วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์: สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เก็บดีเอ็นเอแม่และลูกของผู้ลี้ภัยที่สูญหายเทียบศพนิรนาม

ที่มาของภาพ, Rachaphon Riansiri/BBC Thai
- Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย และ กุลธิดา สามะพุทธิ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอจากญาติสายตรงของผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่หายตัวไป 3 คน คือ นายสุรชัย แซ่ด่าน นายสยาม ธีรวุฒิ และนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนำไปเปรียบเทียบว่าตรงกับดีเอ็นเอของศพนิรนามที่มีอยู่ในระบบหรือไม่
นายประสูตร แซ่ด่าน ลูกชายของนายสุรชัย นางกัญญา ธีรวุฒิ แม่ของนายสยาม และนางสุวพร สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ แม่ของนายวันเฉลิม เดินทางไปที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อวานนี้ (30 ก.ค.)เพื่อให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ พร้อมกับให้ข้อมูลเกี่ยวกับรูปพรรณสัณฐานและตำหนิต่าง ๆ ของบุคคลที่สูญหาย เพื่อใช้ประกอบการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล
การเก็บดีเอ็นเอในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ญาติของผู้ลี้ภัยทางการเมืองทั้ง 3 คนเข้าร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานหรือบังคับให้หาย ขอให้ตามหาบุคคลทั้ง 3 โดยคณะกรรมการมีมติให้ดำเนินการเก็บดีเอ็นเอจากญาติสายตรงและขอข้อมูลเอกลักษณ์บุคคลเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับศพนิรนามที่มีอยู่
คณะกรรมการ ชุดนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน และมีอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นเลขานุการ
นัยนา ภาวินทุ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่าการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอและข้อมูลเอกลักษณ์บุคคลเป็นขั้นตอนหนึ่งของการพยายามพิสูจน์ทราบว่าผู้ที่สูญหายหายตัวไปเพราะอะไรและเสียชีวิตแล้วหรือไม่

ที่มาของภาพ, Rachaphon Riansiri/BBC Thai
"ถ้าดีเอ็นเอของญาติผู้สูญหายตรงกับศพนิรนามเราก็จะพิสูจน์รูปพรรณสัณฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าบุคคลที่สูญหายเสียชีวิตแล้ว เราก็จะได้ดำเนินการขั้นต่อไปในการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ถ้าผลการตรวจไม่ตรงกับศพนิรนามเลย เราก็ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเขาอาจจะไม่ได้เสียชีวิตในประเทศไทย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราพิจารณาได้ว่าจะดำเนินการทางไหนต่อ" เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกล่าวกับบีบีซีไทย
เธอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับศพนิรนามจะกระทำโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 วัน หลังจากนั้น สถาบันฯ จะส่งผลการตรวจเทียบให้ญาติผู้ร้องรับทราบ ซึ่งญาติจะนำข้อมูลดังกล่าวมายื่นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
แม่ "วันเฉลิม" ยังสวดมนต์ให้ลูกชายปลอดภัย
นางสุวพร สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 63 ปี แม่ของนายวันเฉลิมที่หายตัวไปจากบริเวณหน้าที่พักในกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาตัวลูกชาย ขณะที่เธอทำอะไรไม่ได้มากนักนอกจากสวดมนต์ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้ลูกปลอดภัย
"คุยกับต้าร์ครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะหายตัวไป 1 วัน วันนั้นมีตำรวจมาถามหาเขาที่บ้าน ก็เลยโทรศัพท์ไปบอกต้าร์ เขาก็งงว่าตำรวจจะมาหาแม่ที่บ้านทำไม เพราะน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่อยู่ แล้วถ้าอยากคุยกับเขาจริงก็น่าจะติดต่อทางเฟซบุ๊กได้" นางสุวพรเล่าถึงบทสนทนาสุดท้ายระหว่างเธอกับลูกชายให้บีบีซีไทยฟัง
วันรุ่งขึ้น (4 มิ.ย.) น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวต่างมารดาของนายวันเฉลิม ที่ติดต่อกับน้องชายอยู่ตลอดระหว่างที่เขาลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา ก็มาบอกนางสุวพรว่านายวันเฉลิมหายตัวไป ติดต่อไม่ได้

ที่มาของภาพ, Rachaphon Riansiri/BBC Thai
"ใจหาย..." นางสุวพรบรรยายความรู้สึกสั้น ๆ และกล่าวต่อว่าเธอยังเชื่อว่าลูกชายยังปลอดภัย
"แต่ถ้าเป็นอะไรไปจริง ๆ ก็อโหสิให้คนที่ทำ"
นางสุวพรบอกว่านายวันเฉลิมซึ่งเป็นลูกชายคนโตเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีมาตั้งแต่เด็ก เป็นที่รักใคร่ของทุกคน และยังเป็นเด็กขยัน ทำงานหาเงินใช้เองตั้งแต่เป็นวัยรุ่น
"ตอนอยู่ ม.5 เขาไปเรียนนวด ชอบมานวดให้แม่อยู่เรื่อย บางวันเขาก็ไปรับจ้างนวด ได้เงินมาเป็นพันเหมือนกัน"
ช่วงที่นายวันเฉลิมมาเรียนมหาวิทยาลัยและทำงานที่กรุงเทพฯ นางสุวพรก็ติดต่อพูดคุยกับลูกตลอด เธอยังเคยเตือนเขาให้เบา ๆ เรื่องการเมืองบ้างเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย
"เคยเตือนเขาว่าให้ระวังตัว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรง" นางสุวพรบอก
สิ่งที่เธอปรารถนาจากลูกชายคืออยากให้เขาได้บวช เพราะเธอเองเป็นคนที่ฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนา เข้าวัด ปฏิบัติธรรมเป็นประจำ
นางสุวพรซึ่งอาศัยอยู่กับลูกสาวคนเล็กที่ จ.อุบลราชธานี ไม่รู้ว่านายวันเฉลิมจะมีโอกาสได้กลับมาและบวชให้เธอหรือไม่ ทุกวันนี้เธอพยายามทำใจให้สบายด้วยการทำบุญและร่วมกิจกรรมออกกำลังกายเบา ๆ กับเพื่อนในชุมชน
แม่ของสยามและลูกชายของสุรชัย

