ฮามาสสร้างกองทัพ และซุ่มซ้อมรบ โดยรอดพ้นจากสายตาของอิสราเอล ได้อย่างไร

Hamas training exercise in Gaza

ที่มาของภาพ, Telegram

คำบรรยายภาพ, การร่วมซ้อมรบระหว่างกองกำลังชาวปาเลสไตน์กลุ่มต่าง ๆ ถูกจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา
    • Author, อับดิลาลี รากาด, ริชาร์ด เออร์วิน-บราวน์, เบเนดิกต์ การ์แมน และชอน เซดดัน
    • Role, บีบีซีภาษาอารบิกและบีบีซีเวริฟาย

สัญญาณแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน

วันที่ 29 ธ.ค. 2563 อิสมาลี ฮานิยีห์ หัวหน้ากลุ่มฮามาสประกาศการซ้อมรบครั้งแรกภายใต้ชื่อรหัสว่า เสาอันแข็งแกร่ง (the Strong Pillar) อันมีความหมายอีกนัยหนึ่งว่า สาสน์อันแข็งแกร่งและสัญญะแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ ในกาซา นี่เป็นการประกาศซ้อมรบครั้งแรกของการฝึกซ้อมที่มีทั้งหมด 4 ครั้ง

ในฐานะกลุ่มติดอาวุธที่ทรงกำลังที่สุดในกาซา ฮามาสเป็นกำลังหลักของพันธมิตรกลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์จำนวน 10 กลุ่ม ซึ่งร่วมกันฝึกซ้อมรบลักษณะเกมสงคราม ภายใต้การกำกับของ “ห้องปฏิบัติการร่วม”

โครงสร้างนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2561 ด้วยความร่วมมือของกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ ในกาซา ภายใต้การบัญชาการแบบรวมศูนย์

ก่อนปี 2561 กลุ่มฮามาสได้ประสานงานอย่างเป็นทางการกับกลุ่มปาเลสไตน์อิสลามิกญิฮาด (Palestinian Islamic Jihad: PIJ) กลุ่มติดอาวุธที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในกาซา ซึ่งถูกประณามว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายโดยสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ เช่นเดียวกับกลุ่มฮามาส

กลุ่มฮามาสร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกลุ่มอื่น ๆ ในเหตุความขัดแย้งก่อนหน้านี้ แต่การซ้อมรบในปี 2563 ถูกมองว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อที่ทำให้เห็นว่ากลุ่มต่าง ๆ เข้ามารวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว

ผู้นำกลุ่มฮามาส บอกว่า การฝึกซ้อมครั้งแรกนี้ สะท้อนถึง “ความพร้อมเพรียงอันแข็งแกร่ง” ของกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ

การซ้อมรบในปี 2563 เป็นการฝึกซ้อมครั้งแรกจากทั้งหมด 4 ครั้ง จัดขึ้นเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี โดยมีบันทึกการฝึกซ้อมในรูปแบบวิดีโอ เผยแพร่ตามช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างเปิดเผย

จากวิดีโอที่โพสต์บนแอปพลิเคชันเทเลแกรม ทำให้บีบีซีสามารถยืนยันตัวตนกลุ่มต่าง ๆ ได้ 10 กลุ่ม รวมถึงกลุ่มปาเลสไตน์อิสลามิกญิฮาด โดยสังเกตจากผ้าคาดหัวและสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของผู้ที่เข้าร่วมฝึกซ้อมรบดังกล่าวกับกลุ่มฮามาส

หลังเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. กลุ่มติดอาวุธ 5 กลุ่มโพสต์วิดีโออ้างว่าได้เข้าร่วมการโจมตีดังกล่าวด้วย ขณะที่อีก 3 กลุ่มออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรผ่านเทเลแกรมว่ามีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ดังกล่าว

บทบาทของกลุ่มเหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างมาก และทำให้แรงกดดันพุ่งเข้ามาที่กลุ่มฮามาสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อต้องค้นหาผู้หญิงและเด็กหลายสิบคนที่เชื่อว่าถูกกลุ่มอื่น ๆ จับตัวจากอิสราเอลไปยังฉนวนกาซาเพื่อเป็นเชลยเมื่อวันที่ 7 ต.ค.

