กองทัพอิสราเอลเร่งเคลื่อนพลลงใต้ในเขตกาซา

รถถังของกองทัพอิสราเอลคันหนึ่งเคลื่อนที่ใกล้กับตะเข็บชายแดนฉนวนกาซาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, รถถังของกองทัพอิสราเอลคันหนึ่งเคลื่อนที่ใกล้กับตะเข็บชายแดนฉนวนกาซาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

หลังจากอิสราเอลเดินหน้าถล่มเขตกาซาอย่างหนักเป็นเวลาสามวัน ล่าสุดกองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอลกำลังเคลื่อนพลลงทางพื้นที่ทางใต้ของเขตกาซา

รายงานเบื้องต้นจากวิทยุกองทัพอิสราเอลยืนยันว่า กองทัพได้เริ่มต้นปฏิบัติการภาคพื้นดินทางตอนเหนือของเมืองคานยูนิส ขณะที่บีบีซีได้ยืนยันเรื่องดังกล่าวจากภาพถ่ายรถถังที่กำลังปฏิบัติการทางทหารใกล้กับเมืองนี้เช่นกัน

ในเวลาต่อมา พลโทเฮอร์ซี ฮาเลวี หัวหน้ากองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ เปิดเผยว่า กองทัพไอดีเอฟกำลังต่อสู้ "อย่างเข้มแข็งและรอบคอบ" ในทางใต้ของเขตกาซา โดยแจ้งกับบรรดากองกำลังสำรองในเขตกาซาถึงจุดประสงค์ของปฏิบัติการดังกล่าวว่า เพื่อกำจัดผู้บัญชาการกลุ่มฮามาส

โฆษกของไอดีเอฟ ได้ยืนยันอีกว่า ปฏิบัติการทางทหารนี้จะขยายครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของเขตกาซาเพื่อต่อสู้แบบประจันหน้ากับกลุ่มก่อการร้าย

นับตั้งแต่การประกาศหยุดยิงเป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเขตกาซาอย่างหนัก ซึ่งชาวเมืองคาน ยูนิสบอกว่าเป็นการโจมตีระลอกที่หนักหน่วงที่สุด

ในระหว่างการหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันรวมทั้งหมด 110 คน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ 240 คนที่ถูกอิสราเอลคุมขังในเรือนจำ

ช่วงเช้าของวันอาทิตย์ (3 ธ.ค.) ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลมีคำสั่งให้ประชาชนในหลายเขตของเมืองคาน ยูนิส อพยพออกจากพื้นที่ทันที โดยเชื่อว่าผู้นำของกลุ่มฮามาสซ่อนตัวในเมือง ที่ใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวหลังจากลี้ภัยมาจากพื้นที่ทางตอนเหนือในช่วงแรก ๆ ของการสงครามครั้งนี้

ด้านเจมส์ เอลเดอร์ เจ้าหน้าที่องค์การยูนิเซฟมองว่า ผลของการปฏิบัติการภาคพื้นดินของกองทัพอิสราเอลในครั้งนี้ทำให้พื้นที่ที่ปลอดภัยอย่างโรงพยาบาลแนสเซอร์ เมดิคัล กลายเป็นเขตสงครามแล้ว

เขาบอกกับบีบีซีว่า เขาได้ยินเสียงระเบิดขนาดใหญ่ใกล้กับโรงพยาบาล ขณะที่มีเด็กที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ มีแผลจากไฟไหม้และจากสะเก็ดระเบิด วิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ

"นี่คือโรงพยาบาล ที่เด็ก ๆ และครอบครัวเขาคุ้นเคยกับผม บางคนเข้ามาจับที่มือของผมหรือที่เสื้อของผม แล้วพูดว่า โปรดพาพวกเขาไปยังที่ปลอดภัย ที่ไหนปลอดภัยบ้าง น่าเสียดายที่คำถามนั้น คือ ไม่มีที่ใดแล้วที่ปลอดภัย" เขาอธิบาย

นับตั้งแต่การกลับมาโจมตีอีกครั้งจากฝ่ายอิสราเอล กระทรวงสาธารณสุขของฮามาสรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 500 ราย หากนับรวมตั้งแต่สงครามเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 15,500 ราย

