รักษามะเร็งแบบ "ทางเลือก" ได้ผลชะงัดจริงหรือ ?

Turmeric

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาหารเสริมและส่วนผสมบางชนิดสามารถขัดขวางการรักษาโรคมะเร็งได้
    • Author, แจ็คกี้ เวคฟิลด์
    • Role, ผู้สื่อข่าวแผนก Global Disinformation

คนดังจำนวนไม่น้อยออกมากล่าวผ่านสื่อว่า การเปลี่ยนแปลงชนิดอาหารที่กินเป็นประจำ และการบำบัดรักษาด้วยวิธีแบบ "ทางเลือก" (alternative therapies) แทนการแพทย์แผนปัจจุบัน สามารถช่วยให้โรคมะเร็งบรรเทาอาการและเข้าสู่ระยะสงบ (remission) ได้ในที่สุด

แต่ในขณะเดียวกัน มูลนิธิทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคมะเร็งหลายแห่งได้ออกมาเตือนว่า ทุกวันนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ยืนยันว่าการบำบัดรักษาด้วยวิธีทางเลือกนั้น สามารถจะทำให้โรคมะเร็งสงบหรือหายได้ ดังนั้นจึงออกจะน่าสงสัยว่า การรักษามะเร็งแบบทางเลือกคืออะไร และเหตุใดจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อเดือนพ.ย. ของปีที่แล้ว นาฟโจต ซิงห์ สิธู นักการเมืองและนักคริกเก็ตคนดังชาวอินเดีย บอกว่าภรรยาที่เคยป่วยเป็นมะเร็งตอนนี้หายดีแล้ว หลังจากเติมพืชผักสมุนไพรหลายขนานลงไปในอาหารและเครื่องดื่ม ตัวอย่างเช่นน้ำมะนาว, ขมิ้นชันดิบ, น้ำส้มสายชูแอปเปิลไซเดอร์, ใบสะเดา, ใบกะเพรา, ทับทิม, ฟักทอง, กูสเบอร์รีอินเดีย, บีตรูต, และถั่ววอลนัต

Navjot Singh Sidhu feeding wife Navjot Kaur Sidhu

ที่มาของภาพ, FACEBOOK

คำบรรยายภาพ, แพทย์ยังไม่พิจารณาให้การแพทย์ผสมผสานหรือ การบำบัดรักษาด้วยวิธีทางเลือก เพียงอย่างเดียวจะเพียงพอในการใช้เพื่อการรักษาโรค

วิดีโอที่บอกเล่าสูตรอาหารต้านมะเร็งของสิธู กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ไปในชั่วข้ามคืน ทำให้บรรดาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งกว่า 200 คน จากโรงพยาบาลทั่วประเทศอินเดีย ต้องรีบออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า แม้จะกำลังมีการวิจัยทางการแพทย์กับพืชและสมุนไพรบางชนิดที่ถูกกล่าวอ้าง แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานมาสนับสนุนว่ามันจะใช้ได้ผล ประชาชนทั่วไปจึงไม่ควรปฏิบัติตามวิธีการที่ยังไม่ผ่านการทดสอบเหล่านี้ จนเป็นเหตุให้ไม่ไปพบแพทย์หรือเข้ารับการรักษามะเร็งแบบมาตรฐานล่าช้า

ก่อนหน้านั้นในเดือนก.ย. ปี 2023 แอล แม็กเฟอร์สัน นางแบบชาวออสเตรเลียก็ออกมาเผยว่า เมื่อ 7 ปีก่อน ตนเองได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านม แต่เธอเลือกบำบัดรักษาโรคร้ายนี้ด้วย "วิธีการแบบองค์รวมที่ใช้ญาณหยั่งรู้และหัวใจนำทาง" แทนที่จะเข้ารับเคมีบำบัดตามวิถีของการแพทย์แผนปัจจุบัน