ในวันนั้น มี 3 กลุ่มที่อ้างว่าจับตัวประกันชาวอิสราเอลไป ได้แก่ กลุ่มปาเลสไตน์อิสลามิกญิฮาด กลุ่มมูจาฮิดีน และกลุ่มอัล-นัสเซอร์ ซาลาห์ อัล-ดีน

มีการกล่าวกันว่า ความพยายามที่จะขยายเวลาการพักรบชั่วคราวในฉนวนกาซาออกไป ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มฮามาสจะสามารถระบุที่อยู่ของตัวประกันเหล่านี้ได้หรือไม่

Images of Palestinian militants during training
คำบรรยายภาพ, หลักฐานว่ามี 5 กลุ่มติดอาวุธที่เข้าร่วมการโจมตีกับกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566

แม้ว่ากลุ่มเหล่านี้มาจากอุดมการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงไปจนถึงกลุ่มที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ทั้งหมดล้วนพร้อมใจกันใช้ความรุนแรง เพื่อต่อต้านอิสราเอล

แถลงการณ์ของกลุ่มฮามาสเน้นย้ำถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ ในฉนวนกาซา โดยเสนอว่าพวกเขาเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกันในช่วงการฝึกซ้อมรบ แต่ฮามาสก็ยังคงเล่นบทผู้นำสำหรับการวางแผนโจมตีอิสราเอล

ภาพวิดีโอจากการซ้อมรบร่วมกันครั้งแรก เผยให้เห็นผู้บังคับบัญชาภายใต้หน้ากากปิดบังใบหน้า ซ่อนตัวอยู่ในบังเกอร์คอยควบคุมการฝึกซ้อม และเริ่มต้นด้วยการระดมยิงจรวดจำนวนมาก ก่อนจะตัดภาพมาที่กลุ่มนักรบติดอาวุธบุกเข้าโจมตีรถถังจำลองที่ติดธงชาติอิสราเอล ลากตัวกำลังพลออกมา และควบคุมตัวออกไปในฐานะนักโทษ รวมถึงเข้าบุกค้นอาคารสถานที่ต่าง ๆ

วิดีโอเหล่านี้เป็นพยานหลักฐานหนึ่งที่ทำให้เราเห็นว่า กลยุทธ์ทั้งสองแบบเป็นวิธีที่ถูกใช้เพื่อจับกุมทหารและพลเรือนเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และถูกจับเป็นตัวประกันราว 240 คน

Masked men in military uniforms

ที่มาของภาพ, Telegram

คำบรรยายภาพ, วิดีโอโฆษณาชวนเชื่อของการฝึกรบร่วมที่ชื่อว่า "เสาอันแข็งแกร่ง" (the Strong Pillar) ครั้งแรก แสดงให้เห็นห้องบัญชาการที่ใช้กำกับการซ้อมรบร่วม

ประกาศให้โลกรับรู้

การซ้อมรบครั้งที่สองของ the Strong Pillar ถูกจัดขึ้นในอีก 1 ปีต่อมา

ไอย์มาน โนฟาล ผู้บัญชาการกลุ่มกองพลน้อยอิซเซดีน อัล-กัสซาม ซึ่งเป็นชื่อปีกทหารอย่างเป็นทางการของกลุ่มฮามาส บอกว่าการฝึกซ้อมในวันที่ 26 ธ.ค. 2564 จัดขึ้น “เพื่อยืนยันความเป็นเอกภาพของกลุ่มต่อต้าน”

เขาบอกว่า การร่วมซ้อมรบในครั้งนี้ “จะบอกกับศัตรูว่า กำแพงและมาตรการทางวิศวกรรมใด ๆ บริเวณชายแดนกาซา ไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้อีกต่อไป”

