หมอเหรียญทองเผยทนายแนะฟ้องสื่อออสเตรเลียเรียกค่าเสียหายหมิ่นประมาท

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พล.ต. นพ. เหรียญทอง แน่นหนา ประธานองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน เผยว่าเพื่อนทนายความชาวออสเตรเลียแนะนำให้ฟ้องเรียกค่าเสียหายคดีหมิ่นประมาทต่อผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลียหลังออกรายงานเรื่องความพยายามของนักกิจกรรมการเมืองที่เรียกร้องรัฐบาลออสเตรเลียสกัดแผนการไปใช้ชีวิตเกษียณในเมืองเพิร์ทโดยไม่ออกวีซ่าให้
พล.ต. นพ. เหรียญทอง ประกาศเรื่องนี้ทางเพจเฟซบุ๊กของเขาเมื่อ 15.30 น. ของ 5 ธ.ค. หลัง คริส บาร์เร็ตต์ ผู้สื่อข่าวที่ดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเดอะซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ หรือ SMP และ ดิเอจ (The Age) หนังสือพิมพ์ในเครือ เผยแพร่รายงานที่พาดหัวข่าวว่า "A ruthless Thai vigilante wants to retire in Australia. Victims who fled here say he must be stopped" ตั้งแต่ช่วง ตี 5 ของ 5 ธ.ค. ทางเว็บไซต์ SMP ตามเวลาในออสเตรเลีย
บทความนี้มีพาดหัวข่าวซึ่งอาจแปลเป็นไทยได้ว่า "ผู้นิยมระบบศาลเตี้ยที่โหดเหี้ยมต้องการมาใช้ชีวิตวัยเกษียณในออสเตรเลีย แต่บรรดาเหยื่อของเขาที่หนีมาที่นี่บอกว่า ความพยายามของชายผู้นี้ต้องถูกสกัด"
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มงกุฎวัฒนะ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าบทความนี้ "หมิ่นประมาทให้ร้ายใส่ความเท็จ"
"เพื่อนทนายความชาวออสเตรเลียน...ให้คำแนะนำว่าให้ผมประเมินความเสียหายเป็นตัวเงินจากค่าแรงเป็นชั่วโมงซึ่งประมาณแล้วผมเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มงกุฎวัฒนะ มีอัตรา 200 ออสเตรเลียนดอลล่าร์ต่อชั่วโมง นับจากวันเวลาที่บทความนี้ถูกตีพิ่มพ์ เมื่อเวลา 05.00 AM ของวันที่ 5 ธ.ค.65 จนกว่าบทความนี้จะถูกถอดถอนอย่างเป็นทางการตามกฎหมายจากบทความข่าวหมิ่นประมาทให้ร้ายดังกล่าว"
พล.ต. นพ. เหรียญทอง ระบุด้วยว่า ทนายความฝ่ายไทยแนะนำให้ดำเนินคดีอาญาต่อศาลไทย "ต่อผู้กระทำความผิดฎ ทั้งนายคริส บาร์เร็ตต์ และคนไทยอีก 3 คน ที่ถูกอ้างถึงในบทความ
บทความนี้ว่าอย่างไร
เนื้อหาของบทความนี้นำเสนอบทสัมภาษณผู้ลี้ภัยไทย 2 คนในออสเตรเลียที่บอกว่าเป็น "เหยื่อ" จากการจากการกระทำของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง และเครือข่าย รวมทั้งรายงานถึงการรณรงค์ของ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ รองศาสตราจารย์แห่งศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ลี้ภัยทางการเมือง ที่เรียกร้องให้รัฐบาลออสเตรเลียปฏิเสธคำขอเข้าเมืองของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง
รายงานข่าวนี้ระบุตอนหนึ่งว่า พล.ต.นพ.เหรียญทอง อธิบายถึงแผนการของเขาทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า พ่อของเขาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองเพิร์ท ทางตะวันตกของประเทศ ในปี 2535 และเขาจะเดินทางไปมาระหว่างบ้านที่เมืองเพิร์ทและบ้านในกรุงเทพฯ เพื่อพักผ่อนหลังเกษียณ
เขากล่าวว่าการเกษียณอายุนอกประเทศไทย “ไม่ได้หมายความว่าผมชังชาติ” ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขากล่าวหาฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและเป้าหมายของการรณรงค์ขององค์กรของเขาที่ยุยง หรือหลบหนีจากการดำเนินคดี
