วงร็อกรัสเซียต้านปูติน "Bi-2" ไปอิสราเอลแล้ว หลังเสี่ยงถูกไทยเนรเทศกลับรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Би-2/B-2
- Author, ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
“ทางการรัสเซียต้องการให้รัฐบาลไทยส่งตัวตัววงร็อก BI-2 กลับไปรัสเซีย... ซึ่งพวกเขาอาจถูกดำเนินคดีและกดขี่ เราต้องไม่ให้มันเกิดขึ้น”
นี่คือสิ่งที่ นางชเวียตลานา ชีคาโนว์สกายา นักการเมืองชาวเบลารุสและนักเคลื่อนไหว โพสต์ในเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์เดิม) เมื่อ 27 ม.ค. 2567
วงร็อก BI-2 มีสมาชิก 7 คน ประกอบด้วยชาวรัสเซียอย่างน้อยสองคนอาจจะถูกส่งกลับไปยังรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่ถือสองสัญชาติ คือ สัญชาติรัสเซียกับอิสราเอล และชาวออสเตรเลีย พวกเขาเป็นวงดนตรีที่มีจุดยืนต่อต้าน “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ของรัสเซียในยูเครน จนถูกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวหาว่า วงร็อก BI-2 “สนับสนุนการก่อการร้าย” เพราะต่อต้านรัสเซียและประกาศสนับสนุนยูเครน
พวกเขาเดินทางมาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองพัทยา และ จ.ภูเก็ต ของไทย ก่อนถูกตำรวจจับกุมเมื่อ 24 ม.ค. ที่ จ.ภูเก็ต ในข้อหาไม่ได้ขอวีซ่าทำงานเพื่อแสดงคอนเสิร์ตอย่างถูกต้อง
นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอทช์ ประจำประเทศไทย บอกกับบีบีซีไทยว่า หากไทยส่งตัวสมาชิกวงร็อก Bi-2 กลับรัสเซีย ไปเผชิญกับ “อันตราย” จะถือเป็น “กรณีแรกในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน" และถือเป็นการละเมิดสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่นายกรัฐมนตรีเคยประกาศไว้ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก เมื่อ ก.ย. 2566
และจะถือเป็นกรณีแรกที่ไทยส่งพลเรือนรัสเซียกลับประเทศ นับแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน ปะทุขึ้น
“คุณเศรษฐาให้สัญญาว่า รัฐบาลใหม่จะเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ไม่ส่งคนกลับไปเผชิญอันตราย นี่จึงเป็นบททดสอบสำคัญมาก” สุณัย ระบุ
ล่าสุด วันที่ 1 ก.พ. เฟซบุ๊คแฟนเพจของทางวงประกาศว่า "สมาชิกวง Bi-2 ทุกคน ได้เดินทางออกจากประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย และมุ่งหน้าไปกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล"
แสดงคอนเสิร์ตมาทั่วโลก แต่มาถูกจับในไทย
ย้อนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แฟนเพจของวง Bi-2 ที่อ้างอิงคำพูดของหัวหน้าวง คือ นายอีกอร์ บอร์ตนิค มิไคโลวิช เล่าว่า พวกเขาจัดคอนเสิร์ตตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติทุกประการ เมื่อปีที่แล้ว ได้เดินสายจัดคอนเสิร์ตกว่า 60 ครั้งในหลายสิบประเทศทั่วโลก รวมถึง 2 ครั้งในไทย
ภายหลังถูกจับกุม สมาชิกทั้งหมดของวงถูกคุมขังในห้องขังของสถานีตำรวจ ก่อนขึ้นศาลพิจารณาคดีในวันต่อมา
“พวกเขาไม่จัดหาล่าม และเราอ่านเนื้อหาในเอกสารคดีไม่ได้เลย” นายอีกอร์ ระบุในเฟซบุ๊กแฟนเพจ ซึ่งเรื่องจบด้วยการจ่ายค่าปรับ และยังไม่ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมใด ๆ ก่อนถูกส่งมาควบคุมตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงเทพมหานครเพื่อรอส่งตัวกลับประเทศ

ที่มาของภาพ, Би-2/B-2
