“อัตติลาเดอะฮัน” บุกกรุงโรมเพราะความหิวโหย ไม่ใช่เพราะโหดบ้าเลือด

รูปวาดกองทัพสีส้ม

ที่มาของภาพ, BRITANNICA

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองกองทัพชนเผ่าฮัน

จอมพลคนเถื่อนชนเผ่าฮันแห่งทุ่งหญ้าเอเชียกลาง “อัตติลาเดอะฮัน” (Attila the Hun) ผู้มีชื่อเสียงลือลั่นในเรื่องการรุกรบปล้นชิงแม้แต่จักรวรรดิอันเกรียงไกรของยุโรป อาจไม่ได้ตัดสินใจบุกเข้ากรุงโรมเมื่อปี ค.ศ. 451 เพราะความโหดร้ายบ้าเลือด แต่เนื่องจากภูมิอากาศแห้งแล้งผิดปกติที่ทำให้เกิดทุพภิกขภัยในถิ่นฐานของตนเอง

นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของสหราชอาณาจักร เสนอแนวคิดใหม่ข้างต้นในวารสารโบราณคดียุคโรมัน (Journal of Roman Archaeology) ฉบับวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยใช้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในอดีต มาช่วยอธิบายความขัดแย้งทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นระหว่างชาวโรมันกับชาวฮัน

ดร. ซูซาน ฮาเคนเบก ผู้ทำการวิจัยทางโบราณคดีในประเด็นนี้ระบุว่า เมื่อตรวจสอบข้อมูลภูมิอากาศย้อนหลังไปจนถึงราว 2,000 ปีก่อน โดยดูจากลักษณะของวงปีในเนื้อไม้ของต้นโอ๊ก ซึ่งอยู่ในแถบที่ราบน้ำท่วมถึงบริเวณลุ่มแม่น้ำดานูบ (Danube) และแม่น้ำทิซซา (Tisza) ของเอเชียกลาง พบว่าในช่วงปี ค.ศ. 420-450 บริเวณดังกล่าวเผชิญกับสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งอย่างหนัก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อการเพาะปลูกและทุ่งหญ้าที่ใช้เลี้ยงสัตว์ได้

ชาวฮันแห่งเอเชียกลางเป็นคนละเชื้อชาติกับชาวฮันในแผ่นดินจีน แต่ได้อพยพโยกย้ายจากเอเชียเข้าไปครอบครองบางส่วนของแอ่งคาร์เพเทียน (Carpathian Basin) ในยุโรปตะวันออกตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 370

เนื่องจากชาวฮันมีความสามารถในการบังคับม้าและใช้อาวุธทำการรบเป็นพิเศษ พวกเขาสามารถแย่งชิงดินแดนและก่อตั้งจักรวรรดิฮันที่ประกอบไปด้วยเครือข่ายของชนเผ่าในสังกัดได้ในเวลาไม่กี่สิบปี โดยมีอาณาเขตตั้งแต่ทะเลดำไปจรดเยอรมนีตอนกลาง และบริเวณติดกับเขตแดนของจักรวรรดิโรมันตะวันตกในอิตาลีและฝรั่งเศส

ภาพวาดสีน้ำมันแสดงให้เห็นกองทัพชาวฮันบุกกรุงโรม ผลงานของจิตรกรชาวสเปน Ulpiano Checa

ที่มาของภาพ, WIKIMEDIA COMMONS

คำบรรยายภาพ, ภาพวาดสีน้ำมันแสดงให้เห็นกองทัพชาวฮันบุกกรุงโรม ผลงานของจิตรกรชาวสเปน Ulpiano Checa

ดร. ฮาเคนเบกบอกว่า “ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างชาวฮันกับชาวโรมันนั้นซับซ้อนมาก ในช่วงแรกพวกเขามีความสัมพันธ์ต่างตอบแทน โดยชาวโรมันให้ผู้นำชาวฮันได้เข้าถึงทองคำมูลค่ามหาศาล เพื่อแลกเปลี่ยนไม่ให้กองทัพชาวฮันบุกเข้าโจมตี แต่ในเวลาต่อมาข้อตกลงนี้เริ่มไม่ได้ผลและชาวฮันเรียกร้องทรัพย์สินเงินทองจากชาวโรมันมากขึ้น”

“ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ความแห้งแล้งทำให้การหาเลี้ยงชีพด้วยการเพาะปลูกสลับกับเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อนในทุ่งหญ้าล้มเหลว ชาวฮันประสบภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก และนี่คือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้นำคืออัตติลาเดอะฮัน ตัดสินใจบุกเข้าปล้นกรุงโรมเพื่อปากท้อง”

หลังเกิดภัยธรรมชาติดังกล่าว ชนเผ่าฮันออกปล้นชิงไปทั่วดินแดนยุโรปใต้และยุโรปตะวันตก โดยการรุกรานครั้งใหญ่มีขึ้นในปีค.ศ. 447, 451 และ 452 ซึ่งล้วนเป็นปีที่ฤดูร้อนแห้งแล้งจัดทั้งสิ้น

ในปี ค.ศ. 451 อัตติลาเดอะฮันรุกรานดินแดนแคว้นกอล (Gual) ของชาวโรมันในฝรั่งเศส รวมทั้งบุกเข้ายึดเมืองมิลานในอิตาลีตอนเหนือไว้ได้อีกด้วย ผลของสงครามครั้งนี้ทำให้ชาวฮันได้ดินแดนกว้างใหญ่สำหรับต้อนเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า มาอยู่ในครอบครองเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม หลังการเสียชีวิตของอัตติลาเดอะฮันในช่วงไม่กี่ปีหลังจากนั้น จักรวรรดิฮันได้แตกแยกออกเป็นชนเผ่าเล็ก ๆ ที่ต่อสู้กันเองและสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจักรวรรดิโรมันตะวันตกที่ได้รับความเสียหายจนไม่อาจฟื้นฟูให้กลับมาเกรียงไกรเช่นเดิมได้

“ตัวอย่างจากประวัติศาสตร์นี้ แสดงให้เห็นว่าผู้คนตอบสนองต่อแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างซับซ้อนและยากที่จะทำนายล่วงหน้าได้ สภาพการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในที่สุด” ดร. ฮาเคนเบกกล่าวสรุป