เปิดสถิติ “ที่สุด” ในการเปิดรับสมัคร สว. 67

กกต.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เบื้องต้น โดยพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น มียอดผู้สมัครสูงสุด 5,211 คน หรือคิดเป็น 10.83% ของผู้สมัครทั้งหมด ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม มียอดผู้สมัครน้อยที่สุดเพียง 609 คน หรือคิดเป็น 1.27% ของผู้สมัครทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม รายชื่อทั้งหมดนี้ยังไม่ถือเป็น “ผู้สมัครตัวจริง” จนกว่าผู้อำนวยการ (ผอ.) การเลือกระดับอำเภอ จะตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครในอำเภอของแต่ละแห่ง แล้วประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครทุกกลุ่ม (แบบ สว.อ. 13) พร้อมหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ซึ่งต้องทำภายใน 5 วันหลังปิดรับสมัคร หรือภายใน 29 พ.ค. นี้

สำนักงาน กกต. เปิดรับสมัคร สว. ระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค. โดยมีผู้ยื่นใบสมัครทั้งสิ้น 48,226 คน ทว่ามีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น 48,117 คน และมีอีก 109 คนที่ไม่รับสมัคร หลังตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม

ค่ำวานนี้ (25 พ.ค.) มีการเผยแพร่บัญชีรายชื่อของผู้สมัคร สว. เบื้องต้นของทุกกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม และทุกอำเภอรวม 928 อำเภอ/เขต ทางเว็บไซต์ www.ect.go.th และแอปพลิเคชันสมาร์ตโหวต (Smart Vote) ของสำนักงาน กกต.

บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลและประมวลสถิติน่าสนใจในการเลือก สว. 67 ดังนี้

1. ยอดผู้สมัคร สว. ทั้งประเทศที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นมีจำนวน 48,117 คน ห่างไกลจากเป้าหมายที่ กกต. ตั้งเอาไว้ 100,000 คน

จุดน่าสังเกตคือ ตัวเลขผู้สมัครเพิ่งมา “ทะลุหลักหมื่น” ในช่วงโค้งสุดท้าย พูดง่าย ๆ ว่าผู้สมัครเกินกว่าครึ่ง (57.02%) เพิ่งมายื่นใบสมัครใน 2 วันหลัง

CG

2.จังหวัดที่มียอดผู้สมัครมากที่สุด 3 อันดับแรก มียอดทะลุ 2,000 คน และเป็นจังหวัดใหญ่ที่มีหลายอำเภอ ได้แก่ จ.ศรีสะเกษ มี 20 อำเภอ มีผู้สมัครจำนวน 2,764 คน (คิดเป็น 5.74% ของผู้สมัครทั้งประเทศ) รองลงมาคือ จ.กรุงเทพฯ มี 50 เขต มีผู้สมัครจำนวน 2,489 คน (คิดเป็น 5.17%) และ จ.เชียงใหม่ มี 25 อำเภอ มีผู้สมัครจำนวน 2,000 คน (คิดเป็น 4.16%)

เมื่อดูข้อมูล 10 จังหวัดแรกที่มียอดผู้สมัครสูงสุด พบว่า อยู่ในภาคอีสาน 4 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ, บุรีรัมย์, มุกดาหาร และสุรินทร์

CG

3. จังหวัดที่มียอดผู้สมัครน้อยที่สุดคือ จ.น่าน มี 15 อำเภอ มีผู้สมัครเพียง 98 คน (คิดเป็น 0.2% ของผู้สมัครทั้งประเทศ) ตามด้วย จ.ตาก มี 9 อำเภอ มีผู้สมัครจำนวน 102 คน (คิดเป็น 0.21%) และ จ.สมุทรสงคราม มี 3 อำเภอ มีผู้สมัครจำนวน 128 คน (คิดเป็น 0.27%)

เมื่อดูข้อมูล 10 จังหวัดแรกที่มียอดผู้สมัครต่ำสุด พบว่า อยู่ในภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน, ตาก, อุตรดิตถ์ และกำแพงเพชร

CG

4. กลุ่มอาชีพที่มีผู้สมัครมากที่สุดคือ กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น จำนวน 5,211 คน (คิดเป็น 10.83% ของผู้สมัครทุกกลุ่มอาชีพ) ตามด้วยกลุ่มสตรี จำนวน 4,589 คน (คิดเป็น 9.54%) และกลุ่มการศึกษา จำนวน 4,477 คน (คิดเป็น 9.3%)