แต่ทางวงดนตรี เชื่อว่า “มีแรงกดดันภายนอกจากรัสเซียที่ทำให้พวกเราถูกควบคุมตัว เรารู้ว่าแรงกดดันนี้ เป็นการตอบโต้ความคิดสร้างสรรค์ ทัศนคติ และจุดยืนของเรา” แถลงการณ์ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของวง Bi-2 ระบุ
ย้อนไปเมื่อกลางปี 2565 สมาชิกรัฐสภารัสเซียกล่าวหาวงร็อก Bi-2 ว่า “บั่นทอนความน่าเชื่อถือของกองทัพรัสเซีย” และเรียกร้องให้หน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐ เปิดการสืบสวนทางอาญาต่อ “จุดยืนต่อรัสเซีย” ของวงดนตรีวงนี้
ต่อมาในเดือน พ.ค. 2566 กระทรวงยุติธรรมรัสเซียขึ้นบัญชี นายอีกอร์ บอร์ตนิค หรือ “ลีวา” หัวหน้าวงว่าเป็น “ตัวแทนต่างชาติ” ฐานต่อต้านปฏิบัติการทางทหารพิเศษของรัสเซียในยูเครน
สื่อต่างประเทศ รวมถึงบีบีซี และสื่อมวลชนไทยบางสำนักรายงานถึงกรณีที่เกิดขึ้น จนเกิดกระแสเรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัวสมาชิกวงดนตรี และเรียกร้องไม่ให้ส่งตัวพวกเขาไปเผชิญอันตรายในรัสเซีย
“ทางการไทยควรปล่อยตัวสมาชิกวง Bi-2 ที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดในทันที” น.ส.อีเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวในแถลงการณ์
“พวกเขาไม่ควรถูกส่งตัวไปรัสเซีย ที่พวกเขาจะเสี่ยงถูกจับกุม หรือสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น เพียงเพราะพวกเขาวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และสงครามของรัสเซียในยูเครน”
ไทย (ไม่ใช่) แดนสวรรค์ของนักเคลื่อนไหว
ประเทศไทยมีประวัติการส่งตัวนักเคลื่อนไหวและชาวต่างชาติ กลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งพวกเขาจะเผชิญการประหัตประหารและดำเนินคดี ฐานเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาล
ส่วนใหญ่จะเป็นพลเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน คือ สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม ที่ 101 Public Policy Think Tank เรียกว่า “พันธมิตรเผด็จการอาเซียน” ที่สนับสนุน ร่วมมือ และปราบปรามผู้ลี้ภัยทางการเมือง ในรูปแบบของ “ความร่วมมือระหว่างประเทศ”
“ยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นเคสประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว” สุณัย ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย กล่าว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ถือเป็นการละเมิด "อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่น ๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี" ที่ไทยเข้าเป็นภาคี ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2550
“รัฐภาคีต้องไม่ขับไล่ ส่งกลับ (ผลักดันกลับออกไป) หรือส่งบุคคลเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอีกรัฐหนึ่ง เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะตกอยู่ภายใต้อันตรายที่จะถูกทรมาน” อนุสัญญา ระบุ
แต่ นายสุณัย ชี้ว่า นับแต่รัฐประหาร 2557 เป็นต้นมา กรณีการอุ้มหาย การสูญหาย และส่งตัวกลับประเทศต้นทางไปเผชิญอันตราย ยังคงเกิดขึ้น ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว

ที่มาของภาพ, Sunai Pasuk
บีบีซีไทย รวบรวมกรณีการส่งตัวนักเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างชาติที่สำคัญ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในไทย ดังนี้