แถลงการณ์ของกลุ่มฮามาสอีกฉบับยังระบุด้วยว่า “การซ้อมรบร่วมกันทางทหาร” ออกแบบมาเพื่อ “จำลองการปลดปล่อยการตั้งถิ่นฐานใกล้ฉนวนกาซา” ซึ่งนี่คือวิธีการที่ทางกลุ่มอ้างถึงชุมชนของชาวอิสราเอลในฉนวนกาซา

การฝึกซ้อมรบดังกล่าวถูกเน้นย้ำอีกครั้งในวันที่ 28 ธ.ค. 2565 และเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อเป็นรูปนักรบที่กำลังฝึกซ้อม เข้าเคลียร์อาคารสถานที่ต่าง ๆ มีรถถังวิ่งทับแบบจำลองที่ดูเหมือนฐานทัพทหารด้วย

Images of Hamas capturing tank crew members
คำบรรยายภาพ, ภาพการฝึกซ้อมรบทำลายรถถังอิสราเอลจำลอง (บน) ภาพการโจมตีรถถังของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. (ล่าง)

การซ้อมรบดังกล่าวถูกรายงานไปยังอิสราเอล จึงไม่น่าเป็นไปได้ว่าเรื่องนี้จะไม่ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยข่าวกรองของประเทศอิสราเอล

กองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ (Israel Defense Forces: IDF) ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเพื่อขัดขวางการร่วมซ้อมรบของกลุ่มฮามาสเมื่อเดือน เม.ย. 2566 โดยทิ้งระเบิดสถานที่ที่ใช้สำหรับการซ้อมรบครั้งแรกของ the Strong Pillar

หลายสัปดาห์ก่อนการโจมตี เจ้าหน้าที่ทหารสอดแนมหญิงบริเวณฉนวนกาซารายงานเตือนถึงกิจกรรมโดรนที่มีระดับสูงผิดปกติ และการฝึกซ้อมของกลุ่มฮามาสที่กำลังเข้าครอบครองจุดสังเกตการณ์ซึ่งถอดแบบมาจากตำแหน่งของหอสังเกตการณ์ในอิสราเอล

แต่จากรายงานของสื่อในอิสราเอล ระบุว่า รายงานแจ้งเตือนดังกล่าวถูกเพิกเฉย

พลจัตวา อาเมียร์ อาวีวี อดีตรองผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันอิสราเอลในฉนวนกาซาบอกกับบีบีซีว่า “มีข่าวกรองมากมายที่ระบุว่าพวกเขากำลังฝึกซ้อมรบร่วมกัน หลังจากนั้น วิดีโอต่าง ๆ ก็เผยแพร่สู่สาธารณะ และการฝึกซ้อมดังกล่าวอยู่ห่างจากรั้วกั้นของอิสราเอลไม่กี่ร้อยเมตร”

เขาบอกว่า กองกำลังอิสราเอลรับรู้เรื่องการฝึกซ้อมดังกล่าว แต่พวกเขา “มองไม่ออกว่าเป็นการฝึกซ้อมเพื่ออะไร”

กองกำลังป้องกันอิสราเอล ระบุว่า พวกเขากำจัด โนฟาล เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2566 โดย โนฟาล ถือว่าเป็นผู้นำอาวุโสของกลุ่มฮามาสคนแรกที่ถูกสังหารระหว่างเหตุการณ์ความขัดแย้งล่าสุด

Images of Hamas taking hostages
คำบรรยายภาพ, ภาพการฝึกซ้อมจับตัวประกันชาวอิสราเอลในการซ้อมรบเมื่อปี 2565 (บน) ภาพจับตัวประกันในเหตุโจมตีวันที่ 7 ต.ค. 2566

ซ่อนตัวจากระยะสายตา

กลุ่มฮามาสทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวเป็นไปอย่างสมจริง