แม้ทุกวันนี้แพทย์มักจะใช้วิธีบำบัดรักษาทางเลือกบางอย่าง เช่นการฝังเข็ม, โยคะ, หรือการทำสมาธิ ควบคู่ไปกับการรักษามะเร็งเต้านมแบบมาตรฐานดั้งเดิมเช่นเคมีบำบัด แต่ก็เป็นเพียงวิธีเสริม (complementary therapies) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยและช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ส่วนการรักษาด้วยวิธีทางเลือกอีกหลายแบบ ซึ่งรวมถึงการเน้นกินอาหารบางชนิด หรือการให้วิตามินและแร่ธาตุเข้าหลอดเลือดทางสายน้ำเกลือนั้น แพทย์มักจะห้ามปรามอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่คนไข้ใช้วิธีดังกล่าวทดแทนการแพทย์แผนปัจจุบันทั้งหมด

มูลนิธิทางการแพทย์หลายแห่งได้ออกคำเตือนว่า วิธีรักษามะเร็งแบบทางเลือกบางอย่างเป็นอันตรายและอาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ ในบางกรณีก็อาจมีผลแทรกแซงและบั่นทอนประสิทธิภาพของการรักษาตามวิธีมาตรฐานด้วย โดยผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Oncology เมื่อปี 2018 ระบุว่าการรักษาด้วยวิธีเสริมและวิธีทางเลือก มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการที่ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสรอดชีวิตน้อยลง

แต่ถึงกระนั้น ยังคงมีผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวนมากหันมาใช้วิธีเสริมและวิธีทางเลือกในการบำบัดรักษา ทำให้วิธีการดังกล่าวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผลการสำรวจความคิดเห็นของสมาคมมะเร็งวิทยาทางคลินิกอเมริกัน (ASCO) พบว่าผู้ใหญ่กว่า 40% ในสหรัฐฯ เชื่อว่ามะเร็งสามารถรักษาได้ด้วยการใช้วิธีบำบัดทางเลือกแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

บรรดาคลิปวิดีโอเกี่ยวกับอาหารต้านมะเร็ง สามารถดึงดูดผู้ชมจำนวนหลักล้านในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ส่วนหนังสือในหัวข้อเดียวกันก็ติดอันดับขายดีบนเว็บไซต์แอมะซอนอยู่เสมอ ข้อความทางทวิตเตอร์ที่บรรดาอินฟลูเอนเซอร์แชร์กันไปอย่างล้นหลามในวงกว้างเมื่อไม่นานมานี้ ก็บอกว่ามี "วิธีธรรมชาติ" ในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือการเปลี่ยนแปลงอาหารการกิน ข้อความนี้มีผู้กดชื่นชอบถึง 200,000 คน ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง ทั้งยังบอกให้ผู้ป่วยอดอาหารเพื่อให้เนื้อร้าย "อดตาย" ทั้งให้กินอาหารบางชนิดเพื่อ "แก้ไขดีเอ็นเอและกระตุ้นสเต็มเซลล์" อีกด้วย

มูลนิธิโรคมะเร็งแม็กมิลแลน (Macmillan Cancer Support) ของสหราชอาณาจักร แนะนำว่าหากผู้ป่วยสนใจที่จะเข้ารับการรักษาแบบทางเลือก ควรจะปรึกษากับแพทย์ประจำตัวที่เป็นผู้ให้การรักษาโรคมะเร็งของตนเสียก่อน เพื่อรับฟังคำแนะนำและเข้าถึงการช่วยเหลือสนับสนุนที่ถูกต้อง

เหตุใดการรักษาแบบทางเลือกเติบโตอย่างรวดเร็ว ?

A group yoga class

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การแพทย์ผสมผสาน เช่น การฝังเข็ม โยคะ และการทำสมาธิ มักถูกใช้ควบคู่กับการบำบัดรักษาแผนปัจจุบัน (conventional treatment)

การแพร่ข่าวเท็จและข้อมูลบิดเบือนทางสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนอย่างมากที่ทำให้การรักษามะเร็งแบบทางเลือกถูกมองว่าเป็น "ยาวิเศษ" ทั้งที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเลยแม้แต่น้อย