เขาระบุในโพสต์ถึงผู้ติดตามบนเฟซบุ๊ก 162,000 คนของเขาว่า “รัฐบาลออสเตรเลียยินดีต้อนรับเผด็จการอย่างผม”
ผู้สื่อข่าวของ SMH รายงานว่า พล.ต.นพ.เหรียญทอง ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ เมื่อโทรศัพท์ติดต่อไป โดยระบุว่าข้อมูลที่กล่าวว่าเขากำลังจะย้ายไปออสเตรเลียนั้นเป็น “ข่าวปลอม”
บีบีซีไทยได้ติดต่อ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

ที่มาของภาพ, BBC Thai
“ไม่อยากจะเชื่อ”
บทความนี้ลงบทสัมภาษณ์ชายไทย 2 คน ที่ผู้สื่อข่าวระบุว่าเป็น “เหยื่อ” ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง จนเป็นเหตุให้พวกเขาต้องขอลี้ภัยมาพำนักอาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย
กฤตนัย เทพใส หรือที่รู้จักกันในชื่อ "แจ็ค" ซึ่งตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในเมืองจีลอง เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐวิคตอเรีย กล่าวว่าการโจมตีโดย "กลุ่มของหมอเหรียญทอง" ทำให้เขาต้องลี้ภัยในออสเตรเลีย
กลุ่มบุคคลในโลกออนไลน์ระดมต่อต้านเขาในปี 2557 หลังจากที่เขาวิจารณ์ในหลวงรัชการที่ 9 ในขณะนั้น ซึ่งเสด็จสวรรคตต่อมาในปี 2559
เขาบอกว่า พล.ต.นพ. เหรียญทอง โพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเขา และเขาถูกขู่ฆ่าและแจ้งเตือนว่ามีชายกลุ่มหนึ่งจะบุกเข้าไปในบ้านของเขาที่เชียงใหม่และข่มขืนลูกสาววัย 16 ปีของเขา เขายังถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับคดีวางระเบิดและกลัวว่าเขาจะถูกลักพาตัวและเสียชีวิตหากเขากลับมาที่ประเทศไทย
“ผมไม่อยากเชื่อว่าเหรียญทองจะได้รับวีซ่ามาออสเตรเลีย” เขากล่าวในบทความนี้
พิศาล ธนถาวรลาภ ชายอีกคนที่ลี้ภัยในออสเตรเลีย เล่าว่าเขาออกจากกรุงเทพฯ เพื่อไปลี้ภัยที่ซิดนีย์หลังจากที่เขาถูกล่าแม่มดจากโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ที่เขาโพสต์ในปี 2557
เขากล่าวว่าความคิดเห็นของเขาเป็นการเสียดสีและเปรียบเปรย และไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์โดยตรง แต่หลังจากที่ พล.ต.นพ. เหรียญทอง โพสต์หมายเลขโทรศัพท์ของเขาทางออนไลน์ เขาก็ถูกคุกคามด้วยการโทรข่มขู่
ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัยและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต เขาจึงอุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่ง แต่หลังจากถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เขาก็ย้ายไปออสเตรเลียเพราะเกรงว่าจะถูกส่งตัวเข้าคุก
“ถ้าเหรียญทองไม่โพสต์ก็คงไม่มีผลกระทบมากขนาดนี้ เพราะมันคือเหรียญทอง คนแปลกหน้าแค่เข้ามาด่าผมทางเฟซบุ๊ก ชีวิตผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง” พิศาล ซึ่งใช้ชื่อแม็กซ์ในซิดนีย์กล่าว
สมศักดิ์ ราชโส เหยื่อจากการล่าแม่มดอีกหนึ่งคน ถูกโจมตีทางออนไลน์จากการนำของ พล.ต.นพ. เหรียญทอง เขาพบว่ากลุ่ม “ศาลเตี้ย” นี้ก้าวข้ามพรมแดนมาหลังจากที่เขาถูกบีบให้ออกจากงานในซิดนีย์ หลังวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงขึ้นในปี 2559 หลังจากการสวรรคตของในหลวงรัชการที่ 9