- ก.ค. 2558 – รัฐบาลไทยส่งตัวชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมอุยกูร์ 109 คนที่หลบหนีเข้ามาประเทศไทย กลับประเทศจีน ตามคำร้องขอของรัฐบาลจีน
- ก.พ. 2562 - นายเจือง ซุย เญิ๊ต - สื่อมวลชนอิสระชาวเวียดนามและผู้จัดรายการของสำนักข่าวเรดิโอ ฟรี เอเชีย ผู้เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเสรีภาพสื่อในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง และเคยถูกตัดสินจำคุก 2 ปี เขาเดินทางมายื่นคำขอลี้ภัยกับ UNHCR ที่กรุงเทพฯ แต่กลับถูกจับกุมโดยบุคคลนิรนามและถูกส่งกลับเวียดนาม ปัจจุบัน นายเญิ๊ตถูกตัดสินจำคุก 10 ปีในข้อหาโฆษณาชวนเชื่อเพื่อต่อต้านรัฐ
- พ.ย. 2564 - นายเวือน เวียสนา, นายเวือง สมนาง และนายฐาวรี ลันห์ นักกิจกรรมทางการเมืองและเป็นสมาชิกพรรค Cambodia National Rescue Party พรรคฝ่ายค้านที่กำลังได้รับความนิยมจากประชาชนกัมพูชา ซึ่งภายหลังถูกศาลตัดสินยุบพรรคในปี 2560 พวกเขาลี้ภัยมาที่ประเทศไทย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับกุม และส่งกลับกัมพูชา ปัจจุบัน ผู้ลี้ภัยทั้งสามยังคงถูกควบคุมตัวที่เรือนจำในกรุงพนมเปญ
นี่ยังไม่นับรวม “อีกแบบที่อยู่ ๆ หายตัวไปเลย จู่ ๆ ก็หายตัวจากไทยไปเลย ซึ่งเกิดขึ้นในยุค พล.อ.ประยุทธ” ทั้งที่ นับแต่ ม.ค. 2563 มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การคัดกรองคนต่างด้าวที่เข้ามาในไทยและไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ ที่ระบุถึงคนต่างด้าวที่คัดกรองแล้วและได้สถานะ “ผู้ได้รับความคุ้มครอง” คือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะได้รับอันตรายจากการถูกประหัตประหาร
ครั้งแรกในรัฐบาลเศรษฐา ?
นายสุณัย ชี้ว่าในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเศรษฐา “ถ้าเทียบกันแล้ว ถือว่าดีกว่าประยุทธ”
และนับแต่ขึ้นสู่อำนาจ ก็ยังไม่มีกรณีผู้ลี้ภัยหรือชาวต่างชาติถูกส่งกลับไปเผชิญอันตรายและการประหัตประหาร แม้ช่วงปลายปี 2566 จะเกิดกรณีที่องค์กรสิทธิมนุษยชนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างหนัก เพราะตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและสันติบาล ได้บุกจับนักกิจกรรมทางการเมืองชาวกัมพูชาและเวียดนาม 10 คน ระหว่างการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนในย่านรังสิต ในจำนวนนี้ 8 คน เป็นผู้ลี้ภัยที่สำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR รับรอง
แต่ท้ายสุด “ทางการไทยส่งตัวพวกเขาไปยังประเทศที่ 3 ไปที่แคนาดา” นายสุณัย เปิดเผย ดังนั้น หากรัฐบาลไทยส่งตัวสมาชิกวงร็อก Bi-2 ไปรัสเซีย จะถือเป็น “กรณีแรกในรัฐบาลเศรษฐา”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
บีบีซีไทยถามนายสุณัยว่า กรณีวงร็อก Bi-2 รัฐบาลไทยควรระมัดระวังแค่ไหน
“ทางออกที่ดีที่สุดต่อประเทศไทย คือ ให้พวกเขาเดินทางต่อไปประเทศที่ปลอดภัย เพราะหลายคนก็ถือพาสปอร์ตที่ไม่ใช่รัสเซีย ยังมีทางเลือกไป ยังไงก็อยู่ไทยไม่ได้” หรือ “ส่งไปประเทศที่ 3 ที่ไม่ใช่รัสเซีย”
แต่หากไทยส่งตัวสมาชิกวงร็อกนี้ไปรัสเซียตามคำร้องขอของรัฐบาลรัสเซีย “ไทยจะถูกประณามจากประชาคมโลก จากองค์กรสิทธิมนุษยชน และสวนทางเป้าหมายด้านการต่างประเทศ ที่ไทยอยากยกระดับในเวทีโลก ทั้งกรอบการค้าเสรี และการเข้าสู่ที่นั่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทยวิเคราะห์
ท้ายสุด “ถ้าไม่เป็นข่าวก็คงไม่รอด” นายสุณัย ทิ้งท้าย











