อนาคตของผู้นำสูงสุดอิหร่านจะเป็นอย่างไร จะลงเอยเหมือนชะตากรรมศัตรูของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหรือไม่ ?

Two images, the one on the left shows Iranians gather while blocking a street during a protest in Tehran, Iran and on the right is a black and white image of Iran's Supreme Leader Ayatollah Ali Khamenei
    • Author, คัสรา นาจี
    • Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษ บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย

ขณะที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน หลบซ่อนอยู่ในที่ลับ เขาตระหนักดีว่าเขากลายเป็นเป้าหมายสำคัญแล้ว และคงไม่สามารถออกมานั่งพักผ่อนตรงเฉลียงบ้านได้ในเร็ววัน

ระหว่างการหารือความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจดำเนินการใดเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนผู้ประท้วงในอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เอ่ยชื่อของกอเซ็ม สุไลมานี และอาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี

คนแรก กอเซ็ม สุไลมานี คือนักยุทธศาสตร์การทหารคนสำคัญของอิหร่านในตะวันออกกลาง เขาถูกสังหารเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2020 จากการโจมตีด้วยโดรนบริเวณนอกรั้วสนามบินนานาชาติแบกแดด ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ส่วนอีกคน อาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี คือหัวหน้ากลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ซึ่งจุดชนวนเสื้อระเบิดฆ่าตัวตายพร้อมลูกสองคน เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2019 ระหว่างที่กองกำลังสหรัฐฯ บุกไปยังที่ซ่อนของเขาในซีเรียหลังผู้นำสหรัฐฯ อนุมัติให้ปฏิบัติการ

แต่อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ยังต้องพิจารณาชะตากรรมของฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วย

นัสรัลเลาะห์ ถูกสังหารเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2024 จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ขณะอยู่ในสถานที่ประชุมกับผู้บัญชาการใกล้ชิดระดับสูงของเขาซึ่งลึกลงไปใต้ดินราว 60 ฟุต ใต้ตึกที่พักอาศัยสูงในกรุงเบรุต

Qassem Soleimani (C)

ที่มาของภาพ, Anadolu Agency/Getty Images

คำบรรยายภาพ, กอเซ็ม สุไลมานี (กลาง) ถูกสังหารจากการโจมตีของสหรัฐฯ

เหตุการณ์ลักพาตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ในเวเนซุเอลาเมื่อไม่นานมานี้ ยังเป็นปฏิบัติการแบบคอมมานโดที่กองกำลังสหรัฐฯ ในกรุงการากัสกระทำโดยอุจอาจ นี่ย่อมเป็นอีกเรื่องที่อยาตอลเลาะห์ไม่อาจละจากความคิดได้

อย่างไรก็ดี หากเขาถูกปลดจากอำนาจจริง ก็ยังไม่ชัดเจนว่าการปลดผู้นำสูงสุดของอิหร่านรายนี้ออกจากตำแหน่งจะส่งผลอย่างไรต่ออนาคตของการประท้วงที่ยืดเยื้อในอิหร่าน หรือแม้แต่จะส่งผลอย่างไรต่ออานุภาพของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ในระยะต่อไป

ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังชั่งน้ำหนักทางเลือกที่กางอยู่บนโต๊ะ แล้วสถานการณ์นี้จะนำผู้นำสูงสุดและระบอบของเขาไปสู่จุดใดต่อจากนี้

ตัวละครซึ่งคนอิหร่านชิงชัง

อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี วัย 86 ปี เป็นบุคคลที่ชาวอิหร่านจำนวนมากต่างเกลียดชังมานานแล้ว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้ประท้วงทั่วประเทศต่างเรียกร้องให้เขาประสบความพินาศเสีย โดยเขาถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ล้มเหลวอย่างยิ่งต่อประเทศ ขณะที่ระบอบของเขาถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในรัฐบาลที่กดขี่ประชาชนที่สุดในโลก

