พานทองแท้ : ย้อนเส้นทางคดีฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย ก่อนศาลพิพากษา “ชินวัตร” คนที่ 3

เวลา 09.35 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, เวลา 09.35 น. ของวันที่ 25 พ.ย. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีจำเลยชื่อนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันจันทร์นี้ (25 พ.ย.)

นายพานทองแท้เคยยืนยันต่อสื่อมวลชนเมื่อเดือนก่อนว่าจะเดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง แต่ "ไม่กล้ามั่นใจ"

ในคราวที่ศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายจำเลยเมื่อ 26 ก.ย. ซึ่งเป็นการพูดต่อหน้าศาลครั้งแรกของชายวัยย่าง 40 ปี เจ้าตัวบรรยายความรู้สึกว่า "ไม่เครียด แต่ตื่นเต้นมาก ๆ เลย จนศาลท่านสังเกตเห็นอาการ"

ทว่านอกจากตัวนายพานทองแท้ เชื่อว่าหัวอกของพ่อ-แม่ น่าจะเครียด-ระทึกยิ่งกว่า เมื่อลูกตกเป็นจำเลยในคดีที่มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีอายุความ 15 ปี สะท้อนผ่านกรณี "ผู้นำพเนจร" ที่ลงทุนแต่งทนายความมาดำเนินการแทน ในคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยที่ถูกรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ต่างจากคดีอื่น ๆ ที่นายทักษิณไม่ได้ให้ความสนใจนัก หลังหนีไปใช้ชีวิตในต่างแดนนาน 11 ปี

เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ "นางพญาสิงห์ออกโรง" ซึ่งใช้อธิบายภาพคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร์ มารดา ปรากฏตัวต่อสาธารณะ ยืนเคียงข้าง "ลูกโอ๊ค" ในทุกวันที่ไปขึ้นศาล โดยมีนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทยแห่ไปให้กำลังใจ

รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และน้องสาว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และน้องสาวทั้ง แพทองธาร และ พินทองทา ร่วมให้กำลังใจบุตรชายคนโตของอดีตนายกฯ เมื่อ 10 ต.ค. 2561 หลังอัยการสั่งฟ้องคดีฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย

อย่างไรก็ตามภาพคนการเมืองไปรอทายาทคนโตของ "นายใหญ่" ไม่ปรากฏในระยะหลัง ๆ มานี้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นเพราะได้รับสัญญาณให้งดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าพวกเขาไป "กดดัน" กระบวนการยุติธรรมในสถานการณ์ที่ยังไม่อาจคาดเดาผลแห่งคดี

เส้นทาง "คดีพ่อ" และ "คดีลูก"

คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 หลังปรากฏชื่อบุตรชายของนายกฯ คนที่ 23 เป็นผู้รับเช็คจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีร่วมทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้แก่บริษัทในกลุ่มของ บมจ.กฤษดามหานคร กว่า 9,900 ล้านบาท

อัยการตัดสินใจ "แยกฟ้อง" คดีเช็ค 10 ล้านบาท กับ คดีเช็ค 26 ล้านบาท ที่มีชื่อนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารกฤษดามหานคร เป็นผู้สั่งจ่ายเหมือนกัน ทำให้นายพานทองแท้ตกที่นั่งเป็น "จำเลยคนเดียว" ในชั้นพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

นายทักษิณและนายพานทองแท้อ่านหนังสือพิมพ์บนเครื่องบิน ก่อนกลับมาไทยครั้งแรกเมื่อ 28 ก.พ. 2551 ภายหลังรัฐประหารปี 2549

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายทักษิณและนายพานทองแท้อ่านหนังสือพิมพ์บนเครื่องบินก่อนเดินทางกลับมาไทยครั้งแรกเมื่อ 28 ก.พ. 2551 หลังรัฐประหารปี 2549

คดีของนายพานทองแท้ ถือเป็นหนึ่งใน "คดีลูก" ที่แตกออกมาจาก "คดีหลัก" ที่มี "พ่อโอ๊ค" เป็นจำเลยหมายเลข 1 โดยที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

