นาฬิกาวันสิ้นโลก: เหตุใดโลกมนุษย์อยู่ห่างจากหายนะนิวเคลียร์ 90 วินาที

ภาพกราฟิก
    • Author, เจน คอร์บิน
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี

นาฬิกาวันสิ้นโลก (Doomsday Clock) ยังคงที่อยู่ที่ 90 วินาทีก่อนเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาหายนะนิวเคลียร์อุบัติขึ้นบนโลกมนุษย์

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ขององค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู ให้เหตุผลที่ยังคงเข็มนาฬิกาอยู่ที่เดิม ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นจุดที่ใกล้ “วันสิ้นโลก” ที่สุดเท่าที่เริ่มนับถอยหลังนาฬิกานี้ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันสั่งสมอาวุธนิวเคลียร์ระลอกใหม่ สงครามในยูเครน และวิกฤตสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นต้น

แต่ละปี กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ขององค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู (Bulletin of the Atomic Scientists) จะตั้งนาฬิกา เพื่อเป็นการทำนายในเชิงสัญลักษณ์ว่า โลกเข้าใกล้เวลาเที่ยงคืน ซึ่งเป็นวันสิ้นโลกมากแค่ไหนแล้ว

นับแต่ปี 2007 สมาชิกกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้พิจารณาถึงผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดจากมนุษย์แบบใหม่ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์, ปัญหาโลกร้อน เช่นเดียวกันกับภัยคุกคามอันใหญ่หลวง อย่างสงครามนิวเคลียร์ เข้ามาในกระบวนการกำหนดเวลาถอยหลังของนาฬิกาวันสิ้นโลกด้วย

สำหรับการประกาศเวลานับถอยหลังนาฬิกาวันสิ้นโลกประจำปี 2024 มีขึ้นในวันที่ 23 ม.ค. โดยทางองค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู ชี้ถึงปัจจัยพิจารณาสำคัญ มาจากการที่ จีน, รัสเซีย และสหรัฐอเมริกาทุ่มงบประมาณเพื่อ “ขยายหรือยกระดับคลังอาวุธนิวเคลียร์” ซึ่งยิ่งทวี “ความอันตรายที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์มากขึ้น จากความผิดพลาดหรือการประเมินพลาด”

สงครามในยูเครนยังสร้าง “ความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์มีความสุ่มเสี่ยงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากการที่ประชาคมโลกแก้วิกฤตสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงได้ไม่เพียงพอ และความเสี่ยงอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับการนำเทคโนโลยีชีวภาพและปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ไปใช้ในทางที่ผิด

.
คำบรรยายภาพ, นาฬิกาวันสิ้นโลกในอดีต โดยกำหนดตามความกังวลสำคัญจากสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลก

"นาฬิกาวันสิ้นโลก" ไม่ใช่นาฬิกาบอกเวลาจริง แต่เป็นเครื่องมือเชิงสัญลักษณ์ที่คิดค้นขึ้นเมื่อปี 1947 โดย โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ และนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ คนอื่น ๆ ที่เป็นผู้คิดค้นระเบิดปรมาณู

ทั้งนี้ นาฬิกาดังกล่าวยังใช้แทนมาตรวัดเพื่อบ่งชี้สถานการณ์โลกในแต่ละปีว่ามีความเสี่ยงจะเข้าใกล้หายนะมากน้อยเพียงใด ยิ่งเข็มนาฬิกาบอกเวลาเข้าใกล้เที่ยงคืนมากเท่าใด โลกก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อหายนะสูงมากเท่านั้น

พวกเขาได้เห็นผลกระทบจากหายนะที่เกิดขึ้นกับเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิตลอดสองปีก่อนสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงว่าเป็นอย่างไร พวกเขาจึงต้องการเตือนให้สาธารณชนได้รับทราบเรื่องนี้ ไปพร้อมกับการกดดันให้ผู้นำของโลกให้คำมั่นว่าจะไม่มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง

นับแต่สร้างนาฬิกาวันสิ้นโลกขึ้น เข็มนาฬิกาได้ขยับมาแล้ว 25 ครั้ง เช่น ในปี 1947 เข็มเริ่มจาก 7 นาทีถึงเวลาเที่ยงคืน และในปี 1991 หลังการสิ้นสุดของสงครามเย็น เข็มนาฬิกาย้อนกลับมาที่ 17 นาทีถึงเวลาเที่ยงคืน

.

เรเชล บรอนสัน ประธานองค์การจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์ด้านปรมาณู บอกกับบีบีซีว่า “ทุกประเทศชั้นนำ รวมถึงสหราชอาณาจักร กำลังทุ่มงบไปกับการพัฒนาคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ เหมือนว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่สามารถใช้ได้เป็นเวลานาน นี่เป็นเวลาที่อันตรายมาก... แล้วผู้นำโลกก็ยังปฏิบัติตัวอย่างไร้ความรับผิดชอบ"

พาเวล พอดวิก ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธนิวเคลียร์ชาวรัสเซีย ที่มีส่วนร่วมในการกำหนดเวลาของนาฬิกาวันสิ้นโลกมาหลายปีแล้ว ระบุว่า เขาตกใจมากตอนที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศขู่การใช้อาวุธนิวเคลียร์ หลังทำการรุกรานยูเครน

คำประกาศของผู้นำรัสเซียทำให้โลกตื่นกลัว แต่มันก็ดูเหมือนเขาคิดคำนวณมาดีแล้ว

“นี่คือจุดประสงค์ของการมีอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อให้คุณมีเสรีภาพในการกระทำมากขึ้น” พอดวิก กล่าวและว่า “ประธานาธิบดีรัสเซียเชื่อว่า การออกแถลงการณ์เช่นนั้น เขาจะช่วยป้องปรามไม่ให้ชาติตะวันตกเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในยูเครน ซึ่งนั่นเป็นการประเมินที่ถูกต้อง แต่นั่นแหละคือ การป้องปราม”

แม้จะมีข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์มานานหลายสิบปีแล้ว แต่โลกนี้ ก็ยังมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ถึง 13,000 ลูก ในจำนวนนี้ 90% เป็นของรัสเซียและอเมริกา ส่วนอีก 6 ประเทศที่ประกาศตัวว่าเป็นมหาอำนาจทางนิวเคลียร์ ประกอบด้วย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส, จีน, อินเดีย, ปากีสถาน และเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลให้เชื่อได้ว่า อิสราเอลก็มีอาวุธนิวเคลียร์ด้วย แต่ไม่เคยยืนยัน

ที่สำคัญคือ อาวุธนิวเคลียร์สมัยใหม่ มีพลานุภาพมากกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ถูกทิ้งที่ฮิโรชิมาและนางากซากิ ในญี่ปุ่นหลายเท่าตัว