ตลอดระยะเวลา 36 ปีที่เขาปกครองในนามของศาสนาอิสลาม เขาดำเนินนโยบายต่อต้านสหรัฐฯ และตะวันตกอย่างไม่ลดละ พร้อมพึ่งพารัสเซียและจีนเพื่อความอยู่รอด เขาผลักดันโครงการนิวเคลียร์ที่ไม่เคยสมบูรณ์ จนทำให้อิหร่านต้องเผชิญมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่หนักเป็นอันดับสองรองจากรัสเซีย ส่งผลให้ประเทศยากจนและอ่อนแรงลง

ความพยายามของเขาในการขยายอิทธิพลในตะวันออกกลางได้ทำให้ภูมิภาคลุกเป็นไฟ ขณะที่การประกาศว่าต้องการล้มล้างอิสราเอลของเขาก็ได้พาอิหร่านเข้าสู่สงครามกับอิสราเอลหลายครั้ง

Iran's Supreme Leader Ayatollah Ali Khamenei waves during a press conference

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี วัย 86 ปี ยังไม่แสดงสัญญาณใด ๆ ว่าเขาต้องการลงจากตำแหน่งด้วยตัวเอง

ในการประท้วงรอบล่าสุด อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ได้ให้สัญญาณไฟเขียวแก่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงให้ใช้กำลังสังหารผู้ประท้วง

การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในอิหร่านทำให้เราเห็นขนาดความสูญเสียอย่างชัดเจนได้ยาก แต่มีผู้ถูกสังหารหลายพันคนโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ไม่เพียงแต่ในเมืองใหญ่หรือเมืองรองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหมู่บ้านต่าง ๆ ด้วย ทำให้เห็นได้ว่าการลุกฮือนั้นขยายตัวไปในวงกว้าง

ไม่ว่าจะปลดเขาออกจากอำนาจด้วยการโจมตีแบบเจาะจงหรือปฏิบัติการคอมมานโดก็ตาม แต่ปฏิบัติการนั้นย่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอำนาจระดับสูงสุดของระบอบการปกครอง และอาจเปิดทางให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบาย รวมทั้งกำหนดทิศทางใหม่ของประเทศ

ยังไม่ชัดเจนว่าใครหรืออะไรจะขึ้นมาทดแทนผู้นำรายนี้ สิ่งที่จะตามมาอาจมีได้ทั้งความวุ่นวายหรือสภาวะไร้ขื่อแป แต่ที่เป็นไปได้อย่างยิ่งกว่านั้นคือการที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) จะพยายามเข้ามาเติมเต็มสุญญากาศอำนาจและสถาปนาการปกครองโดยทหาร

People gather on a road during a protest in Tehran, Iran

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ตามข้อมูลของสำนักข่าวนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนอิหร่านในสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ชุมนุมอย่างน้อย 2,615 รายถูกสังหารในการประท้วงครั้งล่าสุด

อาราช อาซิซี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเยล และผู้เขียนหนังสือ What Iranians Want (อิหร่านต้องการอะไร) ระบุว่า คนในระบอบบางกลุ่มเองอาจยินดีด้วยซ้ำหากอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอีถูกขจัดออกจากสมการ

"ชนชั้นปกครองในอิหร่านจำนวนมากพอสมควรพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง กำจัดคาเมเนอีออกไป กำจัดบางนโยบายหลักและสถาบันหลักของสาธารณรัฐอิสลามออกไป"

"ดังนั้น พวกเขาอาจยินดีด้วยซ้ำกับการโจมตีของสหรัฐฯ เพราะมองว่าเป็นโอกาสที่จะเร่งกระบวนการนั้นให้เร็วขึ้น""