กล่าวสำหรับ "คดีหลัก" มีจำเลยรวม 27 คน ก่อนที่ 24 คนจะกลายสภาพเป็น "ผู้ต้องขัง" ตามคำพิพากษาศาล ในจำนวนนี้มี 3 คนที่ "พ้นคุก" ด้วย พ.ร.บ.อภัยโทษตามโอกาสพิเศษ และ 1 คนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับในระหว่างรับโทษ ขณะที่อีก 3 คน ศาลพิพากษา "ยกฟ้อง" รวมถึงนายทักษิณด้วย

โอ๊ค แม้ว อ้อ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายพานทองแท้ กับบิดา-มารดา เมื่อครั้งนายทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นนายกฯ คนที่ 23 และยังไม่หย่าขาดจากคุณหญิงพจมาน

นายทักษิณถูกกล่าวหาว่าเป็น "ซูเปอร์บอส" หรือ "บิ๊กบอส" สั่งการให้ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยอนุมัติสินเชื่อให้บริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด จำเลยร่วมในคดีปล่อยกู้กรุงไทย ต่อมาศาลฎีกาฯ เห็นว่าพยานหลักฐานของอัยการ "ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ" จึงพิพากษายกฟ้อง

ส่วน "คดีลูก" นอกจากคดีของนายพานทองแท้ในฐานะ "ผู้รับโอนเช็ค" อัยการยังยื่นฟ้องจำเลยอีก 6 คนในฐานะ "ผู้โอนเช็ค" ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินรับโอนที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ

ตัวละครที่ตกเป็น "จำเลย-ผู้ต้องหา" ในคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมและสรุปจากคำพิพากษาศาลฎีกาฯ, คำแถลง/คำชี้แจงจากอัยการสูงสุด จำเลย และผู้เกี่ยวข้องในคดีทุจริตปล่อยกู้กรุงไทย ที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ

ลำดับคดีและคำให้การ "โอ๊ค" ในชั้นศาล

10 ต.ค. 2561 อัยการยื่นฟ้องนายพานทองแท้ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลย ตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

5 พ.ย. 2561 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดสอบคำให้การนายพานทองแท้ว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง อ้างว่าเงินดังกล่าวได้จากการร่วมลงทุนกับเพื่อน และขอส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง

22 ม.ค., 26 ก.พ., 20 มี.ค. และ 29 เม.ย. 2562 ศาลนัดนัดตรวจพยานเอกสารหลักฐานของโจทก์และจำเลย

24-26 ก.ย. 2562 ศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์และจำเลย 3 นัด รวม 5 ปาก

คำบรรยายวิดีโอ, คดีฟอกเงินที่ พานทองแท้ ชินวัตร ถูกฟ้อง เป็นมาอย่างไร?

ในชั้นไต่สวน นายพานทองแท้ให้การว่าเงินดังกล่าวได้จากการร่วมลงทุนในการดำเนินธุรกิจนำเข้ารถหรู (ซูเปอร์คาร์) กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ บุตรชายของนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารเครือกฤษดามหานคร แต่สุดท้ายธุรกิจนี้ต้องยุติลงในชั้นของการศึกษาแนวทาง เนื่องจากนายเฉลิม แผลงศร กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (CFO) ที่ดูแลเรื่องการเงินทุกบริษัทของนายพานทองแท้ แจ้งว่าธุรกิจนี้มีความเป็นไปได้ยาก และไม่คุ้มเงินลงทุน

ส่วนที่นายรัชฎาโอนเงิน 10 ล้านบาทให้เขาโดยเป็นเช็คชื่อนายวิชัยนั้น บุตรชายอดีตนายกฯ บอกว่า "ไม่ทราบเหตุผล"

ปัจจุบัน 2 พ่อลูกอยู่ระหว่างต้องขังตามคำพิพากษาคดีร่วมทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยให้จำคุก 12 ปี

