นักเขียนจากฮังการี "ลาซโล คราซนาฮอร์ไค" ครองรางวัลโนเบลวรรณกรรม 2025

Laszlo Krasznahorkai

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, เอ็มมา ซอนเดอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าววัฒนธรรม

สถาบันภาษาสวีดิช (Swedish Academy) ซึ่งเป็นผู้พิจารณาตัดสินรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ประกาศที่กรุงสตอกโฮล์มของสวีเดนว่า ในปีนี้นักเขียนชาวฮังการี "ลาซโล คราซนาฮอร์ไค" (László Krasznahorkai) ได้รับเลือกให้ครองรางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าว

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม แถลงว่าคราซนาฮอร์ไคนั้น "มีผลงานวรรณศิลป์ที่ดึงดูดใจจนยากจะต้านทาน และเต็มเปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ ซึ่งเมื่อปรากฏขึ้นท่ามกลางความสยดสยองของหายนะวันสิ้นโลกแล้ว ได้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันถึงพลังอำนาจของศิลปะ"

ด้านเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมคนล่าสุด ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุแห่งประเทศสวีเดน (Sveriges Radio) หลังได้รับการแจ้งข่าวดีว่า "ผมดีใจมาก...รู้สึกได้ว่าไม่ตื่นเต้น แต่ก็เครียดวิตกกังวลไม่น้อยไปพร้อม ๆ กัน" เขายังบอกว่าคณะกรรมการรางวัลโนเบลโทรศัพท์แจ้งผลการตัดสิน ในระหว่างที่เขากำลังเดินทางเยือนนครแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนี

คราซนาฮอร์ไคมีผลงานนวนิยายมาแล้ว 5 เรื่อง ทั้งยังเคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติด้านวรรณกรรมจากสถาบันอื่น ๆ เช่นรางวัล Man Booker International Prize ของอังกฤษ เมื่อปี 2015 และรางวัลหนังสือแปลยอดเยี่ยมในสาขานวนิยาย เมื่อปี 2013 โดยมอบให้กับ "ซาตานแทงโก้" (Sátántangó) ผลงานนวนิยายชิ้นแรกในชีวิตของเขา ซึ่งเป็นงานเขียนแนวหลังสมัยใหม่หรือโพสต์โมเดิร์นที่ว่าด้วยหายนะวันสิ้นโลก

คราซนาฮอร์ไคเป็นนักเขียนชาวฮังการีคนที่สอง ที่ได้ครองรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม โดยคนแรกคืออีมเร แคร์เตซ ผู้ล่วงลับไปแล้ว หลังได้รับรางวัลโนเบลในปี 2002

คราซนาฮอร์ไคเกิดเมื่อปี 1954 ในเมืองเล็ก ๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฮังการี ซึ่งติดกับพรมแดนของประเทศโรมาเนีย สภาพของเมืองชนบทอันห่างไกลซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา จึงถูกนำมาใช้เป็นฉากของนวนิยายเรื่องแรก "ซาตานแทงโก้" ซึ่งสถาบันภาษาสวีดิชระบุในการแถลงข่าวรางวัลโนเบลว่า งานเขียนชิ้นนี้ "สร้างความฮือฮาให้กับแวดวงวรรณกรรม" ของฮังการี จนทำให้ผู้เขียนได้แจ้งเกิดในฐานะนักเขียนดาวรุ่ง หลังตีพิมพ์นวนิยายดังกล่าวในปี 1985

"ซาตานแทงโก้" เป็นเรื่องราวของชาวบ้านผู้ยากจนข้นแค้น ซึ่งถูกทางการในระบอบคอมมิวนิสต์ทอดทิ้งเอาไว้ที่นารวมแห่งหนึ่ง ในยุคก่อนการล่มสลายของระบอบสังคมนิยม บรรยากาศของหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ จึงเต็มไปด้วยการรอคอยปาฏิหาริย์และความคาดหวังท่ามกลางความเงียบงัน เพราะไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมา แต่ท้ายที่สุดพวกเขากลับถูกหลอก โดยซาตานในคราบนักบุญผู้เป็นความหวังว่าจะช่วยให้รอด ทว่าจิตสำนึกแบบทาสของชาวบ้านเอง ก็ถือเป็นซาตานอีกตนหนึ่งที่ทำร้ายพวกเขาด้วยเช่นกัน

นวนิยายดังกล่าวถูกนำไปดัดแปลง เพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์ขาวดำในปี 1994 โดยเบลา ทาร์ ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวฮังการี ผลงานวรรณกรรมที่ได้ไปโลดแล่นบนจอเงินเรื่องนี้ มีความยาวระดับตำนานถึง 7 ชั่วโมงด้วยกัน

ผลงานสร้างชื่ออื่น ๆ ของคราซนาฮอร์ไค ยังได้แก่ "ความเศร้ารันทดของการต่อต้าน" (Melancholy of Resistance – 1989) "สงครามและสงคราม" (War and War – 1999) "เซโยโบที่เบื้องล่างตรงนั้น" (Seiobo There Below - 2008)

