เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ด้วยพิสัยยิงได้ไกลถึงเป้าหมายในสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, EPA
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ระบุว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ไอซีบีเอ็ม ด้วยพิสัยยิงได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ
ขีปนาวุธลูกนี้ ตกลงทะเล ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ห่างจากชายฝั่งฮอกไกโดราว 210 กิโลเมตร
วานนี้ (17 พ.ย.) รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือเตือนว่า เกาหลีเหนือจะดำเนินมาตรการ "ที่แข็งกร้าวมากขึ้น" เพื่อตอบโต้การซ้อมรบระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้
คำเตือนของเกาหลีเหนือเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดียุน ซ็อกยอล ของเกาหลีใต้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น ร่วมหารือกันในกัมพูชา โดยไบเดน ระบุว่า พันธมิตรทั้งสามชาติกระชับความสัมพันธ์กันเพื่อตอบโต้ "การยั่วยุของเกาหลีเหนือ"
ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธแล้วมากกว่า 50 ลูก ส่วนใหญ่เป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ ส่วนการยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ถือว่าไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ เพราะมีพิสัยยิงได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ และบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้
การยิงขีปนาวุธข้ามทวีปของเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นเวลา 9.15 น. ตามเวลาในไทย จากฐานยิงใกล้กรุงเปียงยาง โดยขีปนาวุธพุ่งขึ้นสูง 6,100 กิโลเมตร และเดินทางไกลเกือบ 1,000 กิโลเมตร ด้วยความเร็วถึงมัค 22
"ตามการคำนวนวิถียิง พบว่า ขีปนาวุธมีพิสัยยิงไกล 15,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของหัวรบ นั่นหมายความว่า ยิงเป้าหมายในแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ ได้" รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ระบุ

ที่มาของภาพ, Reuters
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลอย่งาน้อย 1 ลูก และขีปนาวุธพิสัยใกล้อีก 2 ลูก ถือเป็นการระดมทดสอบยิงขีปนาวุธต่อเนื่อง หลังก่อนหน้านั้น 1 วัน เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธมากกว่า 10 ลูก และตกใกล้ชายฝั่งเกาหลีใต้เพียง 56 กิโลเมตร
การทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้ของเกาหลีเหนือ ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องประกาศอพยพประชาชนฉุกเฉิน ในพื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น
ขีปนาวุธลูกหนึ่งของเกาหลีเหนือดูเหมือนจะพุ่งผ่านญี่ปุ่น แต่รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นออกมายืนยันในภายหลังว่า ขีปนาวุธไม่ได้ผ่านน่านฟ้าของญี่ปุ่นแต่อย่างใด
เมื่อเดือนที่แล้ว (ต.ค. 2022) เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธพาดผ่านญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
การทดสอบยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ มีขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้กำลังซ้อมรบครั้งใหญ่ทางอากาศ ซึ่งเกาหลีเหนือต่อต้าน โดยมองว่า เป็นการยั่วยุอย่างรุนแรง

ที่มาของภาพ, Reuters
เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ยิงขีปนาวุธโต้ตอบ
วันที่ 2 พ.ย. เมื่อเวลา 9:00 ตามเวลาท้องถิ่น เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 10 ลูก ข้ามเส้นแบ่งเขตระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เข้าไปยังน่านน้ำใกล้ชายฝั่งเกาหลีใต้
ขีปนาวุธอย่างน้อย 1 ลูกของเกาหลีเหนือ ตกลงใต้เส้นแบ่งเขตแดนทางของฝั่งเกาหลีใต้เพียง 26 กิโลเมตร และตกลงห่างจากเมืองซกโช ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ เพียง 56 กิโลเมตร
การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ส่งผลให้ทางการบนเกาะอุลลึงโด ทางตะวันออกของเกาหลีใต้ ต้องเปิดสัญญาณเตือนภัยให้ประชาชนอพยพเข้าไปยังหลุมหลบภัย เพราะขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ มีลักษณะการยิงพุ่งไปยังเกาะอุลลึงโดอย่างมีนัยสำคัญ โดยลูกหนึ่งตกห่างจากเกาะ 167 กิโลเมตร
เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ต่างตรวจจับการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือได้ พร้อมออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง

ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ยอล ของเกาหลีใต้ ระบุว่า การยิงขีปนาวุธครั้งนี้ของเกาหลีเหนือถือเป็น “การรุกรานอาณาเขตอย่างเห็นได้ชัด” แม้ว่าขีปนาวุธจะตกนอกน่านน้ำอาณาเขตของเกาหลีใต้ก็ตาม โดยผู้นำเกาหลีใต้ยังประกาศจะตอบโต้อย่างรวดเร็วและแข็งกร้าว
ภายหลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เกาหลีใต้ได้ยิงขีปนาวุธแบบอากาศสู่พื้นดิน 3 ลูก ข้ามเส้นแนวจำกัดตอนเหนือ โดยขีปนาวุธตกลงไปยังอีกฝั่งของแนวจำกัดตอนเหนือ ใกล้กับชายฝั่งเกาหลีเหนือ
ภายใต้กฎหมายสากล ประเทศต่าง ๆ สามารถอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำในอาณาเขต 12 ไมล์ทะเลนอกชายฝั่งได้ แต่ครั้งนี้ ถือว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธตกลงใกล้ชายฝั่งเกาหลีใต้มากที่สุด และทั้งปีนี้ เกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธมาแล้วกว่า 50 ลูก และมีครั้งหนึ่งเป็นการยิงขีปนาวุธพาดผ่านน่านฟ้าทางตอนเหนือของญี่ปุ่นด้วย
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. เกาหลีเหนือเตือนว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯ จะต้องชดใช้อย่างสาสม หากยังเดินหน้าซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ ซึ่งมีเป้าประสงค์เพื่อรับมือการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ
รัฐบาลสหรัฐฯ และเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า เกาหลีใต้ใกล้จะกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังหยุดทดสอบมานาน 5 ปี โดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ระบุว่า ตอนนี้ เกาหลีเหนือเตรียมความพร้อมทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters
การยิงขีปนาวุธโต้ตอบกันไปมา แม้จะตกลงนอกน่านน้ำอาณาเขตของทั้งสองประเทศ เกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีใต้กำลังไว้อาลัยทั่วประเทศ ต่อโศกนาฏกรรมเบียดเสียดกันเสียชีวิตในย่านอิแทวอน เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 158 คน
คิม จอง-อึนกำลังทำอะไรอยู่
มีเหตุผลสามประการที่เกาหลีเหนือจะยิงขีปนาวุธ นั่นคือ หนึ่ง เพื่อทดสอบและปรับปรุงเทคโนโลยีอาวุธของตน สอง เพื่อส่งข้อความทางการเมืองไปทั่วโลก (โดยหลักคือสหรัฐฯ) และสาม เพื่อสร้างความประทับใจให้ประชากรเกาหลีเหนือและสนับสนุนความจงรักภักดีต่อระบอบการปกครอง
อาจเป็นเรื่องยากที่จะถอดรหัสว่าการกระทำต่าง ๆ ของเปียงยางนั้นมีเป้าหมายอะไรกันแน่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในคราวนี้ นายคิมแสดงความประสงค์ที่ชัดเจน
สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานหลายครั้งว่า การยิงขีปนาวุธและการซ้อมรบระลอกครั้งล่าสุดเป็นการตอบโต้การซ้อมรบใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เกาหลีเหนือตำหนิศัตรูที่เพิ่มความตึงเครียด และการปล่อยขีปนาวุธเหล่านี้ ถือเป็นคำเตือนที่ชัดเจนว่าพวกเขาควรหยุดสหรัฐฯ
เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จัดซ้อมรบขนาดใหญ่ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ที่มีทั้งแบบแยกกันและร่วมกัน เพื่อแสดงความพร้อมรับมือการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือไม่ต้องสงสัยเลยว่า การกระทำของมหาอำนาจเหล่านี้ ยิ่งสร้างความโกรธเคืองให้คิม จอง-อึน ที่มองว่าการซ้อมรบลักษณะนี้ เป็นการซ้อมรบเพื่อเตรียมรุกรานเกาหลีเหนือ และเหตุผลที่เกาหลีเหนือต้องพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก็เพื่อป้องกันการรุกรานนั่นเอง
อีกเหตุผลที่ยังไม่ชัดเจนนัก ถึงการเพิ่มความตึงเครียดในครั้งนี้ของผู้นำเกาหลีเหนือ คือ บางคนเชื่อว่าเขาอาจกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบที่ทวีความยั่วยุมากขึ้น อาทิ การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกในรอบ 5 ปี หรือการบุกโจมตีเกาหลีใต้ในขนาดย่อม
ปีที่แล้ว คิม จอง-อึน ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีต่อจากนี้ ลงรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธใหม่ทั้งหมดที่เขาวางแผนจะพัฒนา รวมถึงระเบิดนิวเคลียร์ในสนามรบที่มีขนาดเล็กลง จากนั้นเขาก็สัญญาว่าจะเดินหน้าโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศด้วย "ความเร็วสูงสุด" และการทดสอบล่าสุดเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเขากำลังดำเนินการตามสิ่งที่ต้องการทำ