ศาลยังได้ถามถึงธุรกิจครอบครัว "ชินวัตร" และความสัมพันธ์ระหว่างนายพานทองแท้กับผู้บริหารกฤษดามหานครและผู้บริหารธนาคารกรุงไทยที่ตกเป็นจำเลยคดีนี้ โดยบุตรชายนายทักษิณบอกว่ารู้จักกับนายรัชฎามา 21 ปี ส่วนเรื่องการเมือง นายพานทองแท้ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง

โอ๊ค-หน่อย

ที่มาของภาพ, SOPA Images/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายพานทองแท้ปรากฏตัวบริเวณเวทีหาเสียงของพรรคเพื่อไทยในช่วงรณรงค์เลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562

ส่วนรายละเอียดคำให้การอื่น ๆ ของนายพานทองแท้สรุปได้ดังนี้

  • คนในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับการเมือง : นายทักษิณ บิดา, น.ส.ยิ่งลักษณ์ อา, ลูกพี่ลูกน้องที่เป็น ส.ส.
  • ธุรกิจของครอบครัวมี 7 กิจการ อาทิ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ, สนามกอล์ฟอัลไพน์
  • ธุรกิจส่วนตัวของนายพานทองแท้ มี 7 กิจการ อาทิ วอยซ์ ทีวี, ฮาวคัม
  • รายได้ของนายพานทองแท้ 1 ล้านบาท/เดือน โดย 4 แสนบาทเป็นค่าตอบแทนที่ได้จากวอยซ์ทีวี ส่วนที่เหลือเป็นเงินปันผลจากหุ้นบริษัทต่าง ๆ
  • รายจ่ายของนายพานทองแท้ 4-5 แสนบาท/เดือน

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากข่าวที่ปรากฎในสำนักข่าวอิศรา, ข่าวสด, กรุงเทพธุรกิจ

3 ชินวัตร

นายทักษิณหนีสารพัดคดีไปใช้ชีวิตในต่างแดนตั้งแต่ปี 2551 จนมีอยู่ 1 คดีที่ "ขาดอายุความ" ไปแล้วเมื่อปีก่อนคือคดีทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ พิพากษาจำคุก 2 ปี

ทว่าผลจากกฎหมายใหม่ที่ให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ และอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยได้ ทำให้นายทักษิณต้องคำพิพากษาจำคุก 3 ปี คดีเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลพม่า 4 พันล้านบาทเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมจากชินคอร์ป และจำคุก 2 ปี คดีทุจริตโครงการหวยบนดิน 3 ตัว 2 ตัว

ขณะที่นายกฯ ผู้น้องอย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกจากประเทศก่อนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ นัดอ่านคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ครั้งแรกเมื่อ 25 ส.ค. 2560 ซึ่งอีก 1 เดือนต่อมา ศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยให้จำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเวลา 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา

ยิ่งลักษณ์

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, น.ส.ยิ่งลักษณ์และบุตรชายร่วมพิธีฉลองวิวาห์ของ น.ส.แพทองธาร-นายปิฎก สุขสวัสดิ์ เมื่อ 22 มี.ค. 2562 ที่เกาะฮ่องกง

ในห้วง 2 ปีที่กลายเป็น "นารีพเนจร" แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ปรากฏตัวต่อสาธารณะบ้าง แต่ก็ไม่เคยปรากฏเสียงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

ข่าวใหญ่ล่าสุดเกี่ยวกับตัวนายกฯ คนที่ 28 คือการได้รับสถานะพลเมืองจาก รัฐบาลเซอร์เบีย เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา จนมีเสียงวิจารณ์จากอดีต รมว.ต่างประเทศของไทย ว่าเป็นการ "ตบหน้ารัฐบาล คสช."

วันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ย. 2562 จะเป็นวันชี้ชะตาของ "ชินวัตร" คนที่ 3 ทว่านี่จะเป็นคำพิพากษาศาลชั้นต้น คู่ความยังสามารถยื่นอุทธรณ์และฎีกาได้