สงครามยูเครน : จะเกิดอะไรขึ้นหลังรัสเซียจัดลงประชามติใน 4 ภูมิภาคที่ยึดครอง

ที่มาของภาพ, Reuters
ประชาชนใน 4 ภูมิภาคยูเครน "ลงประชามติ" ให้ดินแดนของตนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย ซึ่งรัฐบาลยูเครนและบรรดาชาติตะวันตกชี้ว่าเป็นการจัดประชามติ "จอมปลอม"
การลงประชามติที่ยูเครนและชาติตะวันตกประณามว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีความน่าเชื่อถือครั้งนี้มีขึ้นในภูมิภาคโดเนตสก์ และลูฮันสก์ ทางภาคตะวันออก รวมถึงภูมิภาคแคร์ซอน และซาปอรีเชีย ทางภาคใต้ซึ่งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพรัสเซีย มีสัดส่วนเป็น 15% ของดินแดนทั้งหมดของยูเครน
เจ้าหน้าที่ประจำภูมิภาคที่รัสเซียแต่งตั้งขึ้นอ้างว่า ประชาชนเกือบทั้งหมดเห็นชอบให้ภูมิภาคของตนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
สำนักข่าวที่สนับสนุนรัฐบาลรัสเซียในภูมิภาคโดเนตสก์ และลูฮันสก์ รายงานว่า 99.23% ของประชาชนแถบนี้ลงคะแนนให้เข้าร่วมกับรัสเซีย ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงผิดปกติที่ไม่ค่อยพบเห็นในการลงประชามติลักษณะนี้
ที่ผ่านมา มีข้อครหาเรื่องการข่มขู่ให้ประชาชนลงคะแนน จากกรณีที่เจ้าหน้าที่เลือกตั้งใช้วิธีเดินทางไปตามบ้านเรือนประชาชนเพื่อให้พวกเขาลงมติโดยมีทหารติดอาวุธติดตามไปด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน อาจประกาศผนวก 4 ดินแดนดังกล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภารัสเซียในวันศุกร์ที่ 30 ก.ย.
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำเช่นนี้ เพราะเมื่อเดือน มี.ค. 2014 นายปูตินเคยประกาศผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครนเข้าเป็นของรัสเซีย เพียงไม่กี่วันหลังการจัดลงประชามติที่ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก
พื้นที่ใดบ้างจะถูกผนวกรวมกับรัสเซีย
การจัดประชามติครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกองทัพยูเครนเปิดฉากจู่โจมและสามารถช่วงชิงพื้นที่ที่ถูกรัสเซียยึดครองไปได้เป็นวงกว้าง นับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้นเมื่อ 24 ก.พ.

ประชาชนเกือบ 4 ล้านคน จากภูมิภาคโดเนตสก์ และลูฮันสก์ ทางภาคตะวันออก รวมถึงภูมิภาคแคร์ซอน และซาปอรีเชีย ทางภาคใต้ ถูกขอให้เข้าร่วมการลงประชามติครั้งนี้
ส่วนประชาชนที่เคยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ แต่ลี้ภัยสงครามไปอยู่ทั่วประเทศรัสเซีย สามารถลงประชามติได้ในหน่วยเลือกตั้งหลายร้อยแห่งที่นั่น
ถามอะไร
การลงประชามติครั้งนี้จัดขึ้นโดยไม่ใช้ระบบเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งคำถามในบัตรลงคะแนนกระดาษก็แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค
นี่เป็นเพราะกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียได้กุมอำนาจการปกครองในหลายพื้นที่ของภูมิภาคโดเนตสก์ และลูฮันสก์ นับตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งมีการจัดลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชจากยูเครน ทว่าไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

ที่มาของภาพ, EPA
ผู้ลงประชามติครั้งนี้ถูกถามว่าพวกเขา "สนับสนุนให้สาธารณรัฐของตนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียหรือไม่"
ขณะที่ประชาชนในภูมิภาคแคร์ซอน และซาปอรีเชีย ที่เพิ่งถูกกองทัพรัสเซียเข้ายึดครองในปีนี้ถูกถามว่า "มีความประสงค์ให้ภูมิภาคของตนแยกตัวจากยูเครน แล้วก่อตั้งเป็นประเทศเอกราชใหม่ และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียหรือไม่"
บัตรเลือกตั้งพิมพ์ขึ้นทั้งในภาษายูเครนและภาษารัสเซีย โดยในภูมิภาคโดเนตสก์ และลูฮันสก์จะพิมพ์เป็นภาษารัสเซียเพียงอย่างเดียว

