ไทยเผชิญคลื่นผู้อพยพรอบใหม่ หลังทหารเมียนมาบินถล่มฐานกะเหรี่ยง

ที่มาของภาพ, Reuters
ทางการจังหวัดแม่ฮ่องสอน แถลงวันนี้ (28 เม.ย.) ว่า กองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการทางอากาศถล่มฐานที่มั่นของกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยูตั้งแต่เช้าตรู่ ตอบโต้ที่เคเอ็นยูเข้าบุกตีฐานเมียนมาพม่าฝั่งตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน หนึ่งวันก่อนหน้า จนเป็นเหตุให้มีชาวกะเหรี่ยงได้รับบาดเจ็บและขอลี้ภัยเข้ามาในฝั่งไทยจำนวนหนึ่ง
เหตุความไม่สงบดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเมื่อ 27 เม.ย. 64 เวลา 05.00 น. โดยกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU-เคเอ็นยู) ร่วมกันกับกองกำลังจากกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Arm-KNLA) เข้าโจมตีฐานที่มั่นของทหารเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านตรงข้าม บ.แม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และต่อมา ได้มีเครื่องบินจากฝั่งเมียนมาเข้าโจมตีทิ้งระเบิด บริเวณ บ.วาเดอ อ.บือโซะ จ.ผาปูน และฐานที่มั่นดาข่วย ซึ่งอยู่ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติสาละวิน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีชาวไทยในพื้นที่ บ.แม่สามแลบ จำนวนประมาณ 450 คน อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยบริเวณ บ.ห้วยกองก๊าด ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย เมื่อ 27 เม.ย. โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 จัดกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก
นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า หากเกิดกรณีผู้หนีภัยความไม่สงบจากเมียนมา หลบหนีข้ามฝั่งมายังฝั่งไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการตามที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ โดยจะดำเนินการนำผู้หนีภัยความไม่สงบจากเมียนมา พักรอในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว (พื้นที่แรกรับ) ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของทางทหาร โดยจะมีการคัดกรองโควิด-19 ตามมาตรฐานทางสาธารณสุข และหากกรณีการสู้รบมีความรุนแรงและยืดเยื้อ ก็ได้มีการเตรียมแผนเคลื่อนย้ายผู้หนีภัยความไม่สงบจากเมียนมา เข้าไปพักรอในพื้นที่พักรอที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งห่างจากชายแดน ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยจะดูแลตามหลักมนุษยธรรม (อาหาร น้ำ และยารักษาโรค) และมีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรการกุศลเอกชนที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนช่วยเหลือต่อไป

ที่มาของภาพ, Reuters
ด้านศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน แถลงข่าวสถานการณ์ชายแดน ว่า เวลา 09.05 น. ของวันที่ 28 เม.ย. มีเสียงระเบิดและเสียงปืนเล็ก ที่ฐานทหารเมียนมากองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340 (ฐานด๊ากวิน) คาดว่าน่าจะเป็นการยิงเพื่อป้องกันฐาน ต่อเนื่องจากการปะทะในห้วงกลางคืนที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อเวลา 10.20 น. ทหารเมียนมาได้ใช้เครื่องบิน จำนวน 2 ลำ ปฏิบัติการทางอากาศ ทิ้งระเบิด และยิงด้วยปืนจากอากาศยาน บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของฐานทหารเมียนมา กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340 ปัจจุบันยังไม่ทราบการสูญเสีย
จากนั้นเมื่อเวลา 12.20 น. ทหารเมียนมาได้ใช้เฮลิคอปเตอร์โจมตี จำนวน 2 ลำ ยิงจรวดจากอากาศสู่พื้น และยิงด้วยปืนจากอากาศยานจำนวน 4 เที่ยวบิน บริเวณทิศใต้เหนือของฐานทหารเมียนมา กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 340 โดยยังไม่ได้รับรายงานความเสียหาย

