เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. : ตามชัชชาติ-สกลธี-สุชัชวีร์หาเสียงโค้งสุดท้าย คุยกับโหวตเตอร์ที่พร้อมเลือก แม้ไม่รู้นโยบาย

PRทีมชัชชาติ/สุชัชวีร์/สกลธี

ที่มาของภาพ, PRทีมชัชชาติ/สุชัชวีร์/สกลธี

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เหลือเวลาอีกเพียง 16 วัน คนกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะได้เข้าคูหาเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. คนใหม่ บีบีซีไทยติดตามสามผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่สามตลาดในสามเขตรอบกรุง เพื่อขอคะแนนเสียงจากพ่อค้า แม่ขาย และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า พร้อมพูดคุยกับประชาชนที่มีโอกาสสบตา-สนทนากับผู้สมัครผู้ว่าฯ ตัวเป็น ๆ

ที่น่าสนใจคือประชาชนบางส่วนที่ตัดสินใจแล้ว หรือมีรายชื่อพ่อเมืองในดวงใจแล้ว กลับไม่สามารถระบุถึงนโยบายหาเสียงของผู้สมัครได้แม้แต่นโยบายเดียว

ผู้สมัครบางรายยอมรับว่าคำขวัญรณรงค์อาจติดหู แต่ประชาชนยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร

ใครเน้นพูด ใครเน้นฟัง ใครสร้างการจดจำ-ประทับใจ จนโหวตเตอร์อยากลงคะแนนให้ จากบรรทัดนี้มีคำตอบ

สิ่งที่ชัชชาติได้ในระหว่างถูกขอถ่ายรูปคู่

"อดีต 'รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี' วันนี้มาย่ำ มาเยือน มาพบพี่น้องแล้วครับ"

"ขอโอกาสให้ 'คนจริง' ได้ทำงาน 22 พฤษภา เข้าคูหากาเบอร์ 8 บัตรสีน้ำตาล เลือกชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ กทม."

"เลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 9 ปี ส่งชัชชาติไปทำหน้าที่ 'สร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน' ครับ"

เด็กหนุ่มผู้รับหน้าที่ประหนึ่ง "โฆษก" ทีมหาเสียงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วผ่านโทรโข่ง โดยจงใจใส่คำสำคัญที่สรุปได้ทั้งภาพจำ ตัวตน คำขวัญรณรงค์ผ่านประโยคสั้น ๆ และไม่ลืมสอดแทรกข้อควรรู้ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งให้ชาวเขตดินแดง-ราชเทวีที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าที่ตลาดศรีวานิช (ตลาดวัดตะพาน) ได้ยินได้ฟังด้วย

Chatchart

ที่มาของภาพ, PRทีมชัชชาติ

คำบรรยายภาพ, เหตุที่ทีมชัชชาติต้องสละเสื้อยืดสีดำที่สกรีนข้อความว่า "ทำงาน ทำงาน ทำงาน" แล้วมาสวมเสื้อสีขาวแทน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมาย เพราะเสื้อดังกล่าวจัดทำและแจกจ่ายโดยทีมเพื่อนชัชชาติ ตั้งแต่ยังไม่มีประกาศ กกต. กำหนดวันเลือกตั้ง และยังไม่มีการแจ้งชื่อผู้ช่วยหาเสียง

เมื่อเสียงจากโทรโข่งเบาลงตามระยะทางที่คนหัวขบวนเคลื่อนห่างออกไป ชัชชาติก็ปรากฏกายในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว มีหมายเลขประจำตัวผู้สมัครปักอยู่ที่อกด้านซ้าย ส่วนด้านหลังปักชื่อตัวเอาไว้ สวมกางเกงสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ แม้แต่หน้ากากอนามัยก็คุมโทนเป็นสีเดียวกัน นี่คือ "ชุดลงพื้นที่-ออกสื่อ" ของชายวัย 55 ปีนับจากวันสมัครรับเลือกตั้งเมื่อ 31 มี.ค.

