"ส่งพวกเขากลับบ้านไป" กระแสฝ่ายขวา-ชาตินิยมในสหราชอาณาจักร มีสาเหตุมาจากอะไร

Protesters wave Union Jack and St George's England flags during the Unite The Kingdom rally on Westminster Bridge by the Houses of Parliament on 13 September 2025 in London, England

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ซึ่งถูกเรียกว่า "รวมอาณาจักรให้เป็นหนึ่งเดียว (Unite the Kingdom)" ถือเป็นหนึ่งในการประท้วงฝ่ายขวาจัดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร ตามรายงานขององค์กรการกุศลต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ โฮป นอท เฮท (Hope Not Hate)
    • Author, เซลิน กิริต
    • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส

ตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรเต็มไปด้วยความตึงเครียดทางการเมือง เนื่องจากมีการประท้วงตามโรงแรมที่พักของผู้ขอลี้ภัยทั่วประเทศ ธงชาติหลายพันผืนถูกแขวนตามสะพานหรือเสาไฟ ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปทางขวาอย่างสุดโต่ง และล่าสุดคือการเดินขบวนต่อต้านผู้อพยพในใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากถึง 150,000 คน

ขนาดของเหตุการณ์เหล่านี้ โดยเฉพาะการประท้วงครั้งล่าสุดที่นำโดย ทอมมี โรบินสัน นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัดผู้อื้อฉาว ได้จุดประกายการถกเถียงขึ้นมาอีกครั้งว่า ฝ่ายขวาจัดกำลังได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้นในสหราชอาณาจักรหรือไม่

ดูเหมือนว่าปรากฏการณ์นี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางการเมืองของยุโรปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยพรรคการเมืองที่ถูกจัดว่าเป็นฝ่ายขวากำลังเป็นผู้นำรัฐบาลในอิตาลีและฮังการี และกำลังสร้างพันธมิตรในออสเตรีย สวีเดน และฟินแลนด์ ขณะที่ในฝรั่งเศส เยอรมนี โปรตุเกส และเบลเยียม พรรคฝ่ายขวาก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในฐานะฝ่ายค้านเช่นกัน

เหตุการณ์ล่าสุดในสหราชอาณาจักร อาจเป็นสัญญาณว่าประเทศนี้จะเป็นประเทศประชาธิปไตยชาติตะวันตกอีกแห่ง ที่จะได้เห็นการขยายตัวของการเมืองฝ่ายขวาแบบประชานิยมหรือไม่ ?

กระแสขวาจัดแข็งแกร่งมากขึ้น

การชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีชื่อว่า "รวมอาณาจักรให้เป็นหนึ่งเดียว (Unite the Kingdom)" ถือเป็นหนึ่งในการประท้วงของฝ่ายขวาจัดที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ตามรายงานขององค์กรการกุศลต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ โฮป นอท เฮท (Hope Not Hate)

ในการชุมนุมมีการตะโกนว่า "ส่งพวกเขากลับบ้านไป" และมีการนำธงชาติอังกฤษจำนวนมากมาโบกสะบัดอยู่ทั่วบริเวณ

ส่วนผู้ประท้วงบางคนถือภาพของ ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยมชาวอเมริกันที่ถูกลอบสังหารเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

การชุมนุมดังกล่าวมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีการกล่าวสุนทรพจน์จากบุคคลที่ค่อนข้างอื้อฉาวหลายคน รวมถึงมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่าง อีลอน มัสก์ ซึ่งออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษยุบสภา และเปลี่ยนรัฐบาลที่นำโดยพรรคแรงงานชุดปัจจุบัน

Protesters at the Unite the Kingdom rally are held back by police officers, in central London, UK, on 13 September 2025

ที่มาของภาพ, EPA/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระหว่างการประท้วงของฝ่ายขวาจัดใจกลางกรุงลอนดอน โดยสำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 26 นาย

นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร ประณามความรุนแรงและถ้อยคำที่ใช้ในการชุมนุม โดยกล่าวว่า "เราจะไม่มีวันยอมยกธงชาติของเรา ให้กับผู้ที่ใช้มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความแตกแยก"

จูเลีย เอบเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำให้เกิดแนวคิดสุดโต่งจากสถาบันเพื่อการเจรจาเชิงกลยุทธ์ (Institute for Strategic Dialogue) และจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ดูเหมือนว่าแนวคิดฝ่ายขวาจะเข้าสู่กระแสหลักของการถกเถียงในสหราชอาณาจักรแล้ว

