อัฟกานิสถาน : กลุ่มตาลีบันเข้ายึดประเทศจากรัฐบาลอัฟกานิสถานได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร

ที่มาของภาพ, EPA
หลายคนแปลกใจว่ากลุ่มตาลีบันเข้ายึดครองอัฟกานิสถานได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร โดยหลายเมืองเอกในภูมิภาคต่าง ๆ ทยอยตกอยู่ในการควบคุมของพวกเขาแล้ว ขณะกองทัพสหรัฐฯ ค่อย ๆ ถอนทัพออกจากประเทศ
ดูเหมือนว่าตอนนี้กลุ่มติดอาวุธนี้กำลังได้เปรียบ และรัฐบาลอัฟกานิสถานก็กำลังอ่อนกำลังลงเรื่อย ๆ
เป็นไปได้อย่างไร
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ และชาติสมาชิกนาโตซึ่งรวมถึงสหราชอาณาจักรด้วย ได้ทำการฝึกและเสริมความแข็งแกร่งของกองกำลังของรัฐบาลอัฟกานิสถาน นายพลชาวอเมริกันและอังกฤษนับไม่ถ้วนออกมาบอกว่าพวกเขาได้ทำให้กองกำลังนี้ทั้งทรงพลังและมีความสามารถกว่าเดิม
แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ทำให้คำกล่าวอ้างเหล่านั้นค่อย ๆ หมดความหมายไป
กำลังของตาลีบัน
ถ้ามองในเชิงหลักการแล้ว กองทัพอัฟกานิสถานน่าจะยังได้เปรียบอยู่เพราะมีกองกำลังที่ใหญ่กว่า โดยหากว่ากันตามที่ปรากฏในเอกสาร อัฟกานิสถานมีเจ้าหน้าที่สังกัดกองกำลังความมั่นคงกว่า 3 แสนนาย โดยมีทั้งทหารบก ทหารอากาศ และตำรวจ

ที่มาของภาพ, EPA
แต่ความเป็นจริงคือ มักไม่มีคนมาสมัครเข้าร่วมกองกำลังความมั่นคงได้ตามเป้า ประวัติศาสตร์ของกองทัพและตำรวจอัฟกานิสถานไม่สวยหรูนัก มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและละทิ้งหน้าที่จำนวนมาก และก็มีปัญหาการทุจริตด้วยโดยผู้บังคับบัญชาบางคนยักยอกเงินไป โดยบอกว่าเป็นงบของทหารที่ไม่มีอยู่จริง
รายงานชิ้นล่าสุดต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ของคณะผู้ตรวจสอบพิเศษด้านการฟื้นฟูอัฟกานิสถาน (Special Inspector General for Afghanistan Reconstruction - SIGAR) ระบุว่า "มีความกังวลมากต่อผลกระทบที่เกิดจากการทุจริต… และความแม่นยำที่ยังเป็นที่สงสัยของข้อมูลเรื่องกำลังที่แท้จริงของกองกำลังความมั่นคง"
แจ็ค วัตลิง จากสถาบันรอยัลยูไนเต็ดเซอร์วิส (Royal United Services Institute) ซึ่งศึกษาด้านความมั่นคงและกลาโหมบอกว่า กองทัพอัฟกานิสถานไม่เคยแน่ใจว่าตัวเองมีทหารอยู่กี่นาย
นอกจากนี้ เขาบอกว่ายังมีปัญหาเรื่องยุทโธปกรณ์และกำลังใจของทหารด้วย บ่อยครั้งที่พวกเขาถูกส่งไปยังพื้นที่ที่ไม่มีสายสัมพันธ์ทางครอบครัวหรือชนเผ่าตัวเอง เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมบางคนเลือกละทิ้งหน้าที่ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้สู้อย่างเต็มที่
แต่จะหาคำตอบว่ากลุ่มตาลีบันมีกองกำลังแข็งแกร่งแค่ไหนยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่
ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายที่เวสต์พอยต์ในสหรัฐฯ (US Combating Terrorism Center) ประเมินว่าตาลีบันมีนักสู้หลัก ๆ 6 หมื่นคน และกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ ที่มาร่วมสนับสนุนด้วย ซึ่งรวมทั้งหมดแล้วอาจมีมากกว่า 2 แสนคน

