIRE

คำบรรยายภาพ, ขากรรไกรของสัตว์เลื้อยคลายในทะเลตัวนี้และความคมของฟันจะช่วยมันในการกินเหยื่อเป็นอาหาร

"คินจาเรีย อาคูตา" จัดเป็นสัตว์ในตระกูลสัตว์เลื้อยคลานในทะเลขนาดยักษ์ ที่ชื่อว่า "โมซาซอรัส" (mosasaurs) ญาติห่าง ๆ ของมังกรโคโมโดและงูอนาคอนดาในปัจจุบัน

นักวิจัยเชื่อว่า สัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์พันธุ์นี้เป็นเพียงหนึ่งในกลุ่มสัตว์ผู้ล่าชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกนอกชายฝั่งประเทศโมร็อกโก

"พวกมันคือหนึ่งในสัตว์ทะเลประจำภูมิภาคที่มีความหลากหลายที่สุดชนิดหนึ่ง ที่สามารถพบเห็นได้ในที่ใดก็ได้ และในช่วงเวลาต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ และยังคงมีชีวิตอยู่รอดก่อนที่บรรดาสัตว์เลื้อยคลานในทะเลและไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์" ดร.ลองริช กล่าว

ทั้งสัตว์จำพวกโมซาซอรัสและไดโนเสาร์สูญพันธุ์เมื่อเข้าสู่ช่วงการสิ้นสุดของปลายยุคครีเทเชียส หรือราว 66 ล้านปีก่อน ซึ่งนำไปสู่การเปิดโอกาสให้ท้องทะเลได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาวาฬ แมวน้ำ และปลานานาชนิด เช่น ปลากระโทงดาบและปลาทูน่า

นอกจากนี้ จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังทำให้ห่วงโซ่อาหารในของสัตว์ทะเลในยุคใหม่ มีสัตว์ผู้ล่าขั้นสูงสุดจำนวนน้อยกว่า

"ดูเหมือนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในโครงสร้างระบบนิเวศเมื่อ 66 ล้านปีก่อน" ดร.ลองริช ระบุ

"ความหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อของกลุ่มสัตว์ผู้ล่าชั้นสูงสุดในห่วงโซ่อาหารในช่วยปลายยุคครีเทเชียส ถือว่าไม่ปกตินัก และพวกเราเองก็ไม่เห็นสภาพการณ์ดังกล่าวในระบบนิเวศทางทะเลในยุคใหม่ด้วย"

อย่างไรก็ตาม ดร.ลองริช กล่าวเพิ่มเติมว่า มีอะไรเกิดขึ้นกับสัตว์เลื้อยคลานในทะเลเหล่านั้นจนเป็นสาเหตุทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป หรือ มีอะไรเกิดขึ้นกับบรรดาสัตว์ที่เป็นเหยื่อ หรือ อาจจะเป็นที่การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพแวดล้อม ซึ่งทีมวิจัยของเขาก็ยังไม่ทราบเช่นกัน

"แต่สิ่งนี้ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับ ปลา เต่าทะเล หรือ แม้แต่สัตว์เลื้อยคลานในทะเล" เขากล่าวทิ้งทาย