SHAD ยืนยันไม่เคยอ้างเป็นเจ้าของผลงานเพลง "พี่ชอบหนูที่สุดเลย" ของ PONCHET

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/DOVIAN PADILLO และ พล เชษฐ์ (Ponchet)
จากกรณีที่พบว่า SHAD ศิลปินชาวฟิลิปปินส์นำผลงานเพลงของศิลปินชาวไทยชื่อว่า PONCHET (พล เชษฐ์) ไปใส่เนื้อร้องภาษาอังกฤษและเผยแพร่ตามแพลตฟอร์มสตรีมเพลงต่าง ๆ ในชื่อตนเองเป็นผู้สร้างสรรค์นั้น ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาบอกกับบีบีซีไทยว่า เข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง
ด้านศิลปินชาวฟิลิปปินส์ยืนยันว่าไม่เคยแอบอ้างเป็นเจ้าของผลงาน และติดต่อผู้เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ขณะที่ทางศิลปินชาวไทยระบุว่าไม่เคยได้รับการติดต่อใด ๆ จาก SHAD
กรณีพิพาทลิขสิทธิ์เพลง “พี่ชอบหนูที่สุดเลย (I Like You The Most)”
เพลง “พี่ชอบหนูที่สุดเลย (I like you the most)” สร้างสรรค์โดยศิลปินอิสระชาวไทยชื่อว่า PONCHET (พล เชษฐ์) ร่วมร้องกับศิลปินอีกคนที่ชื่อว่า VARINZ (วารินซ์)
ด้วยเนื้อเพลงและทำนองที่ติดหู ทำให้เพลงนี้มีผู้เข้าชมมิวสิควิดีโอมากกว่า 44 ล้านครั้งบนยูทิวบ์ และมีผู้ใช้เป็นเพลงประกอบในแอปพลิเคชันติ๊กตอกมากกว่า 3.8 ล้านครั้ง รวมถึงถูกเล่นเพลงมากกว่า 20 ล้านครั้งบนแพลตฟอร์มสตรีมเพลงอย่างสปอติฟาย ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นภายในช่วงเวลา 4 เดือน นับตั้งแต่ศิลปินเผยแพร่ผลงานออกสู่สาธารณะ
ความนิยมของเพลงทำให้ศิลปินจำนวนหนึ่งนำมาร้องคัฟเวอร์ หรือก็คือการนำเพลงมาดัดแปลงโดยนำมาร้องใหม่ หนึ่งในนั้นคือ SHAD จากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งใช้ทำนองเพลงเดียวกันกับของพล เชษฐ์ โดยปรับเพียงจังหวะขึ้นใหม่เท่านั้น รวมถึงแตกต่างกันที่เนื้อร้องที่เป็นภาษาอังกฤษซึ่งแต่งขึ้นใหม่ แต่ก็มีเนื้อหาใจความเช่นเดียวกันกับเพลงต้นฉบับภาษาไทยซึ่งสื่อถึงการรักคน ๆ หนึ่งจนทนแทบไม่ไหว

ที่มาของภาพ, SHAD
ต่อมาพบว่าเพลง I like you the most ของ SHAD ถูกนำมาอัปโหลดขึ้นแพลตฟอร์มสตรีมเพลงชื่อดังหลายเจ้าเมื่อช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวเป็นผู้อัปโหลดเองในลักษณะเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นบน แอปเปิล มิวสิค หรือ สปอติฟาย ไปจนถึง ยูทิวบ์ มิวสิค ฯลฯ และได้รับความนิยมอย่างมากจนส่งผลให้เพลงดังกล่าวขึ้นอันดับ 2 บนท็อป 50 เพลงฮิตในเพลย์ลิสต์โกลบอลไวรัลชาร์ต (Top 50 Global Viral Chart) ของสปอติฟาย ด้วยยอดเข้าฟังมากกว่า 3 ล้านครั้ง ขณะที่ในติ๊กตอกมีผู้ใช้เพลงดังกล่าวมากกว่า 5 แสนครั้ง
อย่างไรก็ดี บีบีซีไทยพบว่า ณ วันที่ 26 มี.ค. ช่องยูทิวบ์ของ SHAD ทั้งหมดไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงบัญชีติ๊กตอกของเขาด้วย
SHAD บรรยายตัวเองบนโปรไฟล์ในแพลตฟอร์มสปอติฟายว่าเป็นนักร้องเพลงป็อปจากนครเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ และมีชื่อจริงว่า โดเวียน ปาดิลโล โดยตัวเขาได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินชื่อดังอย่าง จัสติน บีเบอร์ และวงบีทีเอสของเกาหลีใต้
ด้านทีมงานผู้ดูแล พล เชษฐ์ บอกกับบีบีซีไทยว่าพวกเขาทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อจากนี้
SHAD ยืนยันไม่เคยแอบอ้างเป็นเจ้าของผลงาน
27 มี.ค. SHAD โพสต์แถลงการณ์ทางบัญชีอินสตาแกรมว่า ตนเองไม่เคยแอบอ้างเป็นเจ้าของผลงานเพลงดังกล่าว และเมื่ออัปโหลดเวอร์ชันคัฟเวอร์ลงยูทิวบ์ก็ให้เครดิตกับ PONCHET เจ้าของผลงาน ขณะที่ชื่อของเขาบนแอปพลิเคชันสปอติฟายนั้น เป็นเพียงแค่การระบุว่าตนเองเป็นผู้ร้องเพลงเวอร์ชันนี้เท่านั้น ไม่ใช่การแอบอ้างความเป็นเจ้าของแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่งเพลงและโปรดิวเซอร์บนแอปพลิเคชันสปอติฟาย แต่ปรากฏชื่อ SHAD นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจ และขอเวลาสัก 2-3 วันเพื่อแก้ไขเรื่องนี้
ศิลปินฟิลิปปินส์ยังบอกด้วยว่า ในช่วงที่ผ่านมาเขาติดต่อสื่อสารกับทางทีมงานของ PONCHET มาโดยตลอดก่อนที่จะเกิดปัญหานี้ขึ้น เพื่อทำให้แน่ใจว่าเพลงเวอร์ชันภาษาอังกฤษที่ปล่อยออกนั้นจะได้รับการจัดการที่รอบคอบและให้เกียรติกัน
ขณะที่ทาง พล เชษฐ์ ศิลปินไทยออกมาตอบโต้ผ่านอินสตาแกรมเช่นกันว่า ไม่เคยได้รับการติดต่อจาก SHAD
“คู่กรณีไม่เคยมีการติดต่อเข้ามาก่อนที่จะนำเพลงไปทำเวอร์ชันภาษาอังกฤษในรูปแบบ Official (ทางการ) เพื่อสร้างรายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย” พล เชษฐ์ ระบุในโพสต์ของเขา
ด้าน SHAD ยืนยันว่าเขาได้ติดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้วจริง ๆ แต่ไม่สามารถแจ้งให้ทราบต่อสาธารณะได้ว่าเป็นใคร เนื่องจากเป็นความลับระหว่างกัน พร้อมกับขอโทษที่ไม่มีเครดิตผู้สร้างสรรค์งานตัวจริงปรากฏบนแอปเปิล มิวสิค และ สปอติฟาย
“ปัญหาและความยุ่งยากเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น หากมีการสื่อสารต่อกันที่ดีกว่านี้” SHAD ระบุในอินสตาแกรม