"ฝากด้วยนะครับ" คือประโยคติดปากของชัชชาติขณะยื่นเอกสารแนะนำตัวและแสดงวิสัยทัศน์ให้คนตรงหน้า

ทว่าเวลาส่วนใหญ่ของผู้สมัครรายนี้หมดไปกับการถ่ายรูปคู่กับพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่เปิดกล้องสมาร์ทโฟนรอคอยเขาอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ถึงขนาดเตรียมทีมงานไว้หนึ่งคนที่พร้อมเสมอในการให้บริการถ่ายรูปคู่กับชัชชาติ ส่วนใหญ่ร่วมกันชูนิ้วโป้งทำท่า "เยี่ยม" หรือขอ "ชนกำปั้น" นี่ดูจะกลายเป็นกิจกรรมหลักขณะชัชชาติลงพื้นที่ในเช้าวันที่ 5 พ.ค.

การเดินเท้าจากปากซอยถึงวัดทัศนารุณสุนทริการาม (วัดตะพาน) ระยะทางเพียง 190 เมตร ซึ่งปกติใช้เวลาเพียง 2 นาที จึงกินเวลายาวนานถึงครึ่งชั่วโมง

อย่างไรก็ตามชัชชาติไม่ปล่อยให้ช่วงโพสต์ท่ารอช่างภาพกดมือถือต้องสูญเปล่า เขาใช้ช่วงไม่กี่วินาทีนั้นเปิดบทสนทนา-สร้างปฏิสัมพันธ์กับประชาชนแทบทุกคนที่มาขอถ่ายรูปด้วย ด้วยการยิงคำถามสั้น ๆ ตอบได้ง่าย ๆ เช่น ไปไหนมา? ทำงานแถวไหน? บ้านอยู่ไหน? มายังไง? เรียนอะไร? ขายอะไร? ขายได้ไหม?

"ต้องกาเบอร์ 8 แล้ว พรรคแพ็กไม่ต้องไปเอาแล้ว" แม่ค้าขายพริกพูดกับเพื่อนเสียงดัง หลังถ่ายรูปและรับเอกสารแนะนำตัวจากชัชชาติ

แม้การยิงคำถามแบบรัว ๆ จากหลังหน้ากากอนามัยสีดำ ไม่อาจทำให้คนแปลกหน้ารู้จักกันอย่างลึกซึ้ง แต่บีบีซีไทยเข้าใจว่าประโยชน์ขั้นต่ำที่ชัชชาติได้คือการสำรวจพื้นฐานอาชีพ พื้นที่ รายได้ รวมถึงปัญหาของประชาชนที่มีแนวโน้มตอบสนองต่อเขาในเชิงบวก

เด็กน้อยวัย 13 ขวบ (เสื้อสีเขียว) วนมาถ่ายรูปกับชัชชาติถึงสามรอบขณะเขาเดินหาเสียง

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, เด็กน้อยวัย 13 ขวบ (เสื้อสีเขียว) วนมาถ่ายรูปกับชัชชาติถึงสามรอบขณะเขาเดินหาเสียง

แต่กับบางประเด็นที่ต้องการทดลอง-ทดสอบสมมติฐาน ชัชชาติเลือกโยนโจทย์เดียวกันใส่กลุ่มเป้าหมายหลายคน เช่น การทัก-ถามแม่ค้าอย่างน้อยสี่คนว่ามีเทศกิจมาวุ่นวายอะไรไหม? โดนเทศกิจไล่ไหม?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ชัชชาติขยายความระหว่างตอบข้อซักถามของบีบีซีไทยว่าได้รับข้อมูลจากแม่ค้าว่าต้อง "จ่ายค่าปรับทุกเดือนเหมือนมีใบเสร็จ เหมือนเป็นค่าเช่า" จากการตรวจสอบพบว่า ปีที่ผ่านมา แม่ค้าต้องจ่ายค่าปรับให้กับเทศกิจ 100 ล้านบาท โดยเงินครึ่งหนึ่งแบ่งเข้ารัฐ แต่ไม่เคยนำมาพัฒนาเมือง ส่วนอีกครึ่งเป็นรางวัลนำจับ หรือ 50 ล้านบาท จึงเห็นว่า กทม. ต้องทบทวนวิธีปฏิบัตินี้ว่าเหมาะสมหรือไม่ มันเอื้อต่อการประกอบอาชีพของประชาชน หรือเป็นต้นทุนของประชาชนที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

