เรารู้อะไรแล้วบ้าง เกี่ยวกับกรณีอิสราเอลโจมตีไซต์นิวเคลียร์ของอิหร่านระลอกล่าสุด

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ลานา แลม และ เคลลี อึง
- Role, บีบีซีนิวส์
อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทั่วอิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยบอกว่าพวกเขามุ่งเป้าไปที่ "หัวใจ" โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะมีการโจมตีเพื่อตอบโต้กลับ "ในอนาคตอันใกล้" อิสราเอลจึงประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินแล้ว
สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ฮอสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Islamic Revolution Guard Corps – IRGC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแขนขาอำนาจกองทัพของอิหร่าน ถูกคร่าชีวิตจากเหตุโจมตีครั้งนี้ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์หลายคน
ทางสหรัฐอเมริกากล่าวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุโจมตีครั้งนี้ ซึ่งมุ่งเป้าไปยังโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์หลักของอิหร่าน
เหตุโจมตีเกิดขึ้นเมื่อใดและที่ไหนบ้าง
มีรายงานเหตุระเบิดในกรุงเตหะรานซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิหร่านในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)
สื่อของรัฐบาลอิหร่านบอกว่าย่านที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากการระเบิด รวมถึงได้ยินเสียงระเบิดทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะรานด้วย แต่บีบีซียังไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลนี้ได้อย่างอิสระ
ในห้วงเวลาเดียวกัน ประชาชนในอิสราเอลถูกปลุกด้วยเสียงไซเรนการโจมตีทางอากาศ และได้รับการแจ้งเตือนฉุกเฉินทางโทรศัพท์
ไม่กี่ชั่วโมงหลังการโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้น สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดที่โรงงานนิวเคลียร์นาทันซ์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางตอนใต้ราว 225 กิโลเมตร

ที่มาของภาพ, Reuters
ใครคือ ฮอสเซน ซาลามี ที่ถูกคร่าชีวิตจากเหตุโจมตีของอิสราเอล ?
ฮอสเซน ซาลามี วัย 65 ปี เป็นที่รู้จักจากท่าทีที่แข็งกร้าวที่เขามีต่อศัตรูของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยเมื่อเดือนที่แล้ว เขาได้เตือนว่ารัฐบาลอิหร่านจะ "เปิดประตูนรก" หากถูกโจมตีโดยสองประเทศนี้
อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวงกว้าง โดยกล่าวว่ามุ่งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์ โรงงานสร้างขีปนาวุธ และเหล่าผู้บัญชาการทหารของอิหร่าน แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเตือนประเทศพันธมิตรของตนแล้วว่าไม่ควรขัดขวางการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้น
การโจมตีของอิสราเอลครั้งนี้ยังได้สังหาร โมฮัมหมัด บาเกรี หัวหน้าเสนาธิการกองทัพอิหร่าน และ โกลามารี ราชิด รองผู้บัญชาการกองทัพอิหร่านด้วย
เพียงหนึ่งวันก่อนหน้าเหตุโจมตี ซาลามีกล่าวว่าอิหร่าน "พร้อมอย่างเต็มที่สำหรับทุกฉากทัศน์ ทุกสถานการณ์ และทุกสภาวการณ์"
"ศัตรูคิดว่าสามารถต่อสู้กับอิหร่านได้เหมือนกับที่สู้กับชาวปาเลสไตน์ที่ไร้ที่พึ่งภายใต้การปิดล้อมของอิสราเอล" เขากล่าว "แต่เราผ่านการทดสอบทางสงครามและมีประสบการณ์มาแล้ว"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ซาลามีเข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ ซึ่งเป็นสาขาอันทรงพลังของกองทัพอิหร่านในปี 1980 ระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรัก และขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการในปี 2009 จากนั้นจึงได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการในอีกสิบปีต่อมา
ตั้งแต่ทศวรรษ 2000 เขาถูกคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการนิวเคลียร์และการทหารของอิหร่าน
ซาลามีเคยอวดความสามารถทางทหารของอิหร่าน โดยประกาศว่าประเทศ "กำลังใกล้เป็นมหาอำนาจของโลก"
เขาไม่เคยลดละหากมีโอกาสสร้างความขัดแย้งกับอิสราเอลและสหรัฐฯ เช่น หลังอิสราเอลโจมตีชาวอิหร่านในซีเรียที่ตกเป็นเป้าหมายเมื่อปี 2019 ซาลามีให้คำมั่นว่า "จะกวาดล้างระบอบไซออนิสต์" ออกจากแผนที่ทางการเมือง
นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุโจมตีสถานทูตอิหร่านในซีเรียเมื่อเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งคร่าชีวิตสมาชิกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ 7 คน ซึ่งในนี้มีนายพล 2 คน ซาลามีก็ออกคำเตือนที่คล้ายกันว่า "ผู้กล้าหาญของเราจะลงโทษระบอบไซออนิสต์"
ทั้งนี้ ซาลามีและเจ้าหน้าที่อาวุโสคนอื่น ๆ ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเป็นประจำ
อิหร่านและอิสราเอลเป็นพันธมิตรกันจนกระทั่งอิหร่านเกิดการปฏิวัติในปี 1979 ซึ่งนำมาสู่ระบอบการปกครองที่นำแนวคิดต่อต้านอิสราเอลมาเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของอุดมการณ์
ระบอบการปกครองของอิหร่านในปัจจุบันไม่ยอมรับสิทธิในการดำรงอยู่ของอิสราเอล โดย อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เรียกอิสราเอลว่า "เนื้องอกมะเร็ง" ที่ "จะถูกถอนรากถอนโคนและถูกทำลายอย่างไม่ต้องสงสัย"
ด้านอิสราเอลกล่าวว่าวาทกรรมของรัฐบาลเตหะรานทำให้อิหร่านกลายเป็นภัยคุกคามความอยู่รอดของอิสราเอล โดยทางอิสราเอลและพันธมิตรยังวิพากษ์การเพิ่มกองกำลังตัวแทนของอิหร่านในภูมิภาค ซึ่งหมายถึงกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่สาบานว่าจะทำลายล้างอิสราเอล
อิสราเอลว่าอย่างไรบ้าง ?
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่าการโจมตีครั้งนี้เรียกว่าปฏิบัติการไรซิง ไลออน (Raising Lion – อาจแปลเป็นไทยได้ว่าการลุกฮือของสิงโต) ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหาร "ที่มีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามจากอิหร่านที่มีผลต่อความอยู่รอดของอิสราเอล"
เขากล่าวว่าปฏิบัติการนี้จะ "ดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายวันจนกว่าจะจัดการการแพร่กระจายได้"
"ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อิหร่านได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะเหล่านี้ไปใช้เป็นอาวุธ"
"หากไม่หยุดยั้งเสียแต่ตอนนี้ อิหร่านอาจสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ในเวลาอันสั้น มันอาจกินเวลาหนึ่งปีหรือเกิดขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน หรือน้อยกว่าหนึ่งปี ซึ่งชัดเจนแล้วว่ามันเป็นอันตรายต่อการอยู่รอดของอิสราเอล"
ในการกล่าวสุนทรพจน์ของเขา เนทันยาฮูยังกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ "เผชิญหน้ากับโครงการนิวเคลียร์ของอิสราเอล" ด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลบอกกับบีบีซีว่า อิหร่านมีวัตถุนิวเคลียร์เพียงพอสำหรับการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ "ภายในเวลาไม่กี่วัน"