"มะเร็งมันน่ากลัว แต่หมออย่างเราต้องบอกคนไข้ทั้งหมด ถึงข้อดีข้อเสียและความเสี่ยงในการรักษาแบบมาตรฐาน ในขณะที่คนไข้ต้องการความหวังและการรับประกัน รวมทั้งคำสัญญาว่าจะรักษาหายอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์กระแสหลักไม่อาจให้ได้" แพทย์หญิงลิซ โอเรียดาน ศัลยแพทย์โรคมะเร็งชาวอังกฤษกล่าว

นอกจากนี้ การอวดอ้างว่าวิธีรักษาแบบทางเลือกนั้นเป็นวิธีธรรมชาติที่ไม่เจ็บปวด ยังสามารถชักจูงและหลอกล่อให้คนไข้ที่สภาพจิตใจเปราะบางเห็นดีเห็นงามได้มากกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาแบบดั้งเดิม ที่แม้จะได้ผลแต่ก็รุกรานร่างกายและอาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้วิธีรักษามะเร็งแบบทางเลือกได้รับความนิยมทั่วโลก นั่นก็เพราะการบำบัดเยียวยามะเร็งด้วยเทคนิควิธีคุณภาพสูง ยังคงมีราคาแพงและเข้าถึงได้ยาก "หากคนไข้มีปัญหาทางการเงิน วิธีทางเลือกซึ่งมีราคาถูกจะน่าสนใจกว่ากันมาก" พญ.โอเรียดานกล่าว "สิ่งที่น่ากังวลก็คือ มีคนหากินกับเหยื่อที่อ่อนแอเหล่านี้ โดยหลอกขายผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นให้กับพวกเขา"

ส่วนผู้คนในทวีปแอฟริกานั้น ประชากรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และความตระหนักในเรื่องโรคมะเร็งเป็นอย่างมาก ทำให้พากันหันไปพึ่งวิธีทางเลือกและยาพื้นบ้านแผนโบราณกันจนเกินขนาด นอกจากนี้ ปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนให้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งขาดแคลน และการที่คนส่วนใหญ่ไม่มีหลักประกันสุขภาพ ยังเป็นสาเหตุหลักของปัญหาที่รายงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อังกฤษ BMJ กล่าวถึงด้วย

ปัจจัยทางวัฒนธรรมก็มีผลอย่างมากในภูมิภาคอย่างแอฟริกา เอเชีย และอนุทวีปอินเดีย โดยวิธีบำบัดโรคทางเลือกนั้นถูกปลูกฝังกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ในรูปแบบของภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา อย่างไรก็ตามมีผลวิจัยที่พิสูจน์ยืนยันอยู่บ้างว่า การแพทย์แผนจีนโบราณและหลักอายุรเวทของอินเดีย สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยและรักษาโรคบางอย่างได้ แต่ก็ยังคงไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งอยู่ดี

อาหารและวิธีรักษามะเร็งทางเลือกที่มาแรงล่าสุด

บำบัดด้วยอายุรเวท

มีความเชื่อว่าการรับประทานขมิ้นชัน ซึ่งเป็นสมุนไพรที่นิยมปลูกกันมาช้านานในอินเดีย เป็นวิธีรักษาโรคมะเร็งตามแบบแผนของศาสตร์อายุรเวท ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนการใช้สมุนไพรและการนวดเพื่อบำบัดรักษาโรคเป็นหลัก ปัจจุบันการรักษาแบบอายุรเวทได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยคาดว่าอุตสาหกรรมการแพทย์แผนนี้จะเติบโตขึ้น 3 เท่า ภายในปี 2028 ตามการรายงานของบริษัทวิจัย Market Research Future

นอกจากนี้ยังมีวิธีรักษาแบบพื้นบ้านอย่างอื่นในแถบชนบทของอินเดีย อย่างเช่นการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติโดยไม่ใช้ยา (naturopathy), การรักษาโดยใช้พิษเป็นยา (homeopathy), วารีบำบัด (hydrotherapy), การนวดกระดูกและกล้ามเนื้อ (osteopathy), การกินต้นอ่อนข้าวสาลี, การดื่มปัสสาวะของตนเอง, และการนั่งสมาธิวิปัสสนา ซึ่งวิธีรักษาทางเลือกเหล่านี้ถูกสำรวจพบโดยงานวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ Lancet

