รวมไทยสร้างชาติตั้งเป้ากวาด ส.ส. ใต้ยกภาค “หมดเวลาวัฒนธรรมเสาไฟฟ้า”
หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนสั่งให้ตั้งชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังมีการจดแจ้งพรรคนี้ตั้งแต่เมื่อปีก่อน ล่าสุดมีการปรับโครงสร้างพรรคเพื่อรองรับศึกเลือกตั้งทั่วไป โดยมีที่ปรึกษานายกฯ นั่งเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมประกาศกวาด ส.ส.ใต้ ยกภาค
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญวันนี้ (3 ส.ค.) ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถ.วิภาวดีรังสิต โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ พร้อมเปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการรวมรวมเอาอดีตนักการเมืองจากพรรคต่าง ๆ มาไว้ด้วยกัน
ผลปรากฏว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคตามคาด และนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และบุตรบุญธรรมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค ชนิดที่ไม่มีการเสนอชื่อคู่แข่งขันรายอื่น ๆ ในทุกตำแหน่ง
นายพีระพันธุ์ประกาศวิสัยทัศน์ต่อหน้าสมาชิกพรรคนับร้อยคนว่า “เราจะไม่ทำให้ประชาชนและประเทศไทยผิดหวังในพรรครวมไทยสร้างชาติ” และ “จะสร้างรวมไทยสร้างชาติให้เป็นพรรคหลักของประเทศ นำพรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยความมั่นใจ มั่นคง และจะชนะให้ได้มากที่สุด
หัวหน้าพรรควัย 63 ปี ยังกล่าวเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันค้ำจุนปกป้องเสาหลัก 3 ประการของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของทุกคนในความเป็นชาติ ความเป็นคนไทย นอกจากนี้ยังร่วมกันร้องเพลงประจำพรรค และเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนปิดการประชุมด้วย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ไม่หวั่นใช้สูตรหาร 100-500 เพราะไม่ได้เน้นบัญชีรายชื่อ
พรรครวมไทยสร้างชาติถือเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ที่เปิดตัวรับ “กติกาใหม่” ในระหว่างที่รัฐสภากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในวาระ 2 และ 3 ซึ่งประเด็นที่พร้อมพลิกกลับไปกลับมาได้ตลอด หนีไม่พ้น สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าจะใช้การหารด้วย 500 หรือ 100 เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาบางส่วนประกาศว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหลังจากนี้
นายพีระพันธุ์ ผู้เป็นอดีตประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 สภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้มีผลเกี่ยวข้อง ส.ส.บัญชีรายชื่อเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะหารเท่าไร เขตก็คือเขต เราไม่ได้เน้นแต่บัญชีรายชื่อ แต่เน้นทั้ง 2 บัญชี ไม่ว่าจะสูตรไหนก็ต้องพร้อม
ในการเลือกตั้งปี 2566 จะกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แยกการตัดสินใจเลือกระหว่าง ส.ส.เขต 400 คน กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน หลังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เมื่อปีก่อน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
พรรคการเมืองน้องใหม่จึงต้องการแสดงให้สังคมเห็นว่าพวกเขา “มีพื้นที่” และ “มีขุนพล” จึงดูด-ดึงอดีตนักการเมืองระดับชาติ และนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามาร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายเหมือนทุกพรรคว่าจะให้ได้จำนวน ส.ส. มากที่สุด ทว่าเขาไม่ยอมระบุถึงตัวเลขที่แน่ชัด