ในปี 2565 กลุ่มนักรบฝึกซ้อมโจมตีฐานทัพอิสราเอลจำลองที่สร้างขึ้นห่างจากจุดข้ามเอเรซเพียง 2.6 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างฉนวนกาซาและอิสราเอลที่ควบคุมโดยกองกำลังป้องกันอิสราเอล

บีบีซีเวริฟาย ระบุได้ว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ทางตอนเหนือสุดของฉนวนกาซา ห่างจากกำแพงกั้นออกไปเพียง 800 เมตร โดยนำภาพวิดีโอการซ้อมรบมาจับคู่กับลักษณะทางภูมิศาสตร์กับภาพถ่ายทางอากาศของพื้นที่ ณ เดือน พ.ย. 2566 ซึ่งสถานที่ดังกล่าวยังคงปรากฏบนแผนที่ของบิง (Bing)

ค่ายฝึกแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากหอสังเกตการณ์และป้อมสังเกตการณ์แบบยกสูงของอิสราเอล ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของแผงกั้นรักษาความปลอดภัยที่อิสราเอลใช้เงินก่อสร้างไปหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพียง 1.6 กิโลเมตร

Map showing the location of a Hamas training site
คำบรรยายภาพ, การจำลองการตั้งชุมชนของชาวอิสราเอลของกลุ่มฮามาส

ฐานทัพอิสราเอลจำลองนี้ ถูกสร้างอยู่บนที่ดินที่ถูกขุดลึกลงไปใต้ดินหลายเมตร ดังนั้น หน่วยลาดตระเวนของอิสราเอลที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวอาจมองไม่เห็นได้ในทันที แต่กลุ่มควันที่เพิ่งเกิดขึ้นจากแรงระเบิดก็คงมองเห็นได้เป็นแน่ นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้กันว่ากองกำลังป้องกันอิสราเอลใช้การตรวจตราทางอากาศเป็นเครื่องมือการสอดแนมด้วย

กลุ่มฮามาสใช้สถานที่นี้เพื่อฝึกโจมตีอาคารต่าง ๆ ใช้ปืนบังคับจับตัวประกัน และทำลายเครื่องกีดขวางต่าง ๆ

บีบีซีเวริฟาย ได้ใช้ข้อมูลสาธารณะ รวมถึงภาพถ่ายทางดาวเทียม ค้นหาจนพบสถานที่ฝึกซ้อมอีก 14 จุด ซึ่งกระจายอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วฉนวนกาซาจำนวน 9 แห่ง

กลุ่มฮามาสยังใช้สถานที่ที่อยู่ห่างจากศูนย์กระจายสินค้าของหน่วยงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติไม่ถึง 1.6 กิโลเมตร เป็นที่ซ้อมรบจำนวน 2 ครั้งด้วย

Map showing 14 training sites in Gaza
คำบรรยายภาพ, สถานที่ฝึกซ้อมรบของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา

ภาคพื้นดิน ทะเล และทางอากาศ

ในวันที่ 10 ก.ย. 2566 “ห้องปฏิบัติการร่วม” ของกองกำลังติดอาวุธต่าง ๆ ในกาซา ได้เผยแพร่ภาพผ่านช่องทางเฉพาะในแอปพลิเคชันเทเลแกรม เป็นภาพชายในเครื่องแบบทหารกำลังสอดแนมสถานที่ปฏิบัติงานนอกชายฝั่งของกองทัพตามแนวกำแพงกั้นฉนวนกาซา

2 วันต่อมา การซ้อมรบ the Strong Pillar ครั้งที่ 4 ก็เริ่มต้นขึ้น และก่อนจะถึงวันที่ 7 ต.ค. ยุทธวิธีการรบทั้งหมดที่ถูกใช้ในการโจมตีซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก็ได้ถูกซักซ้อมครบหมดแล้ว

เหล่านักรบยังถูกบันทึกภาพขณะอยู่บนรถกระบะสีขาวของโตโยต้าด้วย และในเดือนถัดมา เราก็ได้เห็นภาพเดียวกันนี้ทางตอนใต้ของอิสราเอล เมื่อฮามาสโจมตีจริงในวันที่ 7 ต.ค.