แม้การรักษาในแบบข้างต้นบางวิธีจะช่วยลดความเจ็บปวด และใช้ควบคู่ไปกับการรักษามะเร็งแบบมาตรฐานได้ แต่พญ.โอเรียดานบอกว่า บางวิธีอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาต้านหรือส่งผลกระทบทางลบต่อการรักษาแผนปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามองค์กรวิจัยมะเร็ง Cancer Research UK เคยออกมาระบุว่า มีหลักฐานว่าสารเคอร์คิวมิน (curcumin) ในขมิ้นชัน สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งบางชนิดได้ แต่การนำขมิ้นชันไปใช้เป็นยารักษามะเร็งนั้น ยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไปอีก และปัจจุบันยังไม่มีการพิสูจน์ยืนยันที่แน่ชัดว่า ขมิ้นชันจะช่วยป้องกันหรือรักษาโรคมะเร็งได้แต่อย่างใด

การแพทย์แผนจีนโบราณ

ผลการศึกษาหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Oncology Journal ระบุว่า ปัจจุบันการแพทย์แผนจีนแบบดั้งเดิมเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในซีกโลกตะวันตกและตะวันออก แต่บรรดาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา ก็ยังคงตั้งคำถามกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวิธีบำบัดทางเลือกนี้อยู่ดี

การแพทย์แผนจีนนั้นเป็นระบบการบำบัดรักษาโรค ซึ่งประกอบไปด้วยเทคนิควิธีต่าง ๆ เช่นการฝังเข็ม, การนวด, การใช้ยาสมุนไพรหลายร้อยชนิด, และการออกกำลังกายด้วยการรำไทเก๊ก (Tai Chi) ซึ่งพญ.โอเรียดานให้คำแนะนำว่า ผู้ป่วยมะเร็งสามารถใช้การแพทย์แผนจีนรักษาควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบันของตะวันตกได้ แต่ต้องขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยาเสียก่อน แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่บ้างที่สมุนไพรจีนบางตัวอาจทำปฏิกิริยาต่อต้านกับยาแผนปัจจุบัน

รักษาด้วยวิธีเปลี่ยนอาหารการกิน

วิธีบำบัดทางเลือกยอดฮิตอีกแบบหนึ่ง ก็คือการเน้นกินหรือจำกัดอาหารเฉพาะอย่าง เช่นการกินมังสวิรัติหรือไม่กินผลิตภัณฑ์จากสัตว์อย่างวีแกน (Vegan), การกินอาหารคีโต (Keto), หรือการจำกัดอาหารเพื่อให้มะเร็งร้าย "อดตาย"

ดร.เดวิด โรเบิร์ต กริมส์ นักวิจัยโรคมะเร็งชาวอังกฤษบอกกับบีบีซีว่า "คุณทำให้ก้อนเนื้อมะเร็งอดตายไม่ได้ คุณแค่ทำให้ตัวเองอดอยากเปล่า ๆ เท่านั้น มันอันตรายมากหากผู้ป่วยมะเร็งผอมลงหรือน้ำหนักลด"

ดร.กริมส์ยังบอกว่า คนไข้ที่ถูกล้างสมองด้วยข้อความอวดอ้างสรรพคุณของวิธีบำบัดด้วยอาหาร มักถูกสื่อสังคมออนไลน์กดดันหรือทำให้อับอายว่า พวกเขาเป็นผู้ผิดที่ทำให้ตัวเองเป็นมะเร็ง ทำให้ต้องรีบปฏิบัติตามคำแนะนำทางเลือกในทันทีโดยไม่ฉุกคิดถึงอันตราย

พญ.คณุปรียา ภาติยะ ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งจากโรงพยาบาลโมหัน ได ออสวัล ของอินเดีย ขอให้ผู้ป่วยอย่าหลงเชื่อตามกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ "อย่าคิดไปกินหรือดื่มอะไรแปลก ๆ เอาเอง เพราะทำอย่างนั้นมันอันตราย"