ที่มาของภาพ, Reuters
อย่างไรก็ดี ดร.ไมค์ มาร์ติน อดีตทหารสหราชอาณาจักรและผู้เขียนหนังสือ An Intimate War ที่พูดถึงความขัดแย้งในจังหวัดเฮลมานของอัฟกานิสถาน บอกว่า ไม่ควรไปนิยามกลุ่มตาลีบันว่าเป็นกลุ่มก้อนเดียวแต่เป็นกลุ่มอิสระหลาย ๆ กลุ่มที่เชื่อมโยงกันมากกว่า
นอกจากนี้ ดร. มาร์ติน บอกว่า รัฐบาลอัฟกานิสถานเองก็แตกแยกเพราะในแต่ละพื้นที่ก็มีแรงจูงใจที่แตกต่างกัน ประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดของประเทศชี้ให้เห็นว่าครอบครัว ชนเผ่าต่าง ๆ และแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รัฐบาล เลือกเปลี่ยนข้างไปมา บ่อยครั้งก็เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง
การเข้าถึงอาวุธ

ที่มาของภาพ, Getty Images
อาวุธก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่รัฐบาลอัฟกานิสถานควรได้เปรียบ พวกเขาได้รับเงินสำหรับเงินเดือนทหารและยุทโธปกรณ์หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่ได้จากสหรัฐฯ
จากรายงานเมื่อเดือน ก.ค. ปีนี้ คณะผู้ตรวจสอบพิเศษด้านการฟื้นฟูอัฟกานิสถาน บอกว่ามีการใช้เงินกว่า 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับฝ่ายความมั่นคงของอัฟกานิสถาน โดยรายงานเหมือนจะบอกอย่างเป็นลางว่า จะบอกได้ว่าเงินก้อนนั้นถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ต้องดูที่ผลลัพธ์ของการต่อสู้ในสนามรบ
กองทัพอากาศของอัฟกานิสถานควรจะมีส่วนช่วยสำคัญ แต่ก็ประสบปัญหาในการดูแลทั้งนักบินและเครื่องบินรบ 211 ลำ โดยยิ่งเป็นปัญหาหนักเข้าไปอีกเมื่อกลุ่มตาลีบันมุ่งเป้าโจมตีไปที่นักบินเป็นพิเศษ
ด้วยเหตุนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ กองทัพอากาศสหรัฐฯ ถึงได้เข้าไปให้การสนับสนุนในเมืองอย่างลัชเคอร์ กาห์ ซึ่งถูกตาลีบันโจมตี และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าสหรัฐฯ จะให้การช่วยเหลือไปถึงเมื่อไร
บ่อยครั้งที่ตาลีบันได้เงินทุนมาจากธุรกิจค้ายา แต่ก็มีที่ได้จากนอกประเทศด้วย ที่สำคัญคือจากปากีสถาน
ไม่นานมานี้ ตาลีบันก็ได้เข้ายึดอาวุธที่กองกำลังรัฐบาลได้มาจากสหรัฐฯ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นรถฮัมวี ปืนกล แว่นตาสำหรับมองกลางคืน ปืนครก และปืนใหญ่
อัฟกานิสถานมีอาวุธหลงเหลืออยู่มากมายตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียดบุกเข้ามาแล้ว และกลุ่มตาลีบันก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าอาวุธแบบง่าย ๆ สามารถเอาชนะกองทัพต่างชาติที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าได้
มุ่งเป้าไปที่ทางเหนือและฝั่งตะวันตก
ในช่วงไม่นานมานี้ จะเห็นว่ากลุ่มตาลีบันในพื้นที่ต่าง ๆ ปฏิบัติการด้วยแผนการที่ประสานกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น เบ็น แบร์รี อดีตทหารกองทัพสหราชอาณาจักรซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิจัยที่สถาบันศึกษายุทธศาสตร์นานาชาติ (International Institute of Strategic Studies) ที่กรุงลอนดอน บอกว่า ตาลีบันมุ่งเข้ายึดพื้นที่ทางตอนเหนือและฝั่งตะวันตก แทนที่จะไปมุ่งเป้าที่ตอนใต้ของประเทศอย่างที่เคย ส่งผลให้เมืองเอกที่ภูมิภาคต่าง ๆ ทยอยตกอยู่ในการควบคุมของพวกเขา
นอกจากนี้ ตาลีบันยังเข้าควบคุมจุดข้ามพรมแดนและด่านตรวจสำคัญ ๆ ทำให้สามารถแบ่งเงินภาษีศุลกากรไปจากรัฐบาลที่ขาดเงินอยู่แล้วได้
นอกจากนี้ 20 ปีที่ผ่านมา พวกเขายังได้ค่อย ๆ ลอบสังหารบุคคลสำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่คนสำคัญของภาครัฐ นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน และนักข่าว
ในทางกลับกัน เป็นเรื่องยากมากที่จะมองออกว่ายุทธศาสตร์ของรัฐบาลอัฟกานิสถานคืออะไร คำสัญญาว่าจะยึดเมืองต่าง ๆ คืนจากตาลีบันฟังดูเลื่อนลอยมากขึ้นทุกวัน ตอนนี้หน่วยคอมมานโดของกองทัพถูกส่งไปยังเมืองลัชเคอร์ กาห์ และจังหวัดเฮลมานต์ แต่พวกเขาจะต้านตาลีบันไว้ได้นานแค่ไหน
นายแบร์รี จากสถาบันศึกษายุทธศาสตร์นานาชาติ บอกว่า ดูเหมือนการได้เปรียบในสนามรบตอนนี้จะยิ่งทำให้กลุ่มตาลีบันมีกำลังใจและรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวเข้าไปใหญ่
จุดจบ