"เราก็รู้ว่าชัชชาติมาในนามของใคร" เสียงจากพ่อค้าผู้เลือกแล้ว

แผนหาเสียงจุดนี้เดินมาถึงจุดสิ้นสุดหน้าวัดตะพาน แม่ค้าขายปลาปล่อยหน้าวัดร้องขอให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ ช่วยแก้ระบบน้ำและขยะ โดยชี้ชวนให้ชัชชาติไปดูขยะที่ลอยอยู่ในคลองสามเสน

"ถ้าคลองสกปรก คนมาทำบุญ เขาก็ไม่อยากซื้อปลาไปปล่อย" เทวี วงศ์วิลาศ เจ้าของร้านปลาปล่อย "ป้าวี" กล่าวกับบีบีซีไทย

หญิงวัย 72 ปี เป็นอดีตลูกจ้างของ กทม. นาน 37 ปี ก่อนผันตัวมาขายปลาปล่อยหลังเกษียณ เคยมีรายได้เฉลี่ย 6,000-7,000 บาท/วัน ในยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ที่เธอระบุว่า "เศรษฐกิจเฟื่องฟูมาก" แต่วานนี้เธอขายปลาได้เพียง 700 บาท

แม้ออกตัวว่าไม่รู้จักชัชชาติ ไม่รู้ว่านำเสนอนโยบายอะไรเพื่อคนกรุง แต่เทวีตั้งใจจะลงคะแนนให้ผู้สมัครรายนี้

"ลูกชายคนโตเคยบรรยายให้ฟังว่าชัชชาติมีพี่เป็นหมอ ฐานะมั่นคง ดูแลตัวเองได้ เขาคงไม่มาเบียดเบียนประชาชน ตอนนั้นป้าบอกขอคิดดูก่อน แต่วันนี้เห็นตัวจริงแล้วเลือกเลย อย่างน้อยก็มาให้เห็นหน้า ลองคนใหม่ ๆ มั่ง"

หญิงผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขตราชเทวีเล่าว่า สมัยก่อนคนละแวกบ้านเธอเลือกพรรคประชาธิปัตย์ (ปปช.) เป็นส่วนใหญ่ เพราะเห็นแก่ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้า ปชป. ซึ่งมีบ้านพักอยู่ในซอยหมอเหล็ง ที่มักมาทำบุญและพูดคุยกับแม่ค้า แต่กับ จุรินทร์ ลักษวิศิษฏ์ หัวหน้า ปชป. "ไม่เคยเห็นหน้าเลยนะ แล้วใครจะไปเลือกล่ะ"

เอกสารแนะนำตัวของชัชชาติถูกจัดเตรียมไว้แจกจ่ายให้ประชาชน ประมาณ 4,000 ฉบับ ต่อการหาเสียงครึ่งวัน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, เอกสารแนะนำตัวของชัชชาติถูกจัดเตรียมไว้แจกจ่ายให้ประชาชน ประมาณ 4,000 ฉบับ ต่อการหาเสียงครึ่งวัน

บีบีซีไทยสอบถามชาวตลาดวัดตะพานหลายคนระบุตรงกันว่า มีผู้สมัครผู้ว่าฯ เข้ามาหาเสียงเพียงสองคน นอกจากชัชชาติ มี วรัญชัย โชคชนะ ผู้สมัครอิสระ ขี่จักรยานมาพบประชาชน

พ่อค้าขายข้าวแกงวัย 77 ปี เป็นอีกคนที่มีโอกาสพูดคุยกับชัชชาติซึ่งเข้ามาไถ่ถามว่าขายของได้ดีไหม และตั้งใจจะเลือกผู้สมัครที่เพิ่งพบหน้าเป็นผู้ว่าฯ คนใหม่

ในฐานะ "คอข่าว" ที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองทุกวันผ่านหนังสือพิมพ์สองฉบับและโทรทัศน์สองช่อง ทำให้รู้ว่าชัชชาติเป็นเต็งหนึ่งในโพลหลายสำนัก "ถ้าไม่ดีจริง เขาคงไม่ได้อันดับหนึ่งทุกโพล" แต่ถึงกระนั้น เขายังไม่รู้-ยังไม่ได้อ่านนโยบายของชัชชาติเพราะเพิ่งได้แจกรับเอกสาร แต่คิดว่าถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว

"ถ้าไปเลือกอัศวิน (ขวัญเมือง) เหมือนได้ประยุทธ์ (จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) เลย ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้เกลียดเขานะ ไม่ได้เกลียดทั้งอัศวิน ทั้งประยุทธ์ แต่ในเมื่อคุณทำมาแล้วอะ แล้วทำดีแค่ 50% ก็ให้คนอื่นเขามาทำเหอะ มีอย่างที่ไหน อุโมงค์ยักษ์บางซื่อ ฝนตกทีไร ไฟดับทุกที โถ.." ชายชราผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อกล่าว

ส่วนเสียงวิจารณ์เรื่อง "ข้ามาคนเดียว" ของผู้สมัครอิสระที่ไร้ทีม-ไร้ ส.ก. ไม่ทำให้โหวตเตอร์วัยเก๋ากังวลใจ เขาอธิบายว่า "แหม เราก็รู้ว่าชัชชาติมาในนามของใคร ถ้า ส.ก. ก็ต้องเลือกเพื่อไทย"

ชัชชาติเป็นอดีต รมว.คมนาคม และอดีตนายกฯ ในบัญชีของเพื่อไทย ที่ลาออกจาการเป็นสมาชิกพรรคนับจากเปิดตัวชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปลายปี 2562 แต่ถึงกระนั้นก็ยังถูกสังคมตั้งคำถามเรื่อง "อิสระไม่จริง"

เจ้าตัวจึงขอ "ยืนยัน นั่งยัน นอนยันหนที่ 550 ว่าเป็นอิสระแน่นอน ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเพื่อไทยเลย"

สกลธีหาเสียงเคียงผู้สมัคร ส.ก. จาก พปชร.

สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครในนามอิสระ ใช้เวลาครึ่งวันเช้าพบปะประชาชนในสามตลาด ซึ่งเป็นแนวทางที่เขาใช้มาอย่างต่อเนื่องนับจากเปิดตัวชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ นั่นคือ เช้า ลงพื้นที่ บ่าย ทำคอนเทนต์ลงโซเชียลในแพลตฟอร์มต่าง ๆ

"โพลที่ดีที่สุดของผมคือโพลตัวเอง" และ "ผมก็คงหาเสียงให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด คนที่รู้จักผมอยู่แล้ว เขามั่นใจว่าผมเป็นคนที่ทำงานตามสมควร" สกลธีกล่าวกับบีบีซีไทยถึงแผนรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย

ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ กับผู้สมัคร ส.ก. สังกัด พปชร.

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, สกลธีบอกบีบีซีไทยว่า เตรียมเปิดตัวทีมผู้สมัคร ส.ก. ที่สนับสนุนเขาบนเวทีปราศรัยช่วงโค้งสุดท้ายในจำนวนนี้สังกัด พปชร. ราว 25 คน

แปดโมงเช้าวันอังคาร (3 พ.ค.) ผู้สมัครวัย 44 ปี เดินทางถึงตลาดซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 เขตบางกอกน้อย โดยมีคณะของ ภัณฑ์ธิรา ณิชยสุรีย์กุล ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่ สังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนรอรับอยู่ที่ปากซอย

ป้ายรณรงค์หาเสียง "กรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้" และ "เลือกสกลธีเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ" ของคณะใหญ่ถูกจัดวางให้อยู่ในช่วงหัวขบวน โดยมีทีม "พลังกรุงเทพฯ พลังประชารัฐ" ต่อแถวร่วมเป็นขบวนเดียวกันตลอดระยะเวลาราวชั่วโมงครึ่งที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ และผู้สมัคร ส.ก. เดินขอคะแนนเสียงจากประชาชนที่อยู่ตามอาคารพาณิชย์สองข้างทาง

ชายวัยกลางคนซึ่งสวมเสื้อแจ็คเก็ตมีตราสัญลักษณ์ พปชร. เป็นต้นเสียงนำตะโกน "สกลธีเบอร์ 3" และ "ผู้ว่าฯ เบอร์ 3" ซึ่งบีบีซีไทยทราบในเวลาต่อมาว่าเขามีบ้านพักอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 5 และเป็นผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคแกนนำรัฐบาล

"(ผู้สมัคร) ผู้ว่าฯ มีจังหวะมาเจอกันพอดี เราก็ช่วยกัน เราเลยพาเขาเข้าซอยมาด้วย"

"อดีตรองผู้ว่าฯ มาขอคะแนน... เบอร์ 3 มาแนะนำตัว เข้าคูหากาเบอร์ 3"

ผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่ พปชร. กล่าวผ่านโทรโข่งเพื่อขอคะแนนให้ทั้ง สกลธี-ภัณฑ์ธิรา ซึ่งจับสลากได้หมายเลขเดียวกัน

การได้คนในพื้นที่เป็นตัวช่วย น่าจะช่วยผ่อนแรงให้ สกลธี อดีตกรรมการบริหาร พปชร. ไม่มากก็น้อย เขาเพียงแต่ไหว้ประชาชนอย่างนอบน้อม ส่งเอกสารแนะนำตัวให้ พลางกล่าวว่า "สวัสดีครับ ฝากด้วยนะครับ" และ "สวัสดีครับ ผมสกลธีครับ" สลับกับการรับดอกกุหลาบสีชมพูที่มีผู้บรรจงจัดให้พอได้ถ่ายภาพสวยงาม

นาน ๆ ครั้งจึงจะหยุดพูดคุยกับคนข้างทางนานหลายนาที หนึ่งในนั้นคือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยเข้าไปถามถึงตราสัญลักษณ์พระเจ้าตากฯ ที่ปะอยู่หน้าอกเสื้อวิน

วินจรัญสนิทวงศ์ซอย 3 บอกกับบีบีซีไทยว่า "ไม่รู้จักมาก่อนว่าเขาคือใคร แต่ก็ดีนะที่เขามาทักทายเรา เพราะที่ผ่านมา มีคนใหญ่ ๆ โต ๆ มาหาเสียงแยะ แต่นี่เป็นคนแรกเลยที่มาคุยกับวิน"

อย่างไรก็ตามเขาไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะเป็นชาวนนทบุรีที่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างใน กทม. นาน 15 ปี แต่อยากฝากคำถามถึงผู้ว่าฯ คนต่อไปว่าจะช่วยลดครองชีพได้อย่างไรบ้าง "ผมไม่แน่ใจว่าเป็นอำนาจของผู้ว่าฯ หรือเปล่า เดี๋ยวนี้ค่าครองชีพสูงเหลือเกิน แต่หาเงินแต่ละบาทนี่ยากเหลือเกิน"

การ "ชูสามนิ้ว" ในแบบสกลธี

ที่มาของภาพ, Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, การ "ชูสามนิ้ว" ในแบบสกลธี

"ทำทันธี" ติดหู แต่คนไม่รู้ว่าจะทำอะไร

แต่สำหรับ อารีย์ อดีตช่างตัดเสื้อ วัย 70 ปี ซึ่งปัจจุบันเปิดร้านขายขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ หน้าตึกแถวตัวเอง เป็นทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผู้ติดตามผลงานของสกลธี

เธอยิ้มกว้าง ยืนรอจับมือทักทายหนุ่มแว่นเหลี่ยมจากหน้าร้านของเธอ และมิลืมร่วมชูสามนิ้วแบบ "โอเค" ตามสไตล์สกลธี

"ดีใจที่เขามา ป้าเคยเห็นแต่ในทีวี รู้จักเขาว่าทำงานกับผู้ว่าฯ คนเก่ามา ตั้งใจดี รู้งาน รู้จักข้าราชการ เป็นคนรุ่นใหม่" อารีย์บอกบีบีซีไทย

แล้วชื่นชอบนโยบายไหนของสกลธี? หญิงชราตอบเสียงแผ่วว่า "ไม่แน่ใจ แต่ได้ยินว่าขอทำต่อ ทำทันที เพราะมีหลายเรื่องที่ทำค้างไว้สมัยเป็นรองผู้ว่าฯ"

สอดรับกับข้อมูลจากสกลธีที่ว่า คำขวัญ "ทำทันธี" เป็นสิ่งที่ประชาชนจดจำได้ "เวลาเดินตลาด คนจะพูดใส่ผมว่า 'ทำทันธี ๆ' มันติดไง" แต่ถามว่าประชาชนรู้หรือไม่ว่าจะทำอะไรบ้าง ธียอมรับทันทีว่า "ไม่รู้"

ถึงขณะนี้ อารีย์ ซึ่งภูมิลำเนาเดิมอยู่ใน จ.ตรัง บอกว่ามีผู้ว่าฯ ในใจสองคนคือ สกลธี กับ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ซึ่งมีลักษณะตรงกันที่เป็นคนรุ่นใหม่ ตั้งใจดี มีความรู้