CG

5. กลุ่มอาชีพที่มีผู้สมัครน้อยที่สุดคือ กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม จำนวน 609 คน (คิดเป็น 1.27% ของผู้สมัครทุกกลุ่มอาชีพ) ตามด้วยกลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม จำนวน 867 คน (คิดเป็น 1.8%) และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตกรรม จำนวน 1,039 คน (คิดเป็น 2.16%)

CG

6. อำเภอที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว มีอย่างน้อย 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา (ลงกลุ่ม 14), อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ (ลงกลุ่ม 15), อ.แม่จริม จ.น่าน (ลงกลุ่ม 11), อ.นาน้อย จ.น่าน (ลงกลุ่ม 18) และ อ.เชียงกลาง จ.น่าน (ลงกลุ่ม 14)

7. อำเภอที่มีผู้สมัคร 2 คนคือ อ.อุ้มผาง จ.ตาก (ลงกลุ่ม 3)

8. อำเภอที่มีผู้สมัคร 3 คนคือ อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร (ลงกลุ่ม 3)

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาระบุในเวลาต่อมาว่า ผู้สมัครจาก 7 อำเภอนี้ "10 คนนี้ตกไปเลย เพราะคุณไม่ได้ไขว้ ในเมื่อมีกลุ่มเดียว จะไปไขว้กับใคร เพราะกฎหมายกำหนดว่าไขว้แล้วต้องมีคะแนน”

สูตรคำนวณหา สว. ตัวจริง

แม้ยอดผู้สมัคร สว. ของแต่ละอำเภอ จังหวัด และแต่ละกลุ่มอาชีพจะแตกต่างกัน อีกทั้งยังมีจำนวนอำเภอไม่เท่ากันตามขนาดจังหวัด แต่สูตรในการเฟ้นหาตัวแทนจากระดับอำเภอ สู่ระดับจังหวัด และระดับประเทศ อยู่ภายใต้สูตรเดียวกัน

  • ระดับอำเภอ: คนที่จะหลุดเข้ารอบต่อไปได้ ต้องเป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกของกลุ่ม (หลังผ่านรอบ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ เอา 5 ลำดับแรกไปเลือกต่อในรอบจับสลากแบ่งสายแล้ว “เลือกไขว้กลุ่ม” ได้ชื่อ 3 ลำดับแรกของกลุ่มเข้าสู่ระดับจังหวัดต่อไป)
  • ระดับจังหวัด: คนที่จะหลุดเข้ารอบต่อไปได้ต้องเป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 2 ลำดับแรกของกลุ่ม (หลังผ่านรอบ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ เอา 5 ลำดับแรกไปเลือกต่อในรอบจับสลากแบ่งสายแล้ว “เลือกไขว้กลุ่ม” ได้ชื่อ 2 ลำดับแรกของกลุ่มเข้าสู่ระดับประเทศต่อไป)
  • ระดับประเทศ: คนที่จะได้เป็น สว. ต้องเป็นผู้ได้คะแนนลำดับที่ 1-10 ของแต่ละกลุ่มอาชีพ รวม 200 คน (หลังผ่านรอบ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ เอา 40 ลำดับแรกไปเลือกต่อในรอบจับสลากแบ่งสายแล้ว “เลือกไขว้กลุ่ม” ได้ชื่อ 10 ลำดับแรกของกลุ่มเป็น สว. ตัวจริง ส่วนผู้มีคะแนนลำดับที่ 11-15 จะอยู่ในบัญชีสำรองของกลุ่มอาชีพนั้น ๆ รวม 100 คน)
กกต.

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ETC

คำบรรยายภาพ, นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง และคณะ สังเกตการณ์การรับสมัคร สว. เขตห้วยขวาง กทม.