ที่มาของภาพ, Reuters
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ จ.แม่ฮ่องสอน
ศูนย์สั่งการชายแดนฯ รายงานว่า ตั้งแต่ 04.00 น.ของ 27 เม.ย. มีชาวเมียนมา 13 คน จากพื้นที่พักพิงฯ บ้านอีทูโก ตรงข้ามฐานฯ สบแงะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางข้ามมายังฝั่งไทย ซึ่งทางทหารได้จัดให้อยู่ในพื้นที่แรกรับ ณ บ้านสบแงะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง
ต่อมาเมื่อเวลา 07:00 น. มีราษฎรชาวเมียนมา อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณมือจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณเมียนมา เดินทางเรือข้ามมายังฝั่งไทย ณ ท่าเรือจุดผ่อนการค้าบ้านแม่สามแลบ หมู่ที่ 1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย เพื่อขอการรับการรักษาพยาบาล ขณะนี้เข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลอำเภอแม่สะเรียง ขณะนี้ผู้ป่วยอาการปลอดภัยแล้ว
ส่วนเช้าของวันที่ 28 เม.ย. ชาวเมียนมา 68 คน ข้ามมายังฝั่งไทยโดยทางเรือ ซึ่งทางทหารได้จัดให้อยู่ในพื้นที่แรกรับ ณ บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง
ล่าสุด ราษฎรไทย 450 คน ที่อพยพไปบริเวณพื้นที่ปลอดภัยที่ บ.ห้วยกองก๊าด เมื่อ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา ปัจจุบัน บางส่วนได้ไปพักอาศัยในบ้านญาติ ขณะนี้คงเหลือในพื้นที่พักรอจำนวน 270 คน โดยหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 36 จัดกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย สถานีตำรวจภูธรสบเมย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอสบเมย และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับราษฎรกลุ่มนี้

ที่มาของภาพ, Reuters
"กำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง"
ทางด้าน มูลนิธิ Friends Without Borders ที่ทำงานส่งเสริมสันติภาพและสิทธมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าหลังการโจมตีทางอากาศเมื่อช่วงเช้าของ 28 เม.ย. ที่บ้านบืออาเดอ และฐานดาร์กวิน ตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง เครื่องบินรบจากฐานทัพเมียนมาที่ตองอูก็บินกลับมาทิ้งระเบิดโจมตีบริเวณตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่งอีกครั้งอย่างหนักหน่วง
มูลนิธิอ้างว่าผู้ลี้ภัยที่ขอเข้ามาหลบในไทยถูกผลักดันกลับไป จน "กำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง" จากการถูกโจมตีจากเครื่องบินที่เริ่มเข้าโจมตีหมู่บ้านแต่เช้าตรู่ และสัญญาณโทรศัพท์ก็ถูกตัดขาด
มูลนิธิอ้างอิงรายงานข่าวที่ออกอากาศเมื่อ 27 เม.ย. ที่ได้สัมภาษณ์ชาวบ้านหญิงฝั่งไทยที่อุ้มลูกวิ่งเท้าเปล่าหนีออกจากบ้านทันทีที่ได้ยินเสียงปืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าชาวบ้านที่กำลังหลบซ่อนอยู่ในรัฐกะเหรี่ยงต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวเพียงใด
มูลนิธิ อ้างว่า ได้รับรายงานว่า เสียงระเบิดยังมีอยู่อย่างไม่ขาดสาย และมีคนขอข้ามแม่น้ำสาละวินมาหลบภัยที่สบแงะ (จากชุมชนอีตู่ท่า) และท่าตาฝั่งกว่าร้อยคนแต่ยังไม่มีรายงานว่าทางการไทยให้ผู้ขอลี้ภัยเข้ามาเพิ่มอีกหรือไม่

ที่มาของภาพ, Reuters
ไม่รับบริจาค
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงแนวทางการรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือว่าได้รับแจ้งจาก จ. แม่ฮ่องสอนว่า ยังไม่ประกาศเปิดรับบริจาคในขณะนี้ การให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยผู้ที่ได้รับผลกระทบ เบื้องต้นอยู่ในความดูแลช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ และหากมีผู้หนีภัยความไม่สงบจากเมียนมาหลบหนีข้ามฝั่งมายังฝั่งไทย เบื้องต้นความช่วยเหลือจะกำกับดูแลโดยฝ่ายทหาร หากเกินขีดความสามารถ หน่วยงานจะประสานจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อประกาศขอรับบริจาคช่วยเหลือต่อไป