กับข่าวร้าย-กระแสลบที่เกิดขึ้นกับสองแคนดิเดต ไม่ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายนี้คลางแคลงใจ

  • สกลธี ถูกโจมตีว่าเป็นอดีตแกนนำ กปปส. ที่ชุมนุม "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" เมื่อปี 2557 : "ตอนนั้นเขาต้องออกมาช่วยกันนะ ไม่งั้นแย่เลย พวกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาะเข่ง ถ้าไม่ออกมา ป่านนี้ก็มีกฎหมายนั้นแล้ว แย่เลย"
  • ปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้า ปชป. และอดีต ผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกระทำอนาจารและข่มขืน : "อันนี้ไม่เกี่ยวเลยนะ คนละคนกับ ดร.เอ้ ป้าว่าคนกรุงเทพฯ แยกแยะได้นะ ถ้าป้าจะเลือก ป้าก็เลือกที่ตัวผู้ว่าฯ อะ"

"คนที่อยู่ในใจมีสองคน ขอดูอีกนิด จุดตัดสินใจคือ จะเลือกคนทำงาน ๆ ๆ" อารีย์กล่าว ซึ่งบังเอิญไปตรงกับภาพจำของผู้สมัครอีกคน

"ชัชชาติหรือ (หัวเราะในลำคอ) เขาเคยทำมาแล้ว เป็นรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ใช่หรือ แล้วมีผลงานอะไรบ้างอะ ถ้าเลือกชัชชาติ ก็เป็นคนเก่า แต่ถ้าเลือกสกลธี หรือ ดร.เอ้ นี่เป็นคนใหม่เลยนะ" โหวตเตอร์หญิงหลักเจ็ดกล่าว

สุชัชวีร์เปลี่ยนการ "มาสาย" เป็นช่องย้ำนโยบาย

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ "ดร.เอ้" ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สังกัด ปชป. เลือกช่วงเวลาก่อนเที่ยงซึ่งมีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก เดินหาเสียงที่ตลาดวังหลัง ใกล้กับ รพ.ศิริราช

เอ้-สุชัชวีร์ ขอคะแนนเสียงจากแม่ค้าตลาดวังหลัง เมื่อ 3 พ.ค.

ที่มาของภาพ, PRทีมสุชัชวีร์

คำบรรยายภาพ, เอ้-สุชัชวีร์ ขอคะแนนเสียงจากแม่ค้าตลาดวังหลัง เมื่อ 3 พ.ค.

ทีมหาเสียง ทั้ง ชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส.กทม. และอดีต ส.ก.เขตบางกอกน้อย นภาพล จีระกุล ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกน้อย จากพรรคเดียวกัน และทีมงานราว 20 ชีวิต รอสุชัชวีร์นานเกินครึ่งชั่วโมงจากเวลานัดหมาย โดยระหว่างนี้มีผู้บรรยายประวัติฉบับย่อของอดีตอธิการบดี สจล. ให้ผู้สัญจรผ่านไปมาได้ฟัง พร้อมเน้นย้ำว่า "ดร.เอ้ เป็นส่วนหนึ่งของคนพัฒนา กทม. แต่อยู่เบื้องหลัง บัดนี้ท่านอาสาเป็นตัวจริง"

ไม่นานนัก ชายวัย 50 ปี ที่แต่งตัวชุดเดียวกับที่อยู่ในแผ่นป้ายหาเสียง ก็โดดลงจากรถตู้คนงาม พลางออกตัวว่า "รถติดมากเลยครับ"

ปัญหาที่สุชัชวีร์ประสบกับตัว ถูกแปร-เปลี่ยนเป็นการตอกย้ำนโยบายที่เขาเสนอไว้ทันควัน โดยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าตั้งใจจะยกระดับ รพ. สังกัด กทม. ที่มีอยู่ 11 แห่งให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อแบ่งเบาภาระของ รพ.ศิริราช และทำให้ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ดูแลประชาชนในเขตให้ได้

เขายังตอกย้ำนโยบายนี้กับ "กลุ่มเป้าหมาย" เป็นหญิงสูงวัยที่สวมอุปกรณ์บล็อกหลัง ซึ่งยืนรอดูการเดินทางมาของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทั้งนี้สุชัชวีร์ได้ไถ่ถาม-ทำความรู้จักสตรีผมขาวเล็กน้อย ก่อนเอ่ยปากเรียกเธอว่า "คุณแม่" ทุกคำ