“ถ้ามีจำนวนพอสมควรที่พอจะเข้าร่วมรัฐบาล ก็สามารถนำแนวทางไปสู่การปฏิบัติได้เป็นปกติอยู่แล้ว ดังนั้นขอให้สื่อช่วยสนับสนุนด้วย” หัวหน้าพรรค รทสช. กล่าว
ตั้งเป้ากวาด ส.ส. ใต้ยกภาค ปัดเป็น “ประชาธิปัตย์สาขา 2”
ด้วยเพราะผู้ก่อการ-ก่อตั้งพรรค รทสช. เคยเป็น “คนประชาธิปัตย์” (ปชป.) มาก่อน ทำให้เกิดคำถามว่า รทสช. ดูคล้าย “ประชาธิปัตย์สาขา 2” หรือไม่
“ไม่เหมือนหรอก ผมนึกไว้แล้วว่าต้องถามแบบนี้ มีกี่คนที่เป็นคนประชาธิปัตย์” นายพีระพันธุ์ย้อนถามผู้สื่อข่าว ก่อนแจกแจงว่า กรรมการบริหารพรรคของเขาก็ไม่ได้มีแค่คน ปชป. จึงเป็นสิ่งที่สื่อพูดกันไปเอง
แต่ถึงกระนั้นพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นเดิมของ ปชป. มายาวนาน ก่อนถูก “ตีแตก” ในการเลือกตั้งปี 2562 ได้ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งพื้นที่เป้าหมายของพรรค รทสช. แม้มีเก้าอี้ ส.ส. ให้ช่วงชิงเพียง 54 ที่นั่งก็ตาม
วันนี้มีอดีต ส.ส. ภาคใต้ อาทิ นายเจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.สงขลา ปชป., นายสุชีน เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.กระบี่ ปชป. รวมถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พัทลุง, ชุมพร และสุราษฎร์ธานี มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย
หัวหน้าพรรค รทสช. ประกาศกวาด ส.ส. “ภาคใต้ทั้งภาค”
ขณะที่หนึ่งในผู้บริหารพรรค รทสช. ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า “เราจับสัญญาณได้ว่าคนว้าเหว่ เปรียบเหมือนคนเลิกกับแฟนเก่าแล้ว ก็ย่อมมีหนุ่ม ๆ ไปรุมจีบ หมดเวลาวัฒนธรรมเสาไฟฟ้าแล้ว”
นอกจาก ปชป. แล้ว ยังมีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), พรรคภูมิใจไทย (ภท.), พรรคประชาชาติ (ปช.), พรรครวมพลัง (ร.พ. หรือพรรครวมพลังประชาชาติไทยเดิม) ที่มี ส.ส. ภาคใต้ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังมีพรรคการเมืองใหม่ ๆ อาทิ พรรคกล้า, พรรคไทยภักดี, พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคไทยสร้างไทย ต้องการปักธงทางการเมืองในสมรภูมินี้ด้วย
แกนนำพรรค รทสช. คนเดิมบอกว่า “พรรคไหนมีอะไร ของเรามีมากกว่านั้นแน่นอน เรามีแบ็ก (ผู้สนับสนุน) ดีแน่นอน นักการเมืองต้องการอะไร เรามีหมด วันนี้ที่มา เป็นเพียงชุดแรกเท่านั้น”

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์
รวมไทยสร้างชาติ คำที่ พล.อ. ประยุทธ์ชื่นชอบ
สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเมื่อ 31 มี.ค. 2564 โดยปรากฏชื่อในพื้นที่สื่อจากคำให้สัมภาษณ์ของนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 ก.พ. 2565 ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวได้ลาออกจากการเป็นสมาชิก รทสช. แล้วย้ายกลับไปสังกัด พปชร. ก่อนเตรียมตัวออกจาก พปชร. อีกครั้ง
บีบีซีไทยขอประมวล “วรรคทอง” ของนายเสกสกลที่ชี้ให้เห็นจุดเริ่มต้นของพรรคการเมืองแห่งนี้เอาไว้ ดังนี้
- “รวมไทยสร้างชาติ เป็นคำที่ พล.อ. ประยุทธ์ชื่นชอบและตั้งคำนี้ขึ้นมาเอง แต่ผมเกรงว่าคนอื่นจะนำชื่อนี้ไปใช้ จึงส่งทีมงานไปจดทะเบียนเป็นชื่อพรรคไว้ก่อน นายกฯ จะใช้หรือไม่ก็แล้วแต่”
- “การที่จดทะเบียนพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความชัดเจนว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อไป และคิดว่าอนาคตการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน หากพรรคพลังประชารัฐมีปัญหาก็จะได้มีพรรคการเมืองที่เป็นทางเลือกใหม่ให้นายกฯ ได้พิจารณา”
- “จะมีการประชุมใหญ่และเปิดตัวผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มีประวัติดี โปรไฟล์ดี”