ที่มาของภาพ, Reuters
อิหร่านว่าอย่างไรบ้าง ?
โฆษกกองทัพอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลจะต้อง "จ่ายด้วยราคาที่หนักหนาสาหัส" สำหรับเหตุโจมตีครั้งนี้ จากการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์
"กองทัพอิหร่านจะตอบโต้การโจมตีของไซออนิสต์ครั้งนี้อย่างแน่นอน" อะโบลฟาซ์ล เชร์คาร์ชี โฆษกกองทัพอิหร่าน กล่าว
สหรัฐฯ ว่าอย่างไรบ้าง ?
มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐอเมริกาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการโจมตีครั้งนี้ และไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใด ๆ
เขากล่าวว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับสหรัฐฯ คือการปกป้องกองกำลังของชาวอเมริกันในภูมิภาคดังกล่า ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้แสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเหตุโจมตีครั้งนี้
ด้าน รมว.ต่างประเทศของออสเตรเลีย กล่าวว่าพวกเขา "รู้สึกตกใจกับการยกระดับ" และการโจมตีดังกล่าวเสี่ยงต่อการ "ทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคที่ผันผวนอยู่แล้ว"
โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านคืออะไร ?
อิหร่านยืนยันมานานแล้วว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนมีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านพลเรือนเท่านั้น โดยมีโรงงานหลายแห่งในประเทศ ซึ่งพบว่าบางแห่งตกเป็นเป้าโจมตีของอิสราเอล
แต่หลายประเทศ รวมถึงหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ระดับโลก เช่น สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ไม่เชื่อว่าโครงการของอิหร่านมีวัตถุประสงค์ด้านพลเรือนเพียงอย่างเดียว
สัปดาห์นี้ คณะกรรมการที่กำกับดูแลเรื่องนี้ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่าอิหร่านละเมิดพันธกรณีการไม่ไม่ขยายโครงการอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยอ้างถึง "ความล้มเหลวมากมาย" ของอิหร่านในการให้คำตอบเกี่ยวกับวัตถุนิวเคลียร์ที่ไม่ได้สำแดง รวมถึงคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน
รายงานก่อนหน้านี้ของ IAEA กล่าวว่าอิหร่านได้เสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้มีความบริสุทธิ์ 60% ซึ่งเพียงพอที่จะผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ 9 ลูก