"คุณแม่มาหาหมอหรือครับ... คุณแม่มาจากไหน... เดินทางมายังไง... ตรงนั้นมี รพ.... แม่ของผมก็หาหมอที่นั่น แต่ผมตั้งใจจริง ๆ จะดูแลและพัฒนา รพ. รอบ ๆ กรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น คุณแม่จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลนะครับ" ดร.เอ้ยืมกุมมืออย่างสงบเสงี่ยมขณะพูดคุยกับหญิงชรา และมิลืมกล่าวส่งท้ายว่า "รักษาสุขภาพนะครับ"

หญิงที่สุชัชวีร์เรียกว่า "คุณแม่" โดยให้เหตุผลว่ารุ่นเดียวกับมารดาของเขา

ที่มาของภาพ, PRทีมสุชัชวีร์

คำบรรยายภาพ, หญิงที่สุชัชวีร์เรียกว่า "คุณแม่" โดยให้เหตุผลว่ารุ่นเดียวกับมารดาของเขา

จากนั้นสุชัชวีร์ได้เดินพบปะประชาชนในตลาด โดยมี "ส่วนล่วงหน้า" คอยกรุยทางและโหมโรงแจ้งประชาชนผ่านโทรโข่ง 3 คน 3 ชุด ว่าผู้สมัครผู้ว่าฯ สังกัดพรรคสีฟ้ามาขอเสียง พร้อมแจกเอกสารแนะนำตัวและเอกสารนโยบาย 32 หน้าให้แก่ประชาชน

"มาแล้วครับ ดร.เอ้ เบอร์ 4 มากับ ส.ก. นวพล"

"ดร. เอ้มาแล้ว คนเก่ง คนดี คนมีประสบการณ์มาแล้ว"

"รักใครชอบใครไม่ว่ากัน แต่เข้าคูหากาเบอร์ 4"

"ตัวจริง เสียงจริง อยู่หน้าร้านท่านแล้ว"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สุชัชวีร์มาขอคะแนนเสียงจากชาวบางกอกน้อยที่ตลาดวังหลัง เพราะเขาเคยมาแล้วหนหนึ่งตั้งแต่ยังไม่มีเบอร์

"เวลาเป็นแล้ว อย่าทิ้งแม่ค้านะคะ" หญิงรายหนึ่งตะโกนจากหลังแผงขายผลไม้ของเธอ

ตลอดระยะทาง มีแม่ค้าและประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงวัยทำงานและวัยกลางคนแวะเวียนมาขอถ่ายรูปกับกับ ดร.เอ้ บ้างก็ส่งเสียงแซวว่า "ตัวจริงหล่อกว่าในรูป" บ้างก็นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมามอบให้

อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนบางส่วนไม่รู้จักสุชัชวีร์ สะท้อนผ่านเสียงซุบซิบจากสาวสามคนที่แต่งกายคล้ายพนักงานออฟฟิศว่า "คนไหน ๆ ไม่รู้จักเลย" ต่อมาหญิงคนหนึ่งในกลุ่มลงทุนเดินไปสะกิดถามทีมงาน ปชป. ว่า "คนไหนคะ" ก่อนที่ทีม ดร.เอ้ จะชี้มือไปยังชายผู้สวมใส่เสื้อยืดสีขาวซึ่งกำลังแอ็คท่าถ่ายรูปกับแม่ค้า พร้อมนับ 1, 2, 3, 4 หยุดที่หมายเลขผู้สมัครของเขา

"ปริญญ์เอฟเฟกต์" ไม่กระทบการตัดสินใจของแม่อดีตลูกศิษย์ ดร.เอ้

ต่างจากหญิงวัย 60 ปีซึ่งเรียกแทนตัวเองว่า "ป้าน้อย" ที่หิ้วถุงกับข้าว ยืนรอกว่า 5 นาทีเพื่อจะได้พูดคุยกับสุชัชวีร์ เนื่องจากบุตรชายของเธอสำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์จาก สจล. เมื่อปี 2559

