เหตุใดจีนจึงเร่งประหารชีวิต 11 สมาชิกตระกูลมาเฟียฉาวที่เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา

Seven men and a woman, dressed in grey and beige shirts stand in a row in a court, surrounded by security officers in blue shirts with black caps

ที่มาของภาพ, CCTV

คำบรรยายภาพ, สมาชิกหลายสิบคนของตระกูลหมิงถูกพิพากษาเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
    • Author, โจนาธาน เฮด
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไม่มีใครควรแปลกใจที่จีนเร่งประหารชีวิตสมาชิกแก๊งอาชญากรรมจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา 11 คน ซึ่งถูกตัดสินโทษประหารเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

ตามรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชน จีนเป็นประเทศที่ประหารชีวิตผู้ต้องหามากที่สุดในโลก และตัวเลขจริง ๆ ถือเป็นความลับของรัฐ บ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่รัฐมักถูกประหารในข้อหาคอร์รัปชัน แต่ข้อกล่าวหาที่ครอบครัวหมิงถูกกล่าวหานั้นร้ายแรงกว่ามาก

ตระกูลหมิง, ไป๋, เหว่ย, และ หลิว ครอบงำ ครอบงำเมืองชายแดนทุรกันดารอันยากจนชื่อว่า เล้าก์ก่าย ในรัฐฉานมาตั้งแต่ปี 2009

พวกเขาก้าวขึ้นสู่อำนาจหลังจากพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำการรัฐประหารคนปัจจุบันของเมียนมา นำปฏิบัติการทางทหารขับไล่กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) กองกำลังชาติพันธุ์ฝ่ายกบฏที่เคยปกครองเมืองเล้าก์ก่ายและพื้นที่โดยรอบมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980

4 ตระกูลซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ได้เข้ายึดพื้นที่เมืองดังกล่าวไว้ และเริ่มเปลี่ยนจากเศรษฐกิจแบบเดิมที่พึ่งพาการผลิตฝิ่นและเมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า ไปสู่เศรษฐกิจใหม่ที่มีพื้นฐานจากกาสิโน และในที่สุดก็ผันตัวไปสู่การฉ้อโกงออนไลน์

Ming Zhenzhen and Ming Guoping in the custody of Chinese police

ที่มาของภาพ, Chinese Ministry of Public Security

คำบรรยายภาพ, หมิง เจิ้นเจิ้น และ หมิง กัวผิง ในความควบคุมของตำรวจจีน

พวกเขาเคยมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับกองทัพเมียนมา โดยในเดือน ธ.ค. 2021 หลังการยึดอำนาจ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย จัดงานต้อนรับ หลิว เจิ้งเซียง ผู้นำตระกูลหลิว ในกรุงเนปิดอว์และมอบคำนำหน้ากิตติมศักดิ์ให้เขา ยกย่องว่าเป็นผู้มี "คุณูปการพิเศษต่อการพัฒนาประเทศ"

กลุ่มบริษัทฟูลลีไลต์ (Fully Light Group) ของเขามีธุรกิจทำกำไรในหลายพื้นที่ทั่วเมียนมา ขณะที่สมาชิกตระกูลอื่น ๆ ใน 4 ตระกูลนี้ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นพรรคที่กองทัพสนับสนุน

ทว่าศูนย์สแกมเมอร์ออนไลน์ที่พวกเขาดำเนินการในเมืองเล้าก์ก่ายนั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายทารุณ รุนแรงกว่าศูนย์หลอกลวงในพื้นที่อื่น ๆ ของเอเชียอยู่มาก เรียกได้ว่าการทรมานเป็นเรื่องปกติ

พนักงานส่วนใหญ่เป็นชาวจีนจำนวนหลายหมื่นคนซึ่งถูกลวงด้วยข้อเสนอว่าจะได้งานที่มีค่าตอบแทนดี แต่เมื่อมาถึงกลับถูกขังอยู่ในกลุ่มอาคาร

พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานในกระบวนการฉ้อโกงแบบ "เชือดหมู" ซึ่งมีผู้เสียหายเป็นชาวจีนจำนวนมากเช่นกัน โดยมีคำร้องเรียนจากเหยื่อและญาติของผู้ถูกกักขังเพิ่มขึ้นอย่างมากบนสื่อสังคมออนไลน์

