คณากร เพียรชนะ : คกก.ตุลาการสั่งสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้พิพากษายะลายิงตัวเอง-อ้างถูกแทรกแซงคดี

สราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เดินทางไปเยี่ยมนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา

ที่มาของภาพ, เฟซบุ๊ก สื่อศาล

คำบรรยายภาพ, สราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เดินทางไปเยี่ยมนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ซึ่งพักรักษาที่โรงพยาบาลยะลาเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2562

คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) มีมติตั้งอนุกรรมการวิสามัญสอบข้อเท็จจริงกรณีนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลายิงตัวเองและออกแถลงการณ์อ้างว่าถูกแทรกแซงการพิจารณาคดี โดยให้คณะอนุกรรมการรายงานผลภายใน 15 วัน

วันนี้ (7 ต.ค.2562) นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 15/2562 ที่ศาลฎีกาว่า ตนได้แถลงสรุปข้อเท็จจริงกรณีนายคณากรก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2562 ให้ที่ประชุม ก.ต. ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คนทราบ

ที่ประชุม ก.ต. ซึ่งมีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมรับทราบข้อมูลและพิจารณาแล้ว มีมติให้ตั้งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมวิสามัญซึ่งประกอบด้วย ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน เป็นอนุกรรมการวิสามัญ ได้แก่

1) นางวาสนา หงส์เจริญ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา (ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกา) เป็นประธาน

2) นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ (ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลอุทธรณ์) เป็นอนุกรรมการวิสามัญ

3) นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา (ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลชั้นต้น) เป็นอนุกรรมการวิสามัญ

ทั้งนี้ที่ประชุมกำหนดให้อนุกรรมการวิสามัญดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้และรายงานให้ ก.ต. ทราบภายใน 15 วัน

สำหรับปฏิกิริยาของฝ่ายอื่น ๆ เกี่ยวกับกรณีผู้พิพากษาคณากร บีบีซีไทยรวบรวมไว้ดังนี้

พล.อ.ประยุทธ์ : แทรกแซงศาลไม่ได้

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายคณากรกล่าวอ้างว่ามีการแทรกแซงการพิจารณาคดีว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของศาลและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเลขาธิการศาลได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่มีใครสามารถแทรกแซงกระบวนการของศาลได้

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน : คุ้มครองความปลอดภัย "คณากร" และครอบครัว

วันนี้ (7 ต.ค. 2562) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรภาคประชาชนรวม 12 องค์กร ออกแถลงการณ์กรณีนายคณากรยิงตัวเองและอ้างว่าถูกแทรกแซงความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดี โดยสมาคมฯ มียื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ

  • ข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) : ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่นายคณากรกล่าวอ้างในคำแถลงการณ์ โดยคณะกรรมการต้องอิสระและเป็นกลาง หากพบการกระทำความผิดก็ให้ดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาตามกระบวนการต่อไปโดยเร็ว และแจ้งผลต่อสาธารณะ โดยระหว่างการสอบสวน ก.ต. ต้องดำเนินการคุ้มครองความปลอดภัยของนายคณากรและครอบครัวเพื่อให้นายคณากรอยู่ในภาวะที่สามารถให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างอิสระ ไม่ถูกข่มขู่คุกคามจากบุคคลใด
  • ข้อเรียกร้องต่อประธานศาลฎีกา : ให้พิจารณาทบทวนแก้ไขระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการรายงานคดีสำคัญในศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ต่อประธานศาลฎีกาและรายงานคดีและการตรวจสำนวนคดีในสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค พ.ศ.2562 และสร้างกลไกอย่างเป็นทางการเพื่อให้เกิดการพิจารณาคดีอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และป้องกันไม่ให้มีการแทรกแซงความเป็นอิสระของผู้พิพากษา และให้ผู้พิพากษาที่ถูกแทรกแซงสามารถร้องเรียนขอความเป็นธรรมได้อย่างปลอดภัย
  • ขอเรียกร้องต่อผู้พิพากษา : ขอให้มีความกล้าหาญทางจริยธรรมและไม่ยอมจำนนต่ออำนาจอิทธิพลนอกกฎหมาย รวมทั้งอคติของผู้ใด อันจะทำให้การพิจาณาพิพากษาคดีเสียความยุติธรรมไป ทั้งนี้ เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้พิพากษาในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม
  • ข้อเรียกร้องต่อสื่อมวลชน : ให้นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เป็นประโยชน์ในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ไม่บิดเบือนให้เป็นประเด็นทางการเมือง อันอาจก่อให้เกิดความแตกแยกแบ่งฝ่าย หรือลดทอนศักดิ์ศรีของบุคคลใด

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม : ต้องไม่ทำให้เรื่องนี้จบลงท่ามกลางความสับสน

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) ระบุว่ามูลนิธิฯ เห็นว่าคำแถลงของนายคณากรที่มีการเผยเผยแพร่ในสื่อมวลชนจำนวน 25 หน้านั้น แม้เป็นเพียงการกล่าวอ้างฝ่ายเดียว แต่พึงต้องนำไปสู่การตรวจสอบให้เกิดความจริงต่อสาธารณะ