ที่มาของภาพ, Thai NEWS PIx
6 เดือนผ่านไป นายเสกสกลหอบช่อดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีกับหัวหน้าพรรค รทสช. คนใหม่ ซึ่งเขาเรียกว่า “บิ๊ก ต.” หรือ “บิ๊กตุ๋ย” อันเป็นชื่อเล่นของนายพีระพันธุ์
เขากล่าวว่า ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรค เป็นคน “ขุดหลุมสร้างตอหม้อ สร้างพรรคร่วมไทยสร้างชาติมาแล้วให้ผู้ใหญ่ไปทำงานเพื่อบ้านเมือง โดยการอาสาของท่านพีระพันธุ์” และย้ำในจุดยืนเดิมส่วนตัวเรื่องการสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย
นายเสกสกลยังถือโอกาสแจ้งข่าวด้วยว่า ได้ส่งคนไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่อีกครั้งโดยใช้ชื่อว่า พรรคเทิดไท และพร้อมนั่งเป็นหัวหน้าพรรคเอง หลังถูกคนบางส่วนใน พปชร. กีดกัน ไม่ให้ทำงาน ดังนั้น “ขอเป็นหัวหมา ดีกว่าหางราชสีห์” ส่วนที่ไม่ย้ายกลับมา รทสช. นั้น เพราะ “ผมยกให้ท่านพีระพันธุ์ไปทำต่อแล้ว เราไม่ก้าวล่วง”
อย่างไรก็ตามบีบีซีไทยได้สอบถาม กก.บห. ซึ่งเป็นลูกพรรคของนายพีระพันธุ์ต่างยืนยันว่า รวมไทยสร้างชาติ เป็นชื่อที่นายพีระพันธุ์ชื่นชอบ พร้อมปฏิเสธว่าการทำพรรคของพวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับนายเสกสกลแต่อย่างใด
หัวหน้าพรรคไม่ตอบ แต่ที่ปรึกษาหนุนประยุทธ์เป็นนายกฯ รอบ 3
ส่วนเสียงวิจารณ์เรื่อง รทสช. ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็น “พรรคสำรอง” ให้ พล.อ. ประยุทธ์ นายพีระพันธุ์บอกว่า ไม่สนใจว่าใครจะพูดอย่างไร ไม่สามารถห้ามความคิดของใครได้ และไม่จำเป็นต้องไปปฏิเสธว่าจริงหรือไม่จริง เพราะสุดท้ายความจริงก็จะปรากฏเอง
เช่นเดียวกับคำถามที่ว่าจะเสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรคหรือไม่ ซึ่งนายพีระพันธุ์บอกว่า เร็วเกินไปที่จะพูด แต่แนวทางของพรรคไม่ได้สนับสนุนตัวบุคคล แต่สนับสนุนแนวทางและการทำงานเดียวกัน ที่สำคัญคือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมติพรรค รทสช. สนับสนุนให้เสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ พร้อมจะดำเนินการตามมติพรรคหรือไม่ นายพีระพันธุ์ตอบสวนทันทีว่า “จะเป็นพรรคไหนก็แล้วแต่ แม้แต่พรรคเพื่อไทย ถ้าเสียงสนับสนุนหรือมติของพรรคบอกว่าต้องสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ทุกคนก็ต้องทำตามมติพรรค คำถามนี้เป็น basic (พื้นฐาน) เราเดินและบริหารพรรคการเมืองตามข้อบังคับพรรค ไม่ได้บริหารตามอำเภอใจ การสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนใครเป็นไปตามมติพรรคอยู่แล้ว”

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ด้านนายปองพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษาพรรค รทสช. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในเรื่องเดียวกันว่า การสนับสนุนใครต้องดูผลงาน ความพร้อม และดูสถานการณ์ของประเทศ ไปจนถึงของโลกในปัจจุบัน หากนำรายชื่อผู้ที่อยู่ในข่ายจะเป็นผู้นำของประเทศมาเรียงกันดู ก็จะเห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ มีผลงาน และสถานการณ์โลกในปัจจุบันก็เข้มข้น จึงต้องอาศัยคนที่จะตัดสินใจได้เด็ดขาด
เขาเห็นว่า ระยะเวลา 8 ปีที่ พล.อ. ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งก็พิสูจน์ให้เห็น ซึ่งประเด็นสำคัญที่สุดคือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เพราะถ้าไม่มีข้อนั้นคงอยู่ไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามพรรคมีสิทธิเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ แค่ 3 ชื่อ ก็ต้องพูดคุยหารือกันก่อนว่าจะเสนอชื่อใครบ้าง