ที่มาของภาพ, Reuters
จัดอย่างไร
การลงคะแนนมีขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งหลายร้อยแห่งทั่วทั้ง 4 ภูมิภาค โดยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากทหารรัสเซีย หรือกองกำลังที่สนับสนุนรัสเซีย
สำนักข่าวทาสส์ ของทางการรัสเซียรายงานว่า ยังมีการจัดลงประชามติตามชุมชนต่าง ๆ และมีเจ้าหน้าที่เดินไปรับการลงคะแนนตามบ้านเรือนประชาชนด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่เลือกตั้งไปเคาะประตูบ้านแล้วให้ประชาชนลงคะแนนต่อหน้าทหารที่มีอาวุธครบมือ

ที่มาของภาพ, Reuters
ผู้หญิงคนหนึ่งอธิบายวิธีการลงประชามติให้บีบีซีฟังว่า "คุณต้องตอบคำถามปากเปล่า แล้วทหารจะกากบาทคำตอบในบัตรลงคะแนนแล้วเก็บมันไป"
นี่ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า อาวุธปืนที่ทหารพกไปนั้น เพื่อปกป้องประชาชนที่กำลังลงคะแนน หรือเพื่อกดดันพวกเขากันแน่

ที่มาของภาพ, Reuters
แม็กซิม เอริสตาวี ผู้สื่อข่าวยูเครนโพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า ครอบครัวของเขา "ถูกปืนจ่อให้ลงคะแนน" ทางภาคใต้ของยูเครน
เรื่องความลับในการลงคะแนนก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม
ภาพที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย และสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นประชาชนลงคะแนนต่อหน้าผู้อื่น แล้วหย่อนบัตรในกล่องใส
นอกจากนี้ การลงประชามติครั้งนี้ยังมีขึ้นโดยไม่มีคณะผู้สังเกตการณ์อิสระ อีกทั้งยังไม่มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติ และมาตรฐานต่าง ๆ

ที่มาของภาพ, EPA
รัสเซียต้องการอะไรจากการลงประชามติครั้งนี้
ผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่า การลงประชามติที่อุปโลกน์ขึ้นมาเองครั้งนี้ เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซียเพื่อเรียกเสียงสนับสนุนจากประชาชนในยามที่กองทัพรัสเซียกำลังเพลี่ยงพล้ำในสงครามยูเครน
นายแซร์ฮี ไฮได ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮันสก์ที่ลี้ภัย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า รัสเซียใช้กระบวนการนี้เพื่อสำรวจคนที่น่าสงสัยและสนับสนุนยูเครน
จะเกิดอะไรขึ้นหลังการลงประชามติ
บางคนมองการลงประชามติที่ไม่มีความน่าเชื่อถือครั้งนี้ว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลรัสเซียในการพลิกเกมสงครามครั้งนี้

ที่มาของภาพ, EPA
หากรัสเซียผนวกภูมิภาคเหล่านี้เข้าเป็นของตนได้สำเร็จก็จะทำให้สงครามนี้ขยับขึ้นสู่ระดับใหม่ที่อันตราย โดยที่รัฐบาลรัสเซียจะมองความพยายามใด ๆ ของยูเครนในการช่วงชิงดินแดนกลับคืนเป็นการโจมตีอธิปไตยของตน
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้รัสเซียอ้างเรื่องการปกป้องตนเอง แล้วดำเนินการโต้กลับอย่างรุนแรงต่อการรุกโต้กลับของยูเครน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประธานาธิบดีปูตินได้กล่าวเป็นนัยถึงความสามารถในการใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อปกป้องดินแดนของตน
ปฏิกิริยาโลก
ชาติตะวันตกหลายประเทศระบุว่าการลงประชามติครั้งนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ที่มาของภาพ, Reuters
เซอร์เบีย ซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย และเป็นหนึ่งในชาติยุโรปไม่กี่ประเทศที่ไม่ร่วมการคว่ำบาตรรัสเซียได้ประกาศว่าจะไม่ให้การยอมรับผลการลงประชามติครั้งนี้
ด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียยืนยันว่าการลงประชามติครั้งนี้เป็น "การแสดงเจตจำนง" ของผู้ที่คนอาศัยอยู่ในทั้ง 4 ภูมิภาคนี้
เขารับรองว่า หากทั้ง 4 ภูมิภาคเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียก็จะได้การคุ้มกันแบบเดียวกันกับดินแดนอื่น ๆ ของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการคุ้มกันภัยจากอาวุธนิวเคลียร์
ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าจะไม่มีวันยอมรับว่า "ดินแดนยูเครนเป็นอื่นไปจากส่วนหนึ่งของยูเครน"

ที่มาของภาพ, EPA
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีมุมมองว่า "การลงประชามติเป็นเรื่องหลอกลวง เป็นข้ออ้างจอมปลอมเพื่อพยายามผนวกดินแดนยูเครนโดยการบีบบังคับซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง"
ขณะที่สหราชอาณาจักรตอบโต้เรื่องนี้ด้วยการออกมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียที่เกี่ยวข้องกับการบังคับให้มีการลงคะแนนเสียง