ที่มาของภาพ, YOUTUBE/PONCHET
กรมทรัพย์สินทางปัญญาชี้ SHAD ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงจริง
26 มี.ค. นายศิรพัทธ์ วัชราภัย ผู้อำนวยการกองลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า ถึงแม้ศิลปินชาวฟิลิปปินส์จะนำทำนองไปใช้โดยปรับเนื้อร้องใหม่เป็นภาษาอังกฤษ แต่ในทางกฎหมายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทำนองเพียงอย่างเดียว หรือทำนองกับเนื้อร้องประกอบกัน ลิขสิทธิ์ผลงานทั้งหมดย่อมตกเป็นของผู้สร้างสรรค์ผลงานคนแรก
“เชื่อว่าเช่นเพลงนี้ ลิขสิทธิ์จะตกเป็นของผู้แต่งหรือผู้สร้างสรรค์ชาวไทย เพราะฉะนั้น หากมีคนอื่นเอาทำนอง หรือทำนองบวกเนื้อร้องของเราไปดัดแปลงแก้ไข และเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์” ผอ.กองลิขสิทธิ์ กล่าว
สำหรับกรณีนี้ นายศิรพัทธ์ แนะนำว่าทางด้าน พล เชษฐ์ ผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์ควรติดต่อไปยัง SHAD เพื่อพูดคุยหาข้อตกลงด้านผลประโยชน์จากผลงานดังกล่าว เนื่องจากไม่ใช่เรื่องง่ายนักหากจะดำเนินการทางคดีในต่างประเทศ
“บางครั้งผู้ที่นำผลงานไปอาจไม่ได้มีเจตนาร้าย บางครั้งไม่ทราบว่าจะหาตัวผู้สร้างสรรค์ผลงานได้ที่ไหน หรือไม่แน่ใจว่าผลการเจรจาต่างๆ จะออกมาเช่นไร หากอยู่ในวิสัยที่เราสามารถคุยกับเขาได้ ก็อาจลองคุยกับเขาดูว่า คุณทำแบบนี้ไม่ถูก หากต้องการทำให้ถูกต้องก็มาคุยกันว่าเราจะจ่ายค่าตอบแทนกันอย่างไร ด้วยวิธีไหน มากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้ออกมาเป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายสบายใจ”
ผอ.กองลิขสิทธิ์ ยังแนะนำด้วยว่าทาง พล เชษฐ์ สามารถยื่นเรื่องไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ทางศิลปินชาวฟิลิปปินส์อัปโหลดเพลงไว้ โดยอ้างว่าตนเองเป็นผู้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ผลงาน ซึ่งจะส่งผลให้ทางแพลตฟอร์มถอนผลงานทั้งหมดออก เพื่อปกป้องผู้สร้างสรรค์ผลงานตัวจริง
“มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่การคัฟเวอร์เพลงจะไม่ไปละเมิดสิทธิ์ผลงานคนอื่น ๆ เพราะลิขสิทธิ์นั้นอยู่ที่ตัวทำนอง รวมถึงตัวทำนองบวกเนื้อร้อง หากคุณคัฟเวอร์เพลงโดยใช้ทำนอง รวมถึงเนื้อร้องของเขา” นายศิรพัทธ์ ระบุ
เขาจึงแนะนำศิลปินคนอื่น ๆ ว่าก่อนการคัฟเวอร์เพลงใด ๆ ก็ตาม ควรหาช่องทางติดต่อผู้สร้างสรรค์เจ้าของผลงานเพลงก่อน เพื่อขออนุญาตให้ถูกต้อง ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
“ผมเชื่อว่าผู้สร้างสรรค์เพลงหรือเจ้าของเพลงสมัยนี้ค่อนข้างใจกว้าง เราจะเห็นเพลงเวอร์ชันใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอด ซึ่งของแบบนี้เขาต้องได้รับอนุญาตมาอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นคงทำไม่ได้” ผอ. กองลิขสิทธิ์ ระบุ