วิดีโอโฆษณาชวนเชื่อยังเผยให้เห็นภาพกลุ่มมือปืนบุกโจมตีอาคารจำลองต่าง ๆ และยิงใส่เป้ายิงจำลองที่ติดตั้งอยู่ภายในด้วย นอกจากนี้ มันยังเผยให้เห็นการฝึกบุกยึดชายหาดโดยใช้เรือและนักดำน้ำ อิสราเอลได้กล่าวว่า พวกเขาขับไล่เรือของกลุ่มฮามาสที่พยายามลงจอดบนฝั่งเมื่อวันที่ 7 ต.ค.

Palestinian fighters training

ที่มาของภาพ, Telegram

คำบรรยายภาพ, การฝึกซ้อมรบร่วมกันครั้งที่สี่และครั้งสุดท้าย เป็นการบุกโจมตีอาคารต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสไม่ได้เผยแพร่ภาพการฝึกซ้อมที่ใช้รถจักรยานยนต์และร่มร่อน ซึ่งถูกนำมาใช้จริงในการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ด้วย

วิดีโอการฝึกซ้อมรบอันหนึ่งถูกโพสต์โดยกลุ่มฮามาสเพียง 3 วันหลังจากเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ในวิดีโอดังกล่าว เราเห็นรั้วและสิ่งกีดขวางที่ถูกทำลายเพื่อให้รถจักรยานยนต์ผ่านทะลุออกไปได้ ซึ่งนี่เป็นยุทธวิธีที่ฮามาสใช้เพื่อบุกเข้าไปยังชุมชนทางตอนใต้ของอิสราเอล ทั้งนี้ เราไม่เคยพบเห็นวิดีโอลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้

ฟุตเทจวิดีโอภาพนักรบใช้ร่มร่อนก็ไม่ถูกเผยแพร่ จนกระทั่งเกิดเหตุโจมตีขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค.

ในภาพวิดีโอการซ้อมรบอีกอันที่ถูกแชร์ต่อกันในวันที่เกิดเหตุโจมตีอิสราเอลขึ้น เราจะเห็นมือปืนร่อนลงจอดที่ฐานคิบบุตซ์จำลอง บีบีซีตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ทางตอนเหนือของเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา

บีบีซีเวริฟาย ยังยืนยันได้ว่าวิดีโอดังกล่าว ถูกบันทึกก่อนวันที่ 25 ส.ค. 2565 และจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ชื่อไฟล์ว่า “Eagle Squadron” ซึ่งเป็นชื่อที่ทางฮามาสใช้สำหรับปีกทัพอากาศ อันบ่งบอกว่าแผนการร่มร่อนดำเนินการมานานกว่า 1 ปีแล้ว

Images of Hamas using motorcycles
คำบรรยายภาพ, ภาพการทำลายรั้วและสิ่งกีดขวางในฉนวนกาซาระหว่างการซ้อมรบ (บน) ภาพเหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. (ล่าง)

สิ่งที่สร้างความประหลาดใจ

ก่อนวันที่ 7 ต.ค. ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันอิสราเอล เคยคิดว่ากลุ่มฮามาสมีกำลังพลประมาณ 30,000 คนในฉนวนกาซา และสามารถระดมพลหลายพันคนจากกองกำลังขนาดเล็กกลุ่มต่าง ๆ ได้

ถึงแม้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอื่น ๆ แต่ฮามาสก็เป็นกลุ่มที่มีอำนาจมากที่สุดในบรรดากลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ในขณะนี้ และมีข้อบ่งชี้ว่าความสนใจในการปลุกระดมกลุ่มต่าง ๆ ของฮามาส มีแรงผลักดันมาจากความพยายามที่จะรักษาแรงสนับสนุนในวงกว้างภายในกาซาเอาไว้