เอบีซีรายงานในเวลาที่อดีตนายจ้างของสมศักดิ์มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้า หลังจากที่ พล.ต.นพ. เหรียญทองโพสต์ว่า “คนไทยที่นั่น [ในออสเตรเลีย] อย่าคบค้าสมาคม อย่าให้เขาหรือครอบครัวมีงานทำ”
"จากกองหน้ามาเป็นกองกลาง"
เมื่อ 10 พ.ย. พล.ต.นพ.เหรียญทอง โพสต์ข้อความและภาพครอบครัวทางเพจเฟซบุ๊ก ประกาศเตรียมย้ายประเทศไปใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย โดยระบุข้อความว่า
"ผมจะเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองจากกองหน้ามาเป็นกองกลาง แล้วให้ภริยาของผมยังคงเป็นกองหลังต่อไป ส่วนลูกๆ 3 คน 2 คนทางขวาสุดและซ้ายสุดซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยาด้วยกันทั้งคู่จะเป็นกองหน้า
ส่วนลูกคนเล็กเป็นผู้สอบบัญชีเพิ่งสำเร็จปริญญาโทด้านการเงิน ก็จะเป็นกองกลางคู่กับผมและหลานชายของผมอีกคนใน บริษัท มงกุฎวัฒนะ จำกัด (มหาชน) อีกไม่กี่ปีเมื่อกองหน้าและกองกลางทั้งสามบินเดี่ยวได้เอง ผมจะใช้ชีวิตตาแป๊ะริมชายทะเลเมืองเพิร์ท รัฐออสเตรเลียตะวันตก ผมย่าง 63 ปีแล้ว ผมแก่แล้วครับ ดันโล่ไม่ไหวแล้ว พลตรี วลาดิเมียร์ ปูทอง 10 พ.ย. 65 เวลา 12.30 น.”
หลังประกาศนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์มากมายจากฝ่ายตรงข้ามของเขา

ที่มาของภาพ, BBC Thai
คัดค้านการเข้าประเทศ
ผู้คัดค้านและผู้ลี้ภัยชาวไทยในต่างประเทศต่างพร้อมใจกันคัดค้านแผนการย้ายประเทศของพล.ต.นพ. เหรียญทอง ในออสเตรเลีย
เหยื่อและนักเคลื่อนไหวกำลังยื่นคำร้องต่อรัฐบาลออสเตรเลียให้ปฏิเสธไม่ให้ พล.ต.นพ. เหรียญทอง สามารถใช้ชีวิตวัยเกษียณในเมืองเพิร์ทได้ โดยอ้างว่าเขาไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม พวกเขากล่าวว่าเขามีส่วนร่วมและสนับสนุนคำพูดแสดงความเกลียดชัง และสนับสนุนการติดตามผู้วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ “ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร”
“การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเขาเต็มไปด้วยคำพูดแสดงความเกลียดชังและการลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้ที่มีค่านิยมที่แตกต่างกับเขา” ข้อความตอนหนึ่งจากจดหมายร้องเรียนฉบับหนึ่งระบุ “การกระทำของเขาเป็นการแบ่งแยกและต่อต้านค่านิยมของออสเตรเลียอย่างชัดเจน”
ก่อนหน้านี้ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ รองศาสตราจารย์แห่งศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ลี้ภัยทางการเมืองตั้งแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อในหัวข้อ "เรียกร้องให้ออสเตรเลียปฏิเสธการเข้าประเทศของพลตรีเหรียญทอง แน่นหนา" ทาง Change.org โดยล่าสุดมีผู้ลงชื่อไปแล้วถึง 16,101 รายชื่อ
ปวิน เป็นหนึ่งในผู้ที่เขียนจดหมายถึงสถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับเหรียญทอง โดยกล่าวว่า “หลายชีวิตได้รับผลกระทบจากการกระทำอันเกินจริงของเขา”
“พฤติกรรมของเขาจะไม่ได้รับการยอมรับในประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริงใด ๆ ในโลก ซึ่งรวมถึงออสเตรเลียด้วย”
พล.ต.นพ. เหรียญทอง เขียนลงในบนเฟซบุ๊กโดยอ้างว่ามีเครือข่ายระหว่างประเทศติดตามตัวเขาและขัดขวางไม่ให้เขาเดินทางไปออสเตรเลีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลออสเตรเลียไม่ควรเชื่อสิ่งที่พูดถึงเขา