เมื่อมีผู้ปกครองย่อมมีผู้อยู่ใต้ปกครอง

ประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่านคนปัจจุบัน โมฮัมหมัด-บาเกอร์ ฆอลีบาฟ วัย 64 ปี เป็นสมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่มีลักษณะเผด็จการ เขาถอดเครื่องแบบทหารออกและหันมาแต่งกายพลเรือน แต่ขณะเดียวกันก็แสดงจุดยืนสนับสนุนระบอบอย่างเปิดเผย

แต่อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ไม่เคยไว้วางใจเขาอย่างเต็มที่แต่อย่างใด แหล่งข่าวภายในสงสัยว่าเขาเป็น "หมาป่าในคราบแกะ" ที่รอเวลาจะก้าวขึ้นมาเมื่อถึงจังหวะเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังเป็นไปได้ว่าบุคคลสายกลางในระบอบที่เหลืออยู่ อาจพยายามช่วงชิงพื้นที่เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด

หนึ่งในนั้นคืออดีตประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี เขาวางตัวเองเป็นตัวแทนของอิสลามสายกลางและฝ่ายปฏิรูปมองว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมหากเกิดเหตุเปลี่ยนผ่านในตำแหน่งผู้นำสูงสุด

อาลี อันซารี ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาประเทศอิหร่านแห่งมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส เชื่อว่าสายปฏิรูปส่วนใหญ่แทบไม่มีบทบาทแล้ว

"โดยพื้นฐานแล้ว กลุ่มปฏิรูปแทบไม่มีตัวตน… พวกเขาอยู่กันแบบเป็นภาพจำ มีไว้ใช้ประดับทำนองนั้น พวกเขาถูกกันออกไปจนหมดสิ้น

"สุดท้ายแล้วก็เหลือเพียงผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครองเท่านั้น"

Reza Pahlavi holds a press conference

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, เรซา ปาห์ลาวี วัย 65 ปี ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ระหว่างลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ

ทว่าชื่อที่ผู้คนจำนวนมากตะโกนเรียกตามท้องถนนในเมืองต่าง ๆ ของอิหร่าน คือชื่อของเจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี รัชทายาทของอดีตพระเจ้าชาห์แห่งอิหร่าน วัย 65 ปี ซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ระหว่างลี้ภัยในกรุงวอชิงตัน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรซา ปาห์ลาวี ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นภายในอิหร่าน โดยผู้คนจำนวนไม่น้อยมองย้อนกลับไปยังยุคของพระเจ้าชาห์ โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1970 ด้วยความโหยหาอดีต ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวอิหร่านถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความเป็นอยู่ดี หากไม่พูดเกี่ยวกับการเมือง

อย่างไรก็ตาม เรซา ปาห์ลาวี ไม่ใช่บุคคลที่ทุกฝ่ายยอมรับ เขาถูกมองว่าเป็นบุคคลที่ไม่สามารถรวมใจชาวอิหร่าน และล้มเหลวในการรวมกลุ่มฝ่ายค้านอิหร่านในต่างประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว จนในที่สุดเขาเลือกเดินหน้าเพียงลำพัง โดยยืนยันว่าชาติทั้งชาติอยู่ข้างเขา

และแม้ว่าเขาจะเป็นผู้นำเพียงคนเดียวที่ผู้ประท้วงในประเทศโหยหาก็ตาม ไม่ยากเลยที่จะเห็นว่าเขาแทบไม่มีทางก้าวขึ้นสู่อำนาจได้ เขาไม่มีโครงสร้างองค์กรหรือฐานกำลังใดในอิหร่านที่จะช่วยจัดเส้นทางให้เขาขึ้นครองตำแหน่งผู้นำ

หลายฝ่ายมองว่าการที่ความนิยมของเขาในช่วงการประท้วงล่าสุดเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดนั้นเกิดจากข้อเท็จจริงว่าผู้ประท้วงจำนวนมากมองเขาเป็นคู่แข่งเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับระบอบที่พวกเขารังเกียจ