"ทอมมี โรบินสัน เคยเป็นบุคคลชายขอบเมื่อสิบปีก่อน" เธอกล่าว "แต่ตอนนี้เขากลายเป็นบุคคลที่ทรงพลังและมีอิทธิพล ซึ่งขยายฐานผู้ติดตามของเขาออกไปไกลกว่าฝ่ายขวาจัดแบบดั้งเดิม"

เธอกล่าวว่า การที่โรบินสันแสดงให้เห็นว่าสามารถระดมผู้คนได้มากถึง 150,000 คน และดึงดูดบุคคลที่มีอิทธิพลอย่าง อีลอน มัสก์ ได้ทำให้การเดินขบวนครั้งล่าสุดกลายเป็นการแสดงความแข็งแกร่งของฝ่ายขวาจัด

ตามข้อมูลจาก เอซีแอลอีดี (ACLED) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ติดตามความขัดแย้งและวิเคราะห์ข้อมูลการประท้วงทั่วโลก ระบุว่ามีการชุมนุมของฝ่ายขวาจัดและต่อต้านผู้อพยพในสหราชอาณาจักรถึง 180 ครั้งในปีที่ผ่านมา

กระแสต่อต้านผู้อพยพเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะหลังเกิดเหตุจลาจลในเมืองเซาท์พอร์ตทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมีเหตุการณ์แทงเด็กสามคนเสียชีวิตในชั้นเรียนสอนการเต้น โดยเกิดการประท้วงที่ถูกกระตุ้นจากข้อมูลปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์ที่กล่าวหาว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย

จูเลียเน้นย้ำถึงบทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ที่ช่วยขยายแนวคิดฝ่ายขวาจัด โดยชี้ว่าอัลกอริทึมมีแนวโน้มส่งเสริมเนื้อหาสุดโต่ง ทำให้ข้อมูลเท็จและทฤษฎีสมคบคิดแพร่กระจายได้เร็วกว่าข่าวสารที่อิงข้อเท็จจริง

"สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาแทนที่แหล่งข่าวแบบดั้งเดิมสำหรับหลายคน" จูเลีย กล่าว "อัลกอริทึมได้สร้างสภาพแวดล้อมของข้อมูลที่มีอคติอย่างมาก ซึ่งแหล่งข้อมูลและข้อความที่สุดโต่งที่สุดจะได้รับการขยายออกไปมากที่สุด"

ความกังวลเรื่องผู้อพยพ

Far-right activists hold an Enough is Enough protest on 2 August 2024 in Sunderland, England

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การเพิ่มขึ้นของแนวคิดฝ่ายขวาจัด เกิดจากการผสมผสานของหลากปัจจัยที่ซับซ้อน

ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องกันว่า การเพิ่มขึ้นของแนวคิดฝ่ายขวาจัดเกิดจากการผสมผสานของหลากปัจจัยที่ซับซ้อน เช่น ความผิดหวังต่อพรรคการเมืองกระแสหลัก การพูดคุยในสังคมเกี่ยวกับผู้อพยพที่เข้มข้นขึ้น และความกังวลด้านเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เดินทางเข้ามายังอังกฤษทางเรือเล็กอย่างผิดกฎหมายก็มีบทบาทสำคัญในประเด็นนี้เช่นกัน

"ผู้คนเห็นว่าความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น และในบางพื้นที่บริการสาธารณะกำลังเสื่อมถอย พวกเขากลัวว่าตัวเองจะมีชีวิตแย่ลงในอีก 10 ปีข้างหน้า" สไตน์ ฟาน เคสเซล ศาสตราจารย์ด้านการเมืองเปรียบเทียบจากมหาวิทยาลัยควีนแมรีแห่งกรุงลอนดอน กล่าว

"มีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจตกต่ำ และผู้คนมักเชื่อมโยงสิ่งนั้นเข้ากับปัญหาผู้อพยพ ข้อความของฝ่ายขวาจัดคือ [ถ้าต้องการ] ปกป้องงานและรัฐสวัสดิการ เราจำเป็นต้องหยุดการอพยพ [เข้ามายังอังกฤษ]" เขากล่าวกับบีบีซี

เมื่อไม่นานมานี้ ประเด็นเกี่ยวกับโรงแรมที่ใช้เป็นที่พักของผู้ขอลี้ภัยกลายเป็นข่าวใหญ่ในสหราชอาณาจักร โดยมีการต่อสู้ทางกฎหมายจากสภาท้องถิ่นที่คัดค้านการใช้งานโรงแรมเหล่านี้ และการประท้วงจากชุมชนที่กังวลเรื่องความปลอดภัยและค่าใช้จ่าย