ก่อนหน้านี้ กองกำลังป้องกันอิสราเอลเคยประมาณการณ์ว่านักรบ 1,500 คน เข้าร่วมเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ขณะที่สำนักข่าว เดอะ ไทมส์ ออฟ อิสราเอล รายงานเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอลเชื่อว่าจำนวนนักรบที่เข้าร่วมปฏิบัติการณ์เมื่อต้นเดือน ต.ค. มีเกือบ 3,000 คน

ไม่ว่าตัวเลขที่แท้จริงจะเป็นเช่นไร มันบ่งชี้ได้ว่ากลุ่มติดอาวุธกลุ่มเล็ก ๆ ที่เคลื่อนไหวในฉนวนกาซาได้เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย แต่ไม่สามารถยืนยันจำนวนที่แน่นอนได้ว่ามีนักรบที่มาจากกลุ่มเล็ก ๆ เหล่านี้กี่คนที่เข้าร่วมเหตุโจมตี หรือร่วมซ้อมรบใน the Strong Pillar กับกลุ่มฮามาส

ขณะเดียวกัน กลุ่มฮามาสก็สร้างกำลังสนับสนุนข้ามฝ่ายเพื่อต่อยอดการโจมตี ฮิชาม จาเบอร์ อดีตนายพลจัตวากองทัพเลบานอน และปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์ความมั่นคงที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยตะวันออกกลาง เชื่อว่า มีเพียงกลุ่มฮามาสเท่านั้นที่ตระหนักถึงแผนการอันสูงสุด และ “พวกเขาน่าจะขอให้กลุ่มอื่นเข้าร่วม เมื่อวันนั้นมาถึง”

แอเดรียส์ เครก อาจารย์อาวุโสด้านการศึกษาความปลอดภัยที่คิงส์ คอลเลจ ลอนดอน กล่าวกับบีบีซีว่า “แม้มีการวางแผนแบบรวมศูนย์ แต่ปฏิบัติการจริงเป็นแบบไม่รวมศูนย์ แต่ละหน่วยย่อยจะดำเนินการตามแผนที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะสม”

เขายังบอกด้วยว่า จากการพูดคุยกับคนที่อยู่ในกลุ่มฮามาสซึ่งรู้สึกประหลาดใจกับความอ่อนแอในการป้องกันของอิสราเอล ได้ประเมินว่าทางกลุ่มติดอาวุธน่าจะใช้การสื่อสารแบบออฟไลน์ เพื่อเลี่ยงการสอดแนมของอิสราเอล

ฮิวจ์ โลวัตต์ นักวิเคราะห์ตะวันออกกลางแห่งสมาพันธ์ระหว่างประเทศแห่งยุโรป กล่าวว่า อิสราเอลอาจตระหนักถึงการซ้อมรบร่วมกันของกลุ่มติดอาวุธก็จริง แต่ “สรุปแบบผิด ๆ” โดยประเมินว่าการซ้อมรบดังกล่าวเทียบเท่ากับกิจกรรม “มาตรฐานทั่วไป” ของกลุ่มติดอาวุธในดินแดนปาเลสไตน์ แทนที่จะ “บ่งชี้ว่าการโจมตีครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น”

เมื่อสอบถามไปยังกองกำลังป้องกันอิสราเอล เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่ระบุในบทความชิ้นนี้ พวกเขาระบุว่า “ขณะนี้กำลังมุ่งเน้นไปที่การกำจัดภัยคุกคามจากองค์กรก่อการร้ายฮามาส” และคำถามที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น “จะถูกพิจารณาภายหลัง”

อาจต้องใช้เวลาหลายปี กว่าอิสราเอลจะพิจารณาอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาพลาดโอกาสป้องกันการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ต.ค. หรือไม่

ผลสะเทือนของเรื่องนี้ต่อกองทัพ หน่วยข่าวกรอง และรัฐบาลอิสราเอล อาจรุนแรงระดับคล้ายแผ่นดินไหว

รายงานเพิ่มเติมโดย พอล บราวน์, กุมาร์ มโหทรา และ อับดิราฮีม ซาอีด