ที่ผ่านมา นักรัฐศาสตร์เห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ตกที่นั่ง “ผู้นำขาลอย” ในระหว่างทำหน้าที่นายกฯ สมัยที่ 2 เพราะแม้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ในบัญชีของ พปชร. แต่ก็เป็นคนนอกพรรค หลังปล่อยมือให้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า พชปร. รับหน้าที่บริหารจัดการการเมืองทั้งในพรรคแกนนำรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร
เส้นทางการเมืองของพีระพันธุ์
ปัจจุบันนายพีระพันธุ์วัย 63 ปี ยังนั่งเก้าอี้ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ภารกิจที่ทำกับ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นภารกิจชาติที่ได้รับมอบหมาย ส่วนการทำพรรคการเมืองเป็นเรื่องส่วนตัว
เขาได้แจ้งต่อ พล.อ. ประยุทธ์ด้วยว่า วันนี้ (3 ส.ค.) จะมาทำหน้าที่ทางการเมือง ซี่งเป็นการกราบเรียนให้ทราบในฐานะที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา

นายกฯ ไม่ได้สั่งตั้งชื่อพรรค ตอนนี้ยังอยู่ พปชร.
วานนี้ (2 ส.ค.) พล.อ. ประยุทธ์ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการเกิดขึ้นของพรรค รทสช. โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ก็คาดหวังว่าทุกพรรคจะช่วยกันทำให้บ้านเมืองเราสงบเรียบร้อย มีความเจริญก้าวหน้าก็แล้วกัน ก็ให้กำลังใจทุกพรรค
ส่วนคำว่ารวมไทยสร้างชาติที่เคยพูดถึง นายกฯ ชี้แจงว่า เป็นการพูดในวาระอื่น เท่าที่จำได้นะ “เราต้องรวมพลังกันในการสร้างชาติของเรา เดินไปข้างหน้า ผมพูดในนามนายกรัฐมนตรี เขาก็ไปตั้งเป็นชื่อพรรค ผมไม่ได้ไปสั่งเขาตั้งชื่อพรรคนี้เมื่อไหร่ล่ะ ผมไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคนี่นา"
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะอยู่กับพรรคการเมืองไหนกันแน่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมก็อยู่พลังประชารัฐอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่หรือ มันจะไปที่ไหนอะ เขาเป็นคนสนับสนุนผมเป็นนายกรัฐมนตรีใช่หรือป่าว.. ตอนนี้ก็ยังยืนยันอย่างนั้น ไม่มีปัญหาอะไร"
พล.อ. ประยุทธ์ยังยอมรับด้วยว่ามีแนวคิดจะสมัครสมาชิกพรรคหลังผู้สื่อข่าวถามเรื่องนี้
อดีตของแกนนำพรรคน้องใหม่

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
สำหรับรายชื่อ กก.บห. ภายใต้การนำของนายพีระพันธุ์มีทั้งสิ้น 9 คน โดยทุกคนได้รับการเสนอชื่อ ชนิดที่ไม่มีคู่แข่งขันอื่น ๆ ในระหว่างการเลือกตั้งของสมาชิกพรรค รทสช.
- หัวหน้าพรรค : นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิก พปชร.
- เลขาธิการพรรค : นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. ปชป. และอดีตแกนนำ กปปส.
- เหรัญญิกพรรค : นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ
- นายทะเบียนพรรค : นายเกรียงยศ สุดลาภา อดีตรองผู้ว่าราชการ กทม. และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
- กรรมการบริหารพรรค : 1) นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต รมว.สาธารณสุข, อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. และอดีตแกนนำ กปปส. 2) นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และอดีตเลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย 3) นายชื่นชอบ คงอุดม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และอดีต ส.ส.กทม. ปชป., อดีตสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท, อดีตสมาชิก พปชร. 4) นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พัทลุง 5) นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี, อดีตสมาชิก ภท. และอดีต ส.ว.ราชบุรี