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ยังกล่าวยกย่องคราซนาฮอร์ไคว่า "เขาคือนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนาน ตามขนบทางวรรณกรรมของภูมิภาคยุโรปกลาง ซึ่งแนวทางนี้ได้สืบต่อกันมาตั้งแต่ฟรันซ์ คาฟคา จนถูกส่งมาถึงโทมัส เบิร์นฮาร์ด และคราซนาฮอร์ไคในปัจจุบัน มันเป็นงานเขียนที่มีลักษณะขับเน้นความไร้สาระของชีวิต (absurdism) และความล้นเกินอันพิลึกพิสดาร"

ครั้งหนึ่งคราซนาฮอร์ไคเคยกล่าวถึงงานเขียนของตนเองว่า "ความเป็นจริงที่ถูกตรวจสอบจนถึงจุดแห่งความบ้าคลั่ง" การที่เขาเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชนชั้นกลางเชื้อสายยิว และเคยใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ ทำให้ประสบการณ์ดังกล่าวเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์วรรณกรรม นอกจากนี้ เขายังใช้ประสบการณ์ของตัวเองในการเดินทางมาเขียนงานด้วย หลังจากที่ได้อพยพโยกย้ายไปต่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 1986 โดยไปอยู่ที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเบอร์ลิน ในยุคที่เยอรมนีแบ่งแยกเป็นสองประเทศ

ผลงานนวนิยายเรื่อง Herscht 07769 ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2021 ได้รับการยกย่องว่าเป็นนวนิยายภาษาเยอรมันร่วมสมัยอันยอดเยี่ยม เนื่องจากผู้เขียนสามารถบรรยายถึงความวุ่นวายปั่นป่วนของสังคมเยอรมนี ในช่วงก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิดได้ตรงกับความเป็นจริง โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของรัฐทูริงเงน (Thüringen) ซึ่งสังคมตกอยู่ในภาวะอนาธิปไตยไร้กฎระเบียบ เต็มไปด้วยการฆาตกรรมและการวางเพลิง

สำนักพิมพ์ The Serpent's Tail ของอังกฤษ สรุปเรื่องย่อของนวนิยาย Herscht 07769 ว่าดังนี้ "ฟลอเรียน เฮิร์ชต์ ยักษ์ใหญ่ผู้ใจดีอ่อนโยน แท้จริงแล้วเป็นเด็กกำพร้าที่พวกนาซีใหม่เก็บมาเลี้ยง โดยฝึกให้เขาเป็นคนทำความสะอาดล้างรอยขีดเขียนจำพวกกราฟฟิตี ส่วนเจ้านายของเขาซึ่งคลั่งไคล้ในคีตกวีชาวเยอรมัน โยฮัน เซบาสเตียน บาค โมโหโกรธาอย่างยิ่ง เมื่อมีมือดีไปพ่นสีเป็นสัญลักษณ์รูปหมาป่า ที่อนุสาวรีย์ของบาคในเมืองของพวกเขา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเยอรมนี"

แทนจิล ราชิด ผู้วิจารณ์วรรณกรรมของหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน บอกว่านวนิยาย Herscht 07769 "เต็มไปด้วยความหดหู่หม่นหมองตามจริง ตั้งแต่ต้นจนจบ"

ส่วนผลงานนวนิยายเรื่องล่าสุดของคราซนาฮอร์ไค Zsömle odavan ซึ่งเพิ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2024 ได้หวนกลับไปใช้ประเทศฮังการีเป็นฉากในการดำเนินเรื่อง โดยตัวละครเอกคือคุณลุงโยชชี คาดา วัย 91 ปี ผู้มีเชื้อสายกษัตริย์และสามารถจะอ้างสิทธิในการสืบราชบัลลังก์ได้ แต่เขากลับพยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเร้นจากสังคม และทำให้ตัวเองหายไปจากโลกใบนี้

พิธีมอบรางวัลโนเบลในทุกสาขา จะมีขึ้นในวันที่ 10 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากเป็นวันครบรอบมรณกรรมของอัลเฟรด โนเบล นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนผู้ก่อตั้งกองทุนรางวัลโนเบล เมื่อ 130 ปีก่อน

ส่วนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมนั้น มีการมอบรางวัลให้นักเขียนและกวีผู้มีผลงานดีเด่นจากทั่วโลกมาแล้ว 118 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 1901 เป็นต้นมา โดยเมื่อปีที่แล้ว "ฮัน คัง" นักเขียนหญิงชาวเกาหลีใต้เป็นผู้ได้รับรางวัลดังกล่าว จากผลงาน "บทประพันธ์ร้อยแก้วที่เหมือนกับบทกวีอันทรงพลังแรงกล้า ซึ่งเผชิญหน้ากับบาดแผลทางประวัติศาสตร์ และเผยถึงความเปราะบางของชีวิตมนุษย์"