ที่มาของภาพ, ELISE BLANCHARD/AFP via Getty Images
แจ็ค วัตลิง จากสถาบันรอยัลยูไนเต็ดเซอร์วิส บอกว่าแม้สถานการณ์ดูจะแย่ลงเรื่อย ๆ สำหรับรัฐบาลอัฟกานิสถาน แต่ "อาจแก้สถานการณ์ไว้ได้ด้วยเกมการเมือง"
เขาบอกว่าหากรัฐบาลสามารถซื้อใจผู้นำชนเผ่าต่าง ๆ ได้ สถานการณ์ขัดแย้งอาจถึงทางตัน
การต่อสู้ในช่วงหน้าร้อนจะสิ้นสุดลงเร็ว ๆ นี้เมื่อหน้าหนาวมาถึง เพราะการเคลื่อนกองกำลังจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก
มีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองฝ่ายอาจถึงทางตันภายในสิ้นปีนี้ โดยที่รัฐบาลอัฟกานิสถานจะยังควบคุมกรุงคาบูลและเมืองใหญ่ ๆ บางเมืองไว้ได้
แต่ขณะเดียวกัน ลมก็อาจเปลี่ยนทิศหากเกิดการแตกแยกในกลุ่มตาลีบันเอง
แต่เมื่อวันนั้นยังไม่มาถึง ถือได้ว่าความพยายามที่จะนำสันติภาพและความมั่นคงมาสู่อัฟกานิสถานของสหรัฐฯ และนาโต ประสบกับความล้มเหลว เหมือนกับสมัยที่สหภาพโซเวียตบุกเข้ามา