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ มีข้อเสนอ 3 ข้อ คือ

  • ขอให้มีคำสั่งย้ายบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำแถลงนี้โดยเร็ว เพื่อให้เกิดการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ โดยมีบุคลากรจากภายนอกศาลยุติธรรมเข้าร่วมด้วย และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
  • ขอให้มีการตรวจสอบอำนาจพิเศษในทุกรูปแบบที่ส่งผลต่อการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งในคดีความมั่นคงและคดีอาชญากรรมปกติ เช่น การตั้งข้อหาเกินจริง การควบคุมตัวบุคคล โดยอำนาจกฎอัยการศึกแล้วนำตัวมาเป็นพยานในคดีอาชญากรรม การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรมและซักถามด้วยอำนาจกฎหมายพิเศษก่อนการทำสำนวนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ การรับฟังพยานหลักฐานที่เกิดจากการซักถาม เป็นต้น
  • ต้องตรวจสอบการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรม ต้องไม่ทำให้เรื่องนี้จบลงท่ามกลางความสับสนและการสูญเสียความเชื่อมั่นต่อระบบตุลาการที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายประชาชน

"เราไม่อาจข้ามผ่านปรากฏการณ์ไปได้ด้วยคำชี้แจงว่ากรณีของผู้พิพากษาคณากรเป็นเรื่องส่วนตัว" แถลงการณ์ระบุ

กลุ่มด้วยใจ : คณากรโต้ตอบได้ดี

เครือข่ายปกป้องเด็กจังหวัดชายแดนใต้ กลุ่มด้วยใจและกลุ่มญาติจากคดีบ้านโต๊ะชูด อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายคณากร ที่โรงพยาบาลยะลา น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ จากกลุ่มด้วยใจ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า จากการเข้าเยี่ยมได้กล่าวให้กำลังใจนายคณากร ซึ่งมีการพูดคุยโต้ตอบได้ดี นอกจากนี้ยังพบภรรยาและลูกสาวที่มาเฝ้าดูแลอาการที่โรงพยาบาลด้วย

น.ส. อัญชนา กล่าวว่าไม่อยากให้กรณีนี้ยุติเพียงว่าเป็นเรื่องการทำอัตวินิบาตกรรมของผู้พิพากษาในศาลหรือเพียงแค่ความกดดันเรื่องการทำงาน แต่เห็นว่าสิ่งที่สะท้อนออกจา กเรื่องนี้จากในเอกสารคำแถลงของนายคณากรคือ ปัญหาของระบบและกระบวนการยุติธรรมในชายแดนใต้ ในช่วง 15 ปี จะต้องถูกพิจารณาและแก้ไข

"มีการแทรกแซงจริงหรือไม่ คดีที่ถูกแทรกแซงจะดำเนินการอย่างไรต่อ ต้องไม่ใช่หยุดแค่นี้" น.ส.อัญชนา กล่าว

ปารีณา : คนที่ไม่เคารพกฎหมายไม่มีความสามารถพิพากษาประชาชน

กรณีนายคณากรยิงตัวเองและเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวอ้างว่ามีการแทรกแซงการพิพากษาคดีนั้น มีคนกลุ่มหนึ่งที่ตั้งคำถามต่อการกระทำของนายคณากร รวมถึงกล่าวหาว่าเขามีความใกล้ชิดกับพรรคอนาคตใหม่หลังจากที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ออกมาเปิดเผยว่านายคณากรติดต่อเขามาก่อนหน้านี้และยังมี "ผู้หวังดี" ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการแทรกแซงคดีมาให้เขาก่อนจะเกิดเหตุด้วย

ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ว่า "คนที่ไม่เคารพกฎหมายคือคนที่ไม่มีความสามารถจะพิพากษาประชาชน ไม่มีความสามารถจะพิพากษาตุลาการ" แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลใด แต่ค่อนข้างชัดเจนว่า น.ส.ปารีณาหมายถึงนายคณากร โดยเธอวิจารณ์การที่นายคณากรพกอาวุธปืนเข้าไปในศาลซึ่งถือว่าผิดระเบียบ และเปิดเผยว่านายคณากรมีความใกล้ชิดกับพรรคอนาคตใหม่ และสิ่งที่นายคณากรทำเป็นการโจมตีตุลาการหวังผลทำลายสถาบันศาลตามนโยบายของพรรคอนาคตใหม่

ขณะที่นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ สื่อมวลชนสายความมั่นคง อ้างว่าข้อสังเกตของอธิบดีศาลนั้น "ไม่มีข้อความเนื้อหาท่อนใดที่สั่งให้ผู้พิพากษา (นายคณากร) ดำเนินการตามที่ผู้บังคับบัญชามีความเห็น ซึ่งเป็นประเด็นที่นายคณากร ตั้งข้อกล่าวหาว่ามีการแทรกแซงจากผู้บังคับบัญชา"

"หากอ่านความเห็นของอธิบดีจะเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับข้อกล่าวหาที่มี" นายเสริมสุขระบุในเฟซบุ๊ก