"อู๊ย.. ดีใจที่ได้เจอ เพราะเป็นอาจารย์ของลูกชาย" น้อยกล่าวกับสุชัชวีร์ทันทีที่เขาเดินมาถึงตัวเธอ จากนั้นบทสนทนาแบบย่นย่อระหว่างอดีตอาจารย์กับแม่ของลูกศิษย์ก็เกิดขึ้น ไล่ตั้งแต่ปีเข้าเรียน อาชีพวิศวกร คำอวยพร และตบท้ายที่ "ฝากความคิดถึงน้องด้วยนะครับ"

ทีมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สังกัด ปชป. ขึ้นรถหาเสียงจากตลาดวังหลังเดินทางไปอีกตลาดหนึ่ง

ที่มาของภาพ, PRทีมสุชัชวีร์

คำบรรยายภาพ, ทีมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สังกัด ปชป. ขึ้นรถหาเสียงจากตลาดวังหลังเดินทางไปอีกตลาดหนึ่ง

น้อยเป็นชาวบางกอกน้อยแต่กำเนิด และเป็นลูกค้าประจำของตลาดวังหลัง เธอเล่าว่าเพิ่งคุยกับบุตรชายว่าจะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ ดี และยังพูดถึงอดีตอธิการบดีอยู่หมาด ๆ ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แนวคิดคงทันสมัย

"ป้าจำวันที่เขา (สุชัชวีร์) ร้องเพลงแร็ปได้ ที่ออกเป็นคลิปอะค่ะ (งานปฐมนิเทศนักศึกษา สจล. เมื่อปี 2561) ดูแล้วประทับใจว่าเป็นอาจารย์ที่เข้ากับลูกศิษย์ได้ดี เลยถูกใจ" น้อยเปิดเผยกับบีบีซีไทย

ส่วนคำขวัญ-นโยบาย-วิสัยทัศน์ที่ผู้เสนอตัวเป็น "นายช่างใหญ่" ของชาว กทม. นำเสนอเอาไว้ หญิงรายนี้ยอมรับว่า "จำไม่ได้ แต่ป้าจำได้นะว่าเบอร์ 4"

น้อยเป็นอีกคนที่ชี้ว่า "ปริญญ์เอฟเฟกต์" ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกของเธอ "มองว่าไม่เกี่ยวกันนะ เป็นเรื่องแต่ละบุคคล และคิดว่าคนกรุงเทพฯ แยกแยะได้ เวลาเลือก เราดูที่ตัวบุคคล เหมือนอย่างคุณชัชชาติก็ถูกหาว่าไม่อิสระ แอบอยู่กับพรรคเพื่อไทยอะไรอย่างนี้ แต่ป้าก็ชอบแนวคิดเขานะที่บอกว่า 'ทำงาน ทำงาน ทำงาน' ตอนนี้มีชื่อในใจแล้ว ก็ต้องตัดสินใจ แต่ขอคุยกับลูกก่อน"

ห่างจาก "ป้าน้อย" ไม่ไกล มีสาวน้อยอีกคนยืนรอสวัสดี ดร.เอ้ พร้อมแนะนำตัวว่าเรียนอยู่ที่ สจล. บ้านอยู่แถวบางกะปิ แต่วันนี้มาซื้อของ

เพียงตลาดเดียว ทีม ดร.เอ้ ประกาศผ่านโทรโข่งว่าได้เจอชาวพระจอมฯ แล้ว 4-5 คน

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง สุชัชวีร์จัดตารางลงพื้นที่แน่นทุกวันโดยหวังให้ชาว กทม. ได้เห็นสายตา-ได้สัมผัสตัวตนของเขา และรบกวนสื่อมวลชนช่วยฉายภาพนโยบายและการลงพื้นที่ด้วย

"ถ้าเขาไม่เห็นเรา เขาก็ไม่รู้ว่าคนนี้เป็นใคร อย่างน้อยเขาเห็นเรา เดินลงพื้นที่ทุกวัน ๆ และเวลาลงพื้นที่ ผมก็ไม่ได้หาเสียงอย่างเดียว ก็เสนอวิธีแก้ปัญหาด้วย" สุชัชวีร์กล่าวกับบีบีซีไทย และย้ำในจุดแข็งของการที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ มาพร้อมผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต ซึ่งถือเป็นทีมงานที่อยู่ในพื้นที่จริง ๆ ประชาชนเข้าถึงได้

Endding