ที่ตั้งฐานสแกมเมอร์อันอื้อฉาวที่สุดในเมืองเล้าก์ก่าย คือ วิลล่าเสือหมอบ (Crouching Tiger Villa) ซึ่งดำเนินการโดยตระกูลหมิง

ในเดือน ต.ค. 2023 เกิดเหตุการณ์ที่ชาวจีนพยายามหลบหนีออกมาจากที่นี่เกิดขึ้น และถูก รปภ.ยิงเสียชีวิตหลายคน ทำให้ทางการจีนจำเป็นต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง

ด้วยการสนับสนุนจากจีน กลุ่ม MNDAA และพันธมิตรก็เปิดฉากโจมตีและยึดเมืองเล้าก์ก่ายกลับคืนมา

แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านกองทัพเมียนมาในสงครามกลางเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยทาง MNDAA ให้คำมั่นว่าจะกวาดล้างธุรกิจฉ้อโกงให้ราบคาบ

พวกเขาควบคุมตัวหัวหน้าทั้ง 4 ตระกูล และส่งตัวญาติรวมถึงผู้ร่วมขบวนการกว่า 60 คนให้ตำรวจจีน ขณะที่ทางการระบุว่า หมิง ซือจาง ผู้นำตระกูลหรือ "เจ้าพ่อ" ได้ฆ่าตัวตายหลังถูกจับกุม

A man in a white Adidas T-shirt being escorted by two guards wearing black helmets and protective vests.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เฉอ จื้อเจียง ถูกกล่าวหาว่าสร้างอาณาจักรการพนันผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถูกไทยส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปยังจีนเมื่อปีที่แล้ว

ระหว่างการสอบสวนโดยตำรวจจีน มีรายงานว่าสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลยอมรับว่าเขาฆ่าคนที่ถูกสุ่มเลือกมา เพียงเพื่อแสดงให้เห็นถึง "ความแข็งแกร่ง" ของตนเอง

รายละเอียดเหล่านี้ถูกเผยแพร่โดยทางการจีนเพื่อใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนการดำเนินการอย่างเฉียบขาดต่อทั้ง 4 ตระกูล

ขณะนี้ สมาชิกตระกูลไป๋จำนวน 5 คน กำลังรอการประหารชีวิต ส่วนคดีของตระกูลเหว่ยและตระกูลหลิวยังไม่สิ้นสุด

ทั้ง 4 ตระกูลเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เชื้อสายจีนในเมียนมาและมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับเจ้าหน้าที่ฝั่งจีนในมณฑลยูนนาน

การละเมิดที่เกิดขึ้นใกล้พรมแดนจีนมากเกินไปทำให้รัฐบาลจีนไม่อาจนิ่งเฉย ดังนั้นการกวาดล้างธุรกิจฉ้อโกงในเมืองเล้าก์ก่าย จึงเป็นการดำเนินการที่เด็ดขาดที่สุดครั้งหนึ่งของจีน

จีนยังประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ไทยและกัมพูชาส่งตัวนักธุรกิจชาวจีน 2 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สร้างอาณาจักรสแกมเมอร์ นั่นคือ เฉอ จื้อเจียง ผู้สร้างเมืองสแกมเมอร์ในรัฐกะเหรี่ยงของเมียนมาที่กำลังเผชิญสงคราม

อีกคนหนึ่ง คือ เฉิน จื้อ ผู้สะสมความมั่งคั่งและอิทธิพลผ่านกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ป (Prince Group) ในกัมพูชา

รัฐบาลจีนยังนำตัวชาวจีนหลายหมื่นคนที่ทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ต่าง ๆ กลับมายังประเทศ เพื่อดำเนินคดีเองด้วย

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสแกมเมอร์ได้ปรับตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มันยังคงถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา แม้รัฐบาลกัมพูชากำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาให้ปราบปรามธุรกิจดังกล่าวก็ตาม

ธุรกิจนี้ยังคงเคลื่อนย้ายไปตั้งฐานในพื้นที่ใหม่ ๆ ของเมียนมา แม้เมืองสแกมเมอร์ขนาดใหญ่อย่าง เคเค พาร์ค และ ชเวโก๊กโก่ ซึ่งอยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมา จะถูกบังคับให้ปิดตัวลงแล้วก็ตาม