ทำความรู้จัก “แอน จักรพงษ์” เจ้าของ “Miss Universe” คนใหม่

ที่มาของภาพ, Facebook/Anne Jakrajutatip
มิสยูนิเวิร์ส : ทำความรู้จัก “แอน จักรพงษ์” เจ้าของบริษัทผู้จัดการประกวดนางงามจักรวาล (Miss Universe) คนใหม่
วันนี้ (26 ต.ค.) “แอน จักรพงษ์” จักราจุฑาธิบดิ์ เจ้าของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า JKN ได้ออกมาประกาศว่าบริษัทเธอได้เข้าซื้อกิจการของ Miss Universe Organization (MUO) ซึ่งเป็นผู้จัดการประกวดนางงามจักรวาลหรือ Miss Universe เป็นที่เรียบร้อย โดยมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 20,000,000 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 800 ล้านบาท
ในการแถลงข่าวสดผ่านช่อง JKN18 เมื่อช่วงค่ำวันนี้ “แอน จักรพงษ์” ระบุว่า JKN ได้กลายเป็นเจ้าขององค์กรนางงามจักรวาล หรือ MUO แต่เพียงผู้เดียวซึ่งรวมถึงงธุรกิจ ตราสินค้า และเครื่องหมายการค้าทั้งหมด หลังจากใช้เวลาในการเจรจาประมาณ 1 ปี
เธอบอกอีกว่าจะใช้ธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาลในการขับเคลื่อน “ซอฟต์ พาวเวอร์” จากไทยไปสู่ทั่วโลกใน 5 ด้าน ได้แก่เรื่อง อาหาร, แฟชั่น, การจัดเฟสติวัล, ภาพยนตร์ และศิลปะการต่อสู้
ข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัท JKN ระบุว่า บริษัทบรรลุข้อตกลงกับบริษัท IMG Worldwide, LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Endeavor Group Holdings, Inc. โดยเข้าถือครองธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาล หรือ Miss Universe Organization (MUO) ทั้งหมด
จากข้อมูลโดย JKN องค์กรนางงามจักรวาล หรือ MUO ดำเนินการนานกว่า 70 ปี เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วโลกที่ติดตามการรับชมการจัดการประกวดนางงามจักรวาลมากกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก และมีประเทศต่างๆ ได้ซื้อลิขสิทธิ์การจัดการประกวดนางงามจักรวาลในแต่ละประเทศ เพื่อส่งนางงามเข้าประกวดมากกว่า 94 ประเทศ

ที่มาของภาพ, Getty Images
บีบีซีไทยจะพาไปทำความรู้จักหญิงข้ามเพศเจ้าของธุรกิจหมื่นล้านผู้นี้โดยรวบรวมข้อมูลจากสื่อไทย
“แอน จักรพงษ์” มีชื่อเล่นเดิมว่า พงษ์ เป็นลูกชายคนโตของครอบครัวเชื้อสายจีน มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เมื่ออายุ 16 ปี เธอเดินทางไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย โดยทำงานเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันไปด้วยเพื่อหารายได้เสริม
ต่อมาเธอจบปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบอนด์ ก่อนกลับมารับช่วงกิจการร้านเช่าวิดีโอจากคุณพ่อ แต่ด้วยความที่ธุรกิจเช่าวิดีโอเริ่มซบเซา เธอจึงเริ่มหันไปหาโอกาสธุรกิจในแนวทางอื่น โดยนำเข้ารายการต่างประเทศ โดยเฉพาะจากอินเดีย มาขายให้กับสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ
ต่อมา เธอก่อนตั้งบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้าและส่งออกลิขสิทธิ์รายการต่าง ๆ ทั่วโลก เว็บไซต์ sanook.com ระบุว่า คนตั้งฉายาให้เธอว่า “เจ้าแม่ภารตะพันล้าน” เนื่องจากรายการ “ชูโรง” ของเธอคือซีรีส์อินเดียที่ขายได้เป็นหลักพันล้าน
จากข้อมูลโดยไทยรัฐออนไลน์ “แอน จักรพงษ์” ได้นำบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ เมื่อ พ.ศ. 2560 โดย ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564 จักรพงษ์ ถือหุ้นบริษัท 322,923,173 หุ้น หรือ 53.16 %
ไทยรัฐออนไลน์ ระบุอีกว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปี เธอสร้างรายรับรวมกว่า 10,000 ล้าน มีกำไรและเงินสดสะสมกว่า 1,100 ล้าน และปีที่แล้วนำพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
แต่นอกจากเป็นหญิงข้ามเพศผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงเรื่องธุรกิจแล้ว แอน จักรพงษ์ ตกเป็นข่าววิพากษ์วิจารณ์บ่อยครั้ง อาทิ การเปิดเผยว่าคบแฟนหนุ่มต่างชาติ 4 คนพร้อมกัน และเล่าเรื่องเซ็กส์ของตนเองและได้กล่าวพาดพิงถึงนางงามจักรวาลคนหนึ่งซึ่งเป็นแฟนเก่าของแฟนเธอ
อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา แอน จักรพงษ์ ได้ออกมาขอโทษ โดยบอกว่าเสียใจต่อการกระทำและคำพูด
100 ปีเส้นทางเวทีประกวดนางงาม
การประกวดนางงามเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการวัฒนธรรมความบันเทิงและเหตุผลทางธุรกิจครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 1921 หรือราว 100 ปีที่แล้วโดยกลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่นในเมืองแอตแลนติกซิตี้ ของรัฐนิวเจอร์ซี ของสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนระหว่างช่วงวันหยุดแรงงานของสหรัฐฯ โดยใช้ชื่อการประกวดว่า "Inter-City Beauty" เพื่อเฟ้นหาสาวงามที่สุดในชุดอาบน้ำ ในเวลาต่อมางานประจำปีนี้ได้รับความนิยมจึงเพิ่มขนาดของงานและจำนวนผู้ร่วมงานมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับการสนับสนุนและการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อหลักในขณะนั้น
แม้ว่าจะผ่านแรงกดดันของสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการประกวดนางงามเวทีมาหลายครั้ง จนต้องยุติลงชั่วคราวในบางช่วง แต่หลังเหตุการณ์ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ การจัดประกวดนี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้งพร้อมกับใช้ชื่อว่า "มิสอเมริกา" และปรับบริบทการประกวดความงามอย่างเดียวมาสู่การทดสอบความสามารถของผู้ประกวดด้วย โดยผู้ชนะจะได้เงินรางวัลเป็นทุนการศึกษา และยังเป็นเวทีการประกวดนางงามระดับชาติของสหรัฐฯ ที่เก่าแก่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน
ส่วนการเกิดขึ้นของเวทีนางงามจักรวาลหรือมิสยูนิเวิร์สนั้น เป็นผลพวงที่เกิดจากการปฏิเสธการสวมชุดว่ายน้ำในที่สาธารณะของโยลันด์ เบตเบซ ผู้ชนะตำแหน่งมิสอเมริกาประจำปี 1951 ทำให้บริษัท แฟซิฟิก มิลส์ ผู้ผลิตและออกแบบชุดว่ายน้ำยี่ห้อ "Catalina Swimwear" จากรัฐแคลิฟอร์เนียตัดสินใจยุติการเป็นสปอนเซอร์ชุดว่ายน้ำให้กับเวทีมิสอเมริกาแล้วมาก่อตั้งเวทีคู่แข่งในประเทศขึ้นก็คือ มิสยูเอสเอ เป็นเวทีประกวดระดับชาติ พร้อมกับมิสยูนิเวิร์สขึ้นในปีนั้นเพื่อเฟ้นหาตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ มาประกวดในระดับนานาชาติ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผ่านมาแล้วกว่า 70 ปี องค์กรมิสยูนิเวิร์ส เจ้าของเวทีมิสยูเอสเอ มิสยูนิเวิร์สและมิสทีนยูเอสเอ ถูกเปลี่ยนมือมาแล้วหลายครั้งด้วยเหตุผลทางธุรกิจ จนกระทั้งถึงปี 1996 โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีของสหรัฐฯ ได้ซื้อกิจการและเข้าบริหารองค์กรนี้จนกระทั่งเขาตัดสินใจเข้าสู่การเมืองด้วยการลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2015 เขาจึงขายกิจการนี้ออกไปให้กับบริษัทด้านแฟชัน กีฬาและธุรกิจบันเทิง "วิลเลี่ยม มอร์ริส เอ็นเดฟเวอร์" (William Morris Endeavor: WME) และดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงเวลาเดียวกันที่เกิดองค์กรมิสยูนิเวิร์ส อีกฟากหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก อีกหนึ่งเวทีประกวดนางงามก็ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1951 คือ "มิสเวิลด์" โดย เอริค มอร์ลีย์ พิธีกรชื่อดังชาวอังกฤษ
หลังจากมอร์ลีย์เสียชีวิตลง การประกวดนี้ถูกรับช่วงต่อโดยภรรยาของเขาคือ จูเลีย มอร์ลีย์ ซึ่งในวันที่ 17 ธ.ค. นี้จะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีของการประกวดมิสเวิลด์ที่เปอร์โตรีโก หลังจากยุติการประกวดชั่วคราวในปี 2020 เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19
นอกจากนี้ยังมีการประกวดนางงามสำคัญเวทีอื่น ๆ ด้วย เช่น มิสอินเตอร์เนชั่นแนลของญี่ปุ่น (1960) มิสเอิร์ธของฟิลิปปินส์ (2001) มิสซูปราเนชั่นแนลของโปแลนด์ (2009) และมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนลของไทย (2013) เป็นต้น