ยาถ่ายพยาธิเฟนเบนดาโซล

ยาเฟนเบนดาโซล (Fenbendazole) คือยารักษาการติดเชื้อปรสิตในสัตว์ แต่กลับโด่งดังในฐานะยารักษามะเร็งแบบทางเลือกขึ้นมา เมื่อนักธุรกิจชาวอเมริกันผู้หนึ่งอ้างว่า เขาหายจากโรคมะเร็งเพราะกินยานี้ร่วมกับการใช้วิธีบำบัดทางเลือกแบบอื่น ๆ แต่ความจริงแล้วเขากล่าวอวดอ้างโดยแอบปิดบังเรื่องที่ว่า เคยเข้าร่วมการทดลองระดับคลินิกซึ่งทดสอบวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ด้วย

ยานี้ถูกขายจนหมดเกลี้ยงท้องตลาดในเกาหลีใต้ ผู้ใช้ยาเพื่อรักษามะเร็งหลายคนได้เขียนและเผยแพร่บันทึกประจำวันถึงผลของการใช้ยาที่เกิดขึ้น รวมถึงนักร้องและนักแสดงตลกคนดังที่ป่วยเป็นมะเร็งปอด แต่ต่อมาคนทั้งสองออกมาเผยว่า ได้หยุดใช้ยาตัวนี้ไปเพราะไม่ได้ผล ส่วนองค์กรวิจัยมะเร็ง Cancer Research UK ระบุว่ายานี้ไม่เคยผ่านการทดลองระดับคลินิก เพื่อทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพมาก่อน

ใช้ต้นทุเรียนเทศเป็นยา

ใบ, ผล, และเปลือกไม้ของต้นทุเรียนเทศหรือกราวิโอลา (Graviola) ถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคหลายชนิด ในทวีปแอฟริกาและภูมิภาคอเมริกาใต้มาแต่โบราณ โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ยืนยันว่า มันช่วยรักษาอาการติดเชื้อบางชนิดได้

อย่างไรก็ตาม มีผู้แอบอ้างสรรพคุณเกินจริงว่าผลทุเรียนเทศสามารถรักษาโรคมะเร็ง โดยข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์บางแห่งถึงกับบอกว่า มันมีประสิทธิภาพสูงกว่าเคมีบำบัดถึงหมื่นเท่า ในขณะที่บรรดามูลนิธิโรคมะเร็งในสหราชอาณาจักรและสถาบันมะเร็งแห่งชาติฝรั่งเศสออกมาเตือนว่า ไม่มี "อาหารวิเศษ" ชนิดใด ที่ใช้บำบัดรักษาโรคมะเร็งได้

ความเห็นของแพทย์และมูลนิธิโรคมะเร็ง

Cancer chemotherapy

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ใช้การบำบัดรักษาด้วยวิธีทางเลือกมีความเสี่ยงต่อโอกาสรอด

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า มีความเสี่ยงสูงที่ผู้ใช้วิธีบำบัดรักษาทางเลือก จะปฏิเสธเข้ารับการรักษาแบบมาตรฐานของแพทย์แผนปัจจุบัน "การบำบัดแบบทางเลือกนั้นใช้ได้ หากเป็นเพียงการรักษาแบบเสริมหรือใช้ควบคู่กันไปกับวิธีรักษาแบบมาตรฐาน แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ผู้ป่วยกลับใช้วิธีทางเลือกที่ไม่เหมาะสม ทำให้เสี่ยงเสียชีวิตได้มากขึ้นถึง 2.5 เท่า" พญ.โอเรียดานกล่าว

ส่วนดร.กริมส์ เน้นย้ำว่า การรักษาโรคมะเร็งด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันนั้น มาจากข้อมูลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ทำขึ้นอย่างจริงจัง และมีหลักฐานสนับสนุนหนักแน่นน่าเชื่อถือ "สิ่งยืนยันก็คือทั่วโลกมีผู้รอดชีวิตจากมะเร็งเพิ่มมากขึ้น และตัวเลขนี้จะยิ่งดีขึ้นไปอีกในอนาคต เพราะว่าแพทย์ทำงานร่วมกับนักวิจัยศึกษาค้นคว้าอย่างหนัก ไม่ใช่เพราะวิธีรักษาแบบทางเลือก"