มีผู้ยื่นขอลี้ภัยในสหราชอาณาจักรทั้งหมด 111,000 คนในช่วงหนึ่งปีซึ่งสิ้นสุดในเดือน มิ.ย. 2025 นี่ถือเป็นการเพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน ตามสถิติของรัฐบาลอังกฤษ

นักการเมืองอาจพูดว่า "'เราจำเป็นต้องจัดการเรื่องการอพยพหรือการขอลี้ภัยให้ดีขึ้น แต่เราก็ต้องการผู้อพยพเพื่อให้มีบุคลากรมาทำงานในภาคสาธารณสุขเช่นกัน' แต่ข้อโต้แย้งข้อหลังนี้ แทบจะไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกแล้ว" ศาสตราจารย์ฟาน เคสเซล กล่าว

ด้านจูเลียเสริมว่า การเพิ่มขึ้นของวาทกรรมฝ่ายขวาจัดไม่ได้เกิดจากการถกเถียงเรื่องการอพยพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

"มันยังเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องเพศและสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) การดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเสรีภาพในการพูดและการแสดงออก มีชุดประเด็นหลากหลายที่ฝ่ายขวาจัดมักจะยืนอยู่ตรงข้ามกับสถานะเดิมที่เป็นอยู่ และสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า 'สถาบันดั้งเดิม (establishment)'" เธอกล่าว

การผงาดขึ้นของพรรคปฎิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK)

การผงาดขึ้นของพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) ของ ไนเจล ฟาราจ ยิ่งตอกย้ำประเด็นถกเถียงที่ว่าฝ่ายขวาจัดกำลังมีอิทธิพลในประเทศมากขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

แม้ว่าฟาราจจะวางตัวอย่างมีระยะห่างกับ ทอมมี โรบินสัน และกลุ่มขวาจัด แต่จุดยืนที่แข็งกร้าวของพรรค Reform UK เกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพ ก็แทบไม่ต่างจากวาทกรรมของกลุ่มขวาจัดที่นำโดยโรบินสัน

Leader of Reform UK Nigel Farage cheers while addressing supporters and the media at Staffordshire County Showground after Reform won control of Staffordshire County Council winning 49 out of 62 seats available with 41% of the overall votes on May 2, 2025 in Stafford, United Kingdom.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ไนเจล ฟาราจ ผู้นำพรรค Reform UK ยกย่องชัยชนะที่ "ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" หลังจากเอาชนะทั้งพรรคแรงงานและพรรคอนุรักษนิยมได้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเดือน พ.ค.

พรรค Reform UK สามารถรักษาคะแนนนำอย่างมั่นคงได้ในผลสำรวจความคิดเห็น โดยผลสำรวจของอิปซอสส์ (Ipsos) ที่จัดทำในช่วง พ.ค.-มิ.ย. ปีนี้ ระบุว่ามีผู้สนใจโหวตให้พรรคและตั้งใจโหวตให้พรรครวมกัน 34% ซึ่งนำหน้าพรรคแรงงานที่เป็นรัฐบาลอยู่ถึง 9 จุด

ความสำเร็จในการเลือกตั้งของพรรค Reform UK อันรวมถึงชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งล่าสุด และการกวาดคะแนนเสียงจำนวนมากในการเลือกตั้งท้องถิ่นในอังกฤษที่ผ่านมา บ่งชี้ถึงความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้นในการมองหาทางเลือกใหม่แทนพรรคกระแสหลัก

"ประเด็นเรื่องผู้อพยพมีบทบาทสำคัญพอ ๆ กับปัจจัยอื่น ๆ ในการกระตุ้นการเติบโตของพรรค Reform UK" ศาสตราจารย์โทนี เทรเวอร์ส นักวิเคราะห์การเมืองจากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ลอนดอน กล่าว และเสริมว่า ความเบื่อหน่ายของประชาชนต่อพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเช่นกัน

"ผมคิดว่าผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากที่ลงคะแนนให้พรรค Reform UK รู้สึกเบื่อหน่ายกับพรรคอนุรักษนิยมและพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคหลักของการเมืองอังกฤษมานานเกือบศตวรรษ" เขากล่าว

"ดังนั้น การลงคะแนนให้พรรค Reform UK จึงเป็นวิธีหนึ่งในการสั่งสอนพรรคเหล่านั้น เป็นเหมือน 'ความโกรธแค้นต่อเครื่องจักร' ผู้คนรู้สึกว่าพวกเขาต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้เสียงของตนเองได้รับการรับฟัง"