ที่มาของภาพ, Rachaphon Riansiri/BBC Thai
นางกัญญา แม่ของนายสยาม ธีรวุฒิ ผู้ต้องหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งหายตัวไปช่วงเดือน พ.ค.2562 ระหว่างลี้ภัยอยู่ในประเทศเวียดนาม บอกว่านับตั้งแต่ลูกชายหายตัวไป การเรียกตัวมาเก็บดีเอ็นเอนับเป็นการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเธอมองว่าหากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตั้งใจตามหาลูกชายของเธอจริง ๆ ก็น่าจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้
นางกัญญาบอกว่าช่วงที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหาเธอที่บ้านประมาณเดือนละครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งตำรวจนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 10 มามอบให้ด้วย
"ฝันถึงลูกบ่อย ๆ ในฝันเขาดูสบายดี ก็คิดว่าลูกยังปลอดภัย"
ขณะที่นายประสูตร อายุ 48 ปี ลูกชายของนายสุรชัย ยอมรับว่าเขาไม่ได้ผูกพันกับพ่อมากนัก เพราะพ่อเข้าป่าไปตั้งแต่เขายังเล็กมาก เมื่อออกมาก็ติดคุก มาได้เจอกันอีกทีหลังจากที่นายสุรชัยพ้นโทษออกมาและกลับมาอยู่บ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช ช่วงสั้น ๆ ก่อนจะลี้ภัยออกนอกประเทศ
"เคยบอกให้พ่อเพลา ๆ ลงบ้างเรื่องการเมือง แต่พ่อบอกว่าเขายอมติดคุก เพื่ออุดมการณ์ เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่คิดและทำมันถูก" นายประสูตรบอกกับบีบีซีไทย
เขาบอกว่าไม่อยากให้พ่อลี้ภัยออกนอกประเทศ "เพราะถึงติดคุกในไทยก็ยังไปหาไปเจอกันได้"

สุรชัย-สยาม-วันเฉลิม
- นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน
ภูมิหลัง : แกนนำกลุ่มแดงสยาม, นักจัดรายการวิทยุใต้ดิน, อดีตผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพรวม 5 คดี ซึ่งถูกจองจำนาน 2 ปี 7 เดือน ก่อนได้รับอิสรภาพเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2556
ข้อหา : หมายจับคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อปี 2552
ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ธ.ค. 2561
ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว
ข้อมูลสุดท้ายตามการรับรู้ของคนใกล้ชิด : นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยา สนทนากับสามีผ่านแอปพลิเคชันไลน์ครั้งสุดท้ายวันที่ 9 ธ.ค. 2561 และมีผู้ติดต่อเขาได้ล่าสุดเมื่อ 12 ธ.ค. 2561 ก่อนหายตัวไปพร้อมผู้ติดตามอีก 2 คนคือนายชัชชาญ บุปผาวัลย์ และนายไกรเดช ลือเลิศ
- นายสยาม ธีรวุฒิ หรือ "สหายข้าวเหนียวมะม่วง"
ภูมิหลัง : บัณฑิตจากคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง, อดีตสมาชิกกลุ่มประกายไฟ และถูกตำรวจระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มสหพันธรัฐไท
ข้อหา : หมายจับคดีอาญามาตรา 112 กรณีร่วมแสดงละคร "เจ้าสาวหมาป่า" ในงานรำลึก 40 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลา เมื่อปี 2556
ช่วงเวลาที่หายตัวไป : พ.ค. 2562
ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : เวียดนาม
ข้อมูลสุดท้ายตามการรับรู้ของคนใกล้ชิด : ศูนย์ทนายฯ ระบุว่าน้องสาวของนายสยามติดต่อพี่ชายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ครั้งสุดท้าย ประมาณวันที่ 31 ธ.ค. 2561-1 ม.ค. 2562 ส่วนเพื่อนของนายสยามติดต่อได้เมื่อวันที่ 24 และ 31 ธ.ค. 2561 ก่อนมาปรากฏเป็นข่าวถูกจับที่เวียดนามและส่งตัวกลับไทยพร้อมนายชูชีพ และนายกฤษณะ
- นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์
ภูมิหลัง : อดีตเอ็นจีโอเกี่ยวกับเยาวชนด้านเอชไอวี/เอดส์ และถูกตำรวจระบุว่าเป็นแอดมินเพจ "กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ"
ข้อหา : หมายจับคดีฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. เมื่อปี 2557, หมายจับคดีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อปี 2561 กรณีโพสต์ข้อความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด นอกจากนี้สำนักข่าวอิศรายังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงว่าเขาเป็น 1 ใน 14 ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เมื่อปี 2558 ด้วย
ช่วงเวลาที่หายตัวไป : มิ.ย. 2563
ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : กัมพูชา
ข้อมูลสุดท้ายตามการรับรู้ของคนใกล้ชิด : น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาว เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่ากำลังสนทนากับน้องชายทางโทรศัพท์ในช่วงเวลาประมาณ 16.35 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. สักพักได้ยินเสียงปัง คิดว่าวันเฉลิมโดนรถชน ก่อนได้ยินเสียงน้องชายร้องตะโกนว่า "หายใจไม่ออก ๆ" อยู่ร่วม 30 นาที แล้วสายก็ตัดไป
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์