ขณะที่ฝั่งอิสราเอล มีผู้เสียชีวิตระหว่างสงครามครั้งนี้แล้ว 1,200 คน และมีผู้ถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกัน 240 ราย ซึ่งถูกปล่อยตัวมาแล้วบางส่วนในระหว่างการประกาศหยุดยิง

เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกอธิบายสถานการณ์ในโรงพยาบาลแนสเซอร์ว่าราวกับ "เขตสงคราม" นับตั้งแต่การโจมตีทางอากาศของไอดีเอฟเริ่มขึ้นอีกครั้ง

ที่มาของภาพ, REUTERS

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกอธิบายสถานการณ์ในโรงพยาบาลแนสเซอร์ว่าราวกับ "เขตสงคราม" นับตั้งแต่การโจมตีทางอากาศของไอดีเอฟเริ่มขึ้นอีกครั้ง

นายโมฮัมเหมด กาลายินี ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษทางอากาศชาวปาเลสไตน์สัญชาติอังกฤษที่กลับมาเยี่ยมแม่ของเขาเป็นเวลา 3 เดือนในเขตกาซาเล่าถึงสถานการณ์ในพื้นที่ว่า "เกินกว่าคำว่า หายนะ"

"เป็นเวลากว่า 50 วัน ที่ชาวเมืองต้องอดทนต่อการโจมตีอันโหดร้ายจากฝ่ายอิสราเอล ในที่ขาดแคลนสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะเป็น อาหาร, น้ำดื่ม, ไฟฟ้า, ระบบสุขาภิบาลและการกำจัดของเสีย" เขาเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์ก่อนที่สายจะถูกตัดไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ายังพบว่ามีการยิงจรวดมาในเขตอิสราเอลจากเขตกาซาเช่นกันนับตั้งแต่การสู้รบกลับมาอีกครั้งหลังการประกาศหยุดยิงสิ้นสุดลง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ชายชาวอิสราเอลอายุ 22 ปี ในเมืองโฮลอน ใกล้กลับกรุงเทลอาวีฟ ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเศษระเบิดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

สำหรับสถานการณ์การอพยพ องค์การสหประชาชาติปรับปรุงตัวเลขผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลังจากสงครามเกิดขึ้นและถูกบังคับให้อพยพจากพื้นที่ตอนเหนือของเขตกาซามาอยู่ที่รา 1.8 ล้านคน

แผนที่

นายฟิลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ บอกกับบีบีซีว่า ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซากำลังถูกพลักดันให้อยู่สถานการณ์หลังชนฝาเข้าทุกที

ขณะเดียวกันกองทัพอิสราเอลก็ใช้มาตรการต่าง ๆ ในการเตือนผู้คนในกาซาอพยพออกไปจากพื้นที่ เช่น การเผยแพร่ข้อมูลทางระบบออนไลน์ ระบุถึงแผนที่จุดที่อิสราเอลจะโจมตี ขณะเดียวกันยังใช้การโทรศัพท์แจ้ง และโปรยแผ่นพับจากเครื่องบินทางอากาศอีกด้วย

นายมาร์ก เรเกฟ ที่ปรึกษาอาวุโสของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลบอกในรายการโทรทัศน์ของบีบีซีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า พลเรือนชาวปาเลสไตน์ไม่ใช่เป้าหมายการโจมตี แต่การปกป้องพวกเขาเป็นเรื่องยากมากขึ้น เมื่อกลุ่มฮามาส สร้างกลไกทางทหารอันรายกาจภายในเขตที่พลเรือนอยู่อาศัยอยู่

กองทัพอิสราเอลอ้างว่า ในการสู้รบที่ยากลำบากนี้ ได้ใช้ความพยายามแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนการโจมตี เพื่อปกป้องความสูญเสียของพลเรือน

ขณะที่กองทัพอิสราเอล กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ได้ทำลายโครงสร้างอุโมงค์ใต้ดินแล้ว 500 แห่ง จากทั้งหมด 800 แห่งที่กลุ่มฮามาสใช้ในปฏิบัติการทางทหารในเขตกาซา ด้วยการโจมที่ทางอากาศกว่า 10,000 ครั้ง ต่อเป้าหมายที่เป็นกลุ่มก่อการร้าย ภายใต้การควบคุมของทหารไอดีเอฟภาคพื้นดินนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น