การทำให้แนวคิดฝ่ายขวาจัดกลายเป็นเรื่องปกติ

ศาสตราจารย์ฟาน เคสเซล ระบุว่า สภาพแวดล้อมทางการเมืองในปัจจุบัน กำลังนำไปสู่การทำให้แนวคิดฝ่ายขวาจัดกลายเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากพรรคการเมืองกระแสหลักเริ่มนำแนวทางและข้อความของฝ่ายขวาจัดมาใช้มากขึ้น เพื่อหวังดึงคะแนนเสียงกลับคืนมา

แต่เขาเตือนว่ากลยุทธ์นี้มักจะส่งผลย้อนกลับมากกว่าจะได้ผลตามที่ตั้งใจไว้

Keir Starmer speaking in a news conference

ที่มาของภาพ, EPA/Bloomberg via Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ กล่าวว่าเขารู้สึกเสียใจที่กล่าวว่าสหราชอาณาจักรเสี่ยงจะกลายเป็น "เกาะของคนแปลกหน้า" ในสุนทรพจน์เกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐาน

"การพยายามแข่งขันในพื้นที่ของฝ่ายขวาจัด ด้วยการแสดงออกว่าเข้มงวดต่อเรื่องผู้อพยพ จะยิ่งทำให้ประเด็นการอพยพยังคงอยู่ในวาระทางการเมือง และท้ายที่สุดจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายขวาจัด" ศ.ฟาน เคสเซล กล่าว

"นักการเมืองกระแสหลักที่มีอำนาจสามารถปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับผู้อพยพได้ โดยไม่จำเป็นต้องเลียนแบบวาทกรรมรุนแรงของฝ่ายขวาจัด" เขากล่าวเสริม

ด้านจูเลียเห็นด้วยว่าการรับมือกับฝ่ายขวาจัดต้องทำมากกว่าการควบคุมวาทกรรม และต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความไม่พอใจที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดการสนับสนุน

"ผู้ที่สนับสนุนฝ่ายขวาจัดมาจากพื้นฐานอันหลากหลาย" เธอกล่าว "เราจำเป็นต้องรับฟังความกังวลของพวกเขาโดยไม่จำเป็นต้องสะท้อนจุดยืนที่สุดโต่ง"

นอกจากนี้ เธอยังเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบดิจิทัล

"สิ่งสำคัญคือ การเรียกร้องความโปร่งใสและความรับผิดชอบจากแพลตฟอร์มเทคโนโลยี" เธอกล่าว

"รัฐบาลสามารถทำอะไรได้มากมายเพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันดิจิทัล ฉันคิดว่าสิ่งสำคัญคือการตระหนักถึงเรื่องทางจิตวิทยาในช่องทางออนไลน์ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่ออัตลักษณ์ของเรา ส่งผลต่อพลวัตของกลุ่มและสังคมโดยรวมอย่างไร"

กุญแจสำคัญคือการเติบโตทางเศรษฐกิจ

Protesters displaying St. George's and Union flags gather during a 'Unite the Kingdom' rally in central London, Britain, 13 September 2025.

ที่มาของภาพ, EPA/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเราอาจเห็นความรุนแรงทางการเมืองและการบั่นทอนสถาบันประชาธิปไตยเพิ่มขึ้น หากกระแสขวาจัดยังคงเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าการเพิ่มขึ้นของฝ่ายขวาจัดยังคงดำเนินต่อไปในสหราชอาณาจักร แล้วจุดยืนทางการเมืองแบบกลาง ๆ จะยังคงอยู่ได้หรือไม่ ?

จูเลียเน้นถึงความเสี่ยงหลักสองประการด้วยกัน ประการแรกคือความรุนแรงทางการเมือง และประการต่อมาคือการกัดกร่อนของสถาบันประชาธิปไตย

ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์เทรเวอร์สเสนอว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจเป็นวิธีรับมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดต่อการเพิ่มขึ้นของฝ่ายขวาจัด

"ปัญหาหลักคือ สหราชอาณาจักรแทบไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเลย รัฐบาลไม่สามารถกู้เงินเพิ่มได้มากนัก ไม่สามารถขึ้นภาษีประชาชนได้ และผู้คนรู้สึกว่ารายได้ที่สามารถใช้จ่ายได้ของตนเองลดลง" เขากล่าว

"นั่นคือจุดที่เป็นคำตอบที่แท้จริง การเมืองทั้งหมดเริ่มต้นจากปัญหาในระดับท้องถิ่น" เขากล่าวเสริมกับบีบีซี