ในหลวงพระราชทานกำลังใจ ครม.แพทองธาร ให้ทำงานอย่างเต็มที่

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
ในหลวงพระราชทานพรคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ให้มีกำลังใจ มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์
เวลา 18.15 น. วันที่ 6 ก.ย. 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่นายกรัฐมนตรี และ ครม. เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ว่า
“รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสพบท่านนายกฯ และคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ขอให้พรด้วยความยินดี ให้คณะรัฐมนตรีมีกำลังใจ มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ถวายสัตย์ไปแล้ว เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งข้าพเจ้าก็มั่นใจว่าจะปฏิบัติได้อย่างดี ขอเป็นกำลังใจให้ในโอกาสนี้และตลอดไป”
จากนั้น น.ส.แพทองธาร และ ครม. ได้ถวายความเคารพและนั่งลงกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวก่อนเข้าเฝ้าฯ ถ่ายภาพร่วมกัน โดยถือเป็นการเข้าทำเนียบครั้งแรกของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ด้วย
ในการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ มีรัฐมนตรีใน ครม. 2 คน ได้แก่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ สองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้วมีผลออกมาว่าติดเชื้อโควิด โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทั้งนายทรงศักดิ์ และ น.ส.ซาบีดา เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณได้ โดยสวมใส่หน้ากากอนามัยระหว่างเข้าเฝ้าฯ

ที่มาของภาพ, thai news pix
ภูมิธรรม เผยในหลวงพระราชทานกำลังใจให้ทำงานอย่างเต็มที่
ต่อมาเมื่อเวลา 18.40 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ครม. ได้เดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยได้เข้าไปตึกสันติไมตรี หลังนอก และถ่ายรูปเซลฟี่กับรัฐมนตรีอย่างชื่นมื่น
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปิดเผยหลังการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้พรเป็นสิริมงคล นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างมาก และทรงพระราชทานกำลังใจให้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยนายภูมิธรรมเผยด้วยว่า รู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่พระองค์ท่านได้ตรัส
รัฐมนตรีหลายคนใน ครม. ยังให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ถึงแนวทางการบริหารราชการในกระทรวง ดังนี้
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เดินทางออกมาจากตึกสันติไมตรี พร้อม น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย หลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณฯ และกล่าวถึงการแบ่งงานรัฐมนตรีใหม่ว่า ขอให้รอแถลงนโยบายรัฐบาลให้เรียบร้อยก่อน
นายอนุทินยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่อการมีรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ หญิงถึงสองคนด้วยว่า น่าจะทำให้การทำงาน "ซอฟต์ ๆ" เหมือนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของนายกรัฐมนตรี

ที่มาของภาพ, thai news pix
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงนโยบายที่จะขับเคลื่อนหลังจากนี้ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขว่า จะผลักดันการป้องกันและควบคุมกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDs เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน เนื่องจากกลุ่มโรคเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายในการรักษามากมายมหาศาล โดยจะผลักดันให้เป็นนโยบาย "ธง" ของรัฐบาล
ส่วนนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่าจะเร่งรัดการทำงานในหลายเรื่องที่เป็นปัญหากระทบกับประชาชน โดยเรื่องแรกคือการแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ตลอดจนเร่งเจรจาความตกลงเขตเสรีการค้ากับต่างประเทศ (FTA) ให้มีการลงทุนเข้ามาในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าส่งออกใหม่ที่มีมูลค่าสูง

ที่มาของภาพ, Thai news Pix
7 รมต. ป้ายแดง 23 รมต. เก่ายุค “เศรษฐา” และข้อครหา “ครม.ครอบครัว”
สำหรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) “แพทองธาร 1” มีจำนวนทั้งสิ้น 35 คน รวม 41 ตำแหน่ง (ไม่นับรวมนายกฯ) ประกอบด้วย รัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค และ 1 กลุ่มการเมือง
เมื่อจำแนกตาม "พื้นหลังทางการเมือง" จะพบว่า มี 7 คน เป็น "รัฐมนตรีป้ายแดง" หรือเพิ่งมีโอกาสสัมผัสเก้าอี้เสนาบดีเป็นครั้งแรกในชีวิต ประกอบด้วย นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรค พท. เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส. กทม. พรรค พท. เป็น รมช.มหาดไทย, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ บุตรสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.มหาดไทย ไม่เคยสัมผัสการเมืองมาก่อน เป็น รมช.มหาดไทย แทนบิดา ในโควต้าพรรค ภท., นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค รทสช. เป็น รมว.อุตสาหกรรม, พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ เป็น รมช.กลาโหม โควต้าพรรค รทสช., นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และเลขาธิการพรรค ปชป. เป็น รมช.สาธารณสุข และนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ โควต้ากลุ่มธรรมนัส

ที่มาของภาพ, thai news pix
ขณะที่อีก 23 คน เคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล “เศรษฐา” มาก่อน ประกอบด้วย รัฐมนตรีจากพรรค พท. 12 คน โดย 11 คนนั่งเก้าอี้ตัวเดิม ยกเว้นรองนายกฯ ภูมิธรรมที่ย้ายไปควบกระทรวงกลาโหม จากเดิมควบกระทรวงพาณิชย์, พรรค ภท. มี 7 รัฐมนตรีหน้าเดิมและไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งใด ๆ, พรรค รทสช. 2 รัฐมนตรีหน้าเก่าได้หวนกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเก่า เช่นเดียวกับพรรค ชทพ. และพรรค ปช. ที่ส่งหัวหน้าพรรคยึดครองเก้าอี้ตัวเดิม
ครม.ชุดนี้ ยังถูกวิจารณ์ว่า เป็น “ครม.ครอบครัว” จากการตรวจคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีที่เข้มข้นในประเด็นจริยธรรม อันเป็นผลพวงจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ทำให้เจ้าของเก้าอี้รัฐมนตรี "ตัวจริง" ส่ง "ตัวแทน" ซึ่งเป็นคนร่วมสายเลือด เข้าครอบครองเก้าอี้รัฐมนตรีแทนในอย่างน้อย 3 กรณี ได้แก่
- นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พรรค ภท. ชิงถอนชื่อตัวเอง แล้วเสนอให้ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ บุตรสาว มาดำรงตำแหน่งแทน แม้นายชาดาเคยถูกค้นรถ จับกุม แต่ก็ไม่เคยต้องคำพิพากษาคดีใด แต่เขายอมรับว่าเคยเป็น “ผู้มีอิทธิพล” และถูกทางการขึ้นบัญชีเอาไว้
- ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ พรรค พปชร. ตัดสินใจส่งน้องชายคือ นายอัครา พรหมเผ่า เข้าไปนั่งเป็น รมช.เกษตรฯ แทน และดันนักการเมืองคนสนิทอย่าง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ขึ้นเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อป้องกันปัญหาขัดมาตรฐานจริยธรรม กรณีผู้กองธรรมนัสเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกคดียาเสพติดในประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2537
- นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ พรรค พปชร. ให้บิดาคือ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร ซึ่งเคยเป็น รมช. เมื่อ 30 ปีก่อน มารับหน้าที่ รมช.เกษตรฯ แทนตัวเอง เพื่อป้องกันปัญหาชื่อรัฐมนตรีไม่เป็นไปตามมติพรรค พปชร. ซึ่งถูกพรรค พท. ขับพ้นรัฐบาล