ช่องว่างกติกาที่อาจทำให้ผู้สมัคร “ตกรอบ”

จำนวนผู้สมัครที่น้อย และระบบการเลือกที่ซับซ้อน ทำให้เกิดปัญหาในกระบวนการเลือก สว. ตามมา

โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ชี้ว่า ผู้สมัครที่สมัครคนเดียวของอำเภออาจตกรอบ ไม่ใช่เพราะไม่มีคนเลือก แต่กฎหมายไม่อนุญาตให้ไปต่อ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 40 ระบุถึงขั้นตอนการเลือกระดับอำเภอ โดยกำหนดให้ผู้สมัครต้อง "เลือกกันเอง" ในกลุ่มอาชีพเดียวกันให้เหลือ 5 คน เป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้น แล้วไปจับสลากแบ่งสาย "เลือกไขว้" เพื่อลงคะแนนให้ผู้สมัครกลุ่มอื่น ๆ และเลือกให้เหลือ 3 คน

หากกลุ่มใดมีผู้สมัครในระดับอำเภอไม่เกิน 5 คน ก็ไม่ต้อง "เลือกกันเอง" ผู้สมัครทุกคนเป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้น และผ่านเข้าสู่รอบ "เลือกไขว้" ได้เลย

แต่ในรอบ "เลือกไขว้" กฎหมายไม่ได้เขียนว่า หากกลุ่มใดมีผู้สมัครในระดับอำเภอไม่เกิน 3 คน สามารถผ่านไประดับจังหวัดได้ทันที ตรงกันข้าม แม้มีผู้สมัครคนเดียว หรือ 2 คน หรือ 3 คน มาตรา 40 (12) บังคับว่า ต้องไปเลือกไขว้ และ "ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนไม่ถึง 3 คน ให้เฉพาะผู้ซึ่งได้คะแนนเป็นผู้ได้รับเลือก" นั่นหมายความว่า ในรอบเลือกไขว้ ผู้ที่จะผ่านเข้ารอบต้องได้อย่างน้อย 1 คะแนน แม้ผู้สมัครในกลุ่มนั้น ๆ จะน้อยกว่า 3 คน แต่หากผู้สมัครคนใดไม่ได้คะแนนเลย ก็จะไม่ผ่านเข้าไปในรอบจังหวัด

ไอลอว์ระบุว่า ระบบนี้ออกแบบมาภายใต้ความคาดหมายว่าจะมีผู้สมัครจำนวนมากในแต่ละอำเภอ และมีผู้สมัครแต่ละกลุ่มครบกลุ่มละ 5 คนที่เข้าสู่รอบ “เลือกไขว้” จึงคาดหมายว่าจะมีคะแนนที่เลือกกันจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีผู้สมัครน้อย บางอำเภอมีผู้สมัครเพียง 2-3 กลุ่ม และมีผู้สมัครกลุ่มละ 1-3 คน เมื่อเลือกไขว้จึงมีคะแนนเสียง "ไม่พอ" ที่จะทำให้ผู้สมัครแต่ละคนมั่นใจได้ว่าตัวเองจะได้เข้ารอบระดับประเทศ แม้จำนวนคู่แข่งจะน้อยกว่าโควตาการเข้ารอบก็ตาม

นอกจากนี้ มาตรา 40 (10) ยังกำหนดว่า การแบ่งสาย “ในแต่ละสายต้องมีกลุ่มไม่เกิน 5 กลุ่ม แต่ไม่น้อยกว่า 3 กลุ่ม” ทำให้อำเภอที่มีผู้สมัครไม่ถึง 3 คน ไม่สามารถ “เลือกไขว้” ได้

เครือข่ายภาคประชาชนอย่างไอลอว์จึงเรียกร้องให้ กกต. รีบหาแนวทางการตีความ และบังคับใช้มาตรา 40 (12) และ 40 (10) เพื่อแก้ปัญหากรณีผู้สมัครน้อย และอาจจะทำให้ผู้สมัครในอำเภอที่มีคนเดียว หรือมีผู้สมัครน้อยมาก ๆ ต้องตกรอบเพียงเพราะช่องว่างของกติกา ไม่ใช่เพราะไม่สมควรได้รับเลือกเป็น สว.

ดูวิดีโอชุด "เลือก สว. 67" สรุปกติกาที่ "ซับซ้อนที่สุดในโลก" และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกับเลือก 200 สว. ชุดใหม่ ได้ที่นี่

ข้าม YouTube โพสต์ , 1
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์, 1

ข้าม YouTube โพสต์ , 2
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์, 2

ข้าม YouTube โพสต์ , 3
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์, 3