ผู้ประท้วงเหล่านี้อาจต้องการผู้นำที่ไม่มีความเกี่ยวพันกับระบอบในปัจจุบันเลย และต้องการเปิดความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับตะวันตก

ดร.ซานัม วากิล ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือแห่งสถาบันคลังสมองด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชาแธม เฮาส์ (Chatham House) ในสหราชอาณาจักรกล่าว "ตอนนี้แทบไม่มีอะไรที่จะตอบสนองผู้ประท้วงได้ เพราะการประท้วงครั้งนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นมาก"

"นี่คือเรื่องของการเปลี่ยนโครงสร้างการปกครองของอิหร่านทั้งหมด ให้หลุดออกจากบุคคลต่าง ๆ และระบบที่ดำรงอยู่มาเกือบห้าทศวรรษแล้ว"

Iran's Supreme Leader, Ayatollah Ali Khamenei

ที่มาของภาพ, WANA/Reuters

คำบรรยายภาพ, ไม่ว่าจะปลดเขาออกจากอำนาจด้วยการโจมตีแบบเจาะจงหรือปฏิบัติการคอมมานโดก็ตาม แต่ปฏิบัติการนั้นย่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอำนาจระดับสูงสุดของระบอบการปกครอง

ในช่วงเวลาที่อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ใช้เวลากับตนเองอยู่ในบังเกอร์ เขาอาจกำลังทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา และเส้นทางที่พาเขามาถึงจุดนี้

เขาอาจรู้สึกพอใจที่ระบอบยังยืนหยัดภักดีต่อเขาอยู่จนถึงตอนนี้ ไม่ปรากฏสัญญาณของความแตกแยกหรือความไม่จงรักภักดีอย่างมีนัยสำคัญในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องระบอบตั้งแต่แรกเริ่ม

ขณะเดียวกัน ถ้อยคำของประธานาธิบดีทรัมป์ที่พูดว่าอาจเกิดการโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามและหน่วยความมั่นคงอื่น ๆ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าอาจทำให้หน่วยงานเหล่านี้เกิดความอ่อนแอและแตกขั้ว เปิดพื้นที่ให้ผู้ประท้วงออกมาในจำนวนมากยิ่งขึ้นเพื่อโค่นล้มระบอบ

เขายังได้ปลุกเร้าให้ผู้ประท้วงเดินหน้าส่งเสียงและยึดสถานที่ราชการต่อไป "ความช่วยเหลือกำลังมาแล้ว" เขากล่าว

US President Donald Trump, alongside US Vice President JD Vance (L), US Secretary of State Marco Rubio (2nd R) and US Secretary of Defense Pete Hegseth (R), from the White House in Washington

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์ได้หารือแล้วว่าสหรัฐฯ อาจช่วยผู้ประท้วงในอิหร่านได้ด้วยวิธีใดบ้าง

เป็นไปได้ว่าผู้ประท้วงซึ่งส่วนใหญ่ถอยออกจากท้องถนนหลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะใช้กระสุนจริง อาจได้รับแรงกระตุ้นจากคำปลุกเร้าของประธานาธิบดีทรัมป์และออกมาอีกครั้ง

แน่นอนว่า ผู้ประท้วงจำนวนมากเชื่อในตอนนี้ว่าหากต้องการยุติระบอบนี้ให้ได้พวกเขาต้องการการแทรกแซงจากต่างประเทศ

แต่แม้ความช่วยเหลือจะไม่ได้มาจริง ทว่าหลังได้เรียนรู้บทเรียนบางอย่างจากการประท้วงระลอกล่าสุด ชาวอิหร่านก็รู้ดีแล้วว่าวันหนึ่งพวกเขาจะกลับออกมาอีกครั้งไม่ช้าก็เร็ว

ใช้กำปั้นเหล็กทุบดิน

ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา ชาวอิหร่านออกมาประท้วงต่อต้านอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอีหลายครั้ง

ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2022 หลังมาห์ซา อามินี หญิงสาวชาวอิหร่านเสียชีวิตระหว่างที่ถูกควบคุมตัวโดยตำรวจ เนื่องจากสวมฮิญาบไม่เหมาะสม

คลื่นการประท้วงในครั้งนั้นดำเนินต่อเนื่องหลายสัปดาห์และลุกลามไปทั่วประเทศภายใต้คำขวัญ "ผู้หญิง ชีวิต เสรีภาพ" ก่อนที่จะถูกปราบปรามลงด้วยกำลังและความโหดเหี้ยมจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

ชนวนที่ผลักให้ประชาชนออกมาบนท้องถนนในครั้งนั้นคือการที่ฝ่ายศาสนาอิสลามนิยมสร้างแรงกดดันต่อผู้หญิง หลายคนเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องยุติสิ่งนี้เสียที

Two armed members of Iran's police special forces stand behind a country flag

ที่มาของภาพ, NurPhoto via Getty Images

คำบรรยายภาพ, การประท้วงครั้งนี้เป็นเรื่องของเศรษฐกิจและปากท้อง

การประท้วงครั้งนี้เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง เนื่องจากพ่อค้าแม่ขายไม่สามารถทำงานได้ท่ามกลางค่าเงินเรียลที่ดิ่งลงไม่หยุด ขณะที่ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้เพียงพอ ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศความยากจนก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญคือสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้การบริหารจัดการที่ผิดพลาด

ขณะเดียวกันอิหร่านก็กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำ ไฟฟ้า และที่สำคัญคือก๊าซ ทั้งที่ประเทศเป็นผู้ครอบครองแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก การถูกละเลยด้านสิ่งแวดล้อมยาวนานทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงซึ่งอาจคงสภาพเช่นนี้ตลอดไป

ผู้นำสูงสุดยอมรับว่ากลุ่มผู้ค้าและร้านค้ามีข้อเรียกร้องที่มีน้ำหนัก โดยพวกเขาที่เริ่มประท้วงเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาและระบุว่าค่าเงินที่ร่วงลงต่อเนื่องทำให้ไม่สามารถทำธุรกิจได้

อยาตอลเลาะห์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของอิหร่านกำลังพยายามแก้ไขปัญหา แต่ในเวลาเดียวกัน เขายังกล่าวด้วยว่าปัญหาเหล่านี้เป็นฝีมือของ "ศัตรู"

ตามความเห็นของอาลี อันซารี การที่อิหร่านขาดแคลนการลงทุนในสาธารณูปโภคนั้นสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศ "ปัญหาที่ระบอบนี้เผชิญอยู่นั้นมีรากลึกเชิงโครงสร้างและย้อนกลับไปหลายปี"

"ดังนั้นแม้แต่นักเศรษฐศาสตร์ภายในระบอบเองก็ยอมรับว่า หากเราจะจัดการกับปัญหาในตอนนี้ เช่น ปัญหาความไร้ความสามารถในการจัดหาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ประชาชน ก็เป็นเพราะเราไม่ได้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเมื่อ 20 ปีก่อน"

อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี รู้ดีว่าเขาไม่มีทางออกให้ปัญหาสารพันเหล่านี้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ซึ่งมีแต่จะทรุดหนักลงไปอีก แต่แม้จะเกิดเหตุสังหารหมู่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาอาจมองว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะสูญเสียความเชื่อมั่น เขาต้องเดินหน้าด้วยกำปั้นเหล็กต่อไป

ท้ายที่สุด เขาอาจเชื่อว่าเขาได้รับพรให้ปกครองประเทศ เพื่อเผยแพร่ศาสนาอิสลามอันบริสุทธิ์และทำให้พระเจ้าพึงพอใจ

เครดิตภาพปก: AFP via Getty Images / WANA/Reuters and Reuters/Handout/AFP via Getty Images

Get in touch

Are you personally affected by the issues raised in this story?