เปิดเผยเบื้องหลัง ช่วงเวลาหลายเดือนที่สหรัฐฯ-อิสราเอล วางแผนเด็ดหัวผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, กอร์ดอน คอร์เรรา
- Role, นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง
- เวลาอ่าน: 6 นาที
การโจมตีที่สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกอย่างที่หลายคนคาดการณ์ แต่เป็นในช่วงเช้า และที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เลือกใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวกรองชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง ที่ถูกส่งไปถึงมือพวกเขาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า
เป็นเวลาหลายเดือน ที่พวกเขาเฝ้าจับตามองหาโอกาสที่เหล่าผู้นำอาวุโสอิหร่านจะมาประชุมกัน และพวกเขาก็ได้ทราบในที่สุดว่าคาเมเนอีกำลังจะเดินทางไปยังกลุ่มอาคารแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะราน ในช่วงเช้าวันเสาร์ (28 ก.พ. 2026)
พวกเขายังสามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยข่าวกรองระดับสูงคนอื่น ๆ ซึ่งกำลังประชุมอยู่ในเวลาเดียวกันได้ด้วย
สหรัฐฯ และอิสราเอล ได้ติดตามการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของผู้นำสูงสุดของอิหร่านรายนี้มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว วิธีการโดยละเอียดเจาะจงนั้นเป็นความลับ ทว่าโพสต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ให้คำใบ้เอาไว้เช่นเดียวกัน
"เขา[คาเมเนอี]ไม่สามารถหลบเลี่ยงหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามตัวขั้นสูงของเราได้"
ข้อมูลดังกล่าวอาจมาจากสายข่าวที่เป็นบุคคล (human source) รายงานกลับมา แต่ก็ดูมีความเป็นไปได้มากกว่าว่าอาจเป็นการติดตามด้วยเทคโนโลยีบางอย่าง

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในช่วงสงคราม 12 วันเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว อิสราเอลมุ่งเป้าไปที่การสังหารนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ที่เชื่อมโยงกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และมีรายงานว่าอิสราเอลใช้การเจาะระบบโทรคมนาคมและโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำความเข้าใจความเคลื่อนไหวของบุคคลต่าง ๆ
นั่นรวมถึงการติดตามความเคลื่อนไหวของบอดี้การ์ดหรือคนคุ้มกันที่เชื่อมโยงกับเหล่าเจ้าหน้าที่คนสำคัญในบางครั้งด้วย
ในระยะยาว วิธีการเช่นนี้ช่วยสร้างข้อมูล "รูปแบบการใช้ชีวิต" เพื่อคาดการณ์และทำความเข้าใจกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค้นหาช่วงเวลาที่มีช่องโหว่ได้
อิหร่านรู้ดีว่าผู้นำสูงสุดเป็นเป้าหมายของศัตรู และการที่อิหร่านไม่สามารถค้นหาและจัดการช่องโหว่และจุดเปราะบางเหล่านี้ได้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บ่งชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวอย่างร้ายแรงของระบบรักษาความปลอดภัยและการต่อต้านข่าวกรองของอิหร่าน หรือไม่ก็สะท้อนถึงความสามารถของอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่ยังคงสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการของตนเพื่อค้นหาหนทางใหม่ ๆ ในการติดตามอีกฝ่ายได้
นอกจากนี้ ชาวอิหร่านอาจประเมินว่าการโจมตีในเวลากลางวันมีความเป็นไปได้น้อยกว่าด้วย
ในกรณีนี้ รายงานของสำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์ระบุว่า ข่าวกรองมาจากสำนักข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ (CIA) แต่ถูกส่งต่อให้อิสราเอลเป็นผู้ลงมือโจมตี
มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเป็นการแบ่งงานกันทำ โดยอิสราเอลมุ่งเน้นไปที่การโจมตีเป้าหมายระดับผู้นำ ส่วนสหรัฐฯ มุ่งไปที่เป้าหมายทางทหารมากกว่า
ที่สำคัญคือ ข่าวกรองดังกล่าวให้ข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ อย่างเพียงพอ ทำให้สามารถวางแผนการโจมตีด้วยเครื่องบินขับไล่ที่สามารถยิงขีปนาวุธพิสัยไกลได้
แทนที่จะเป็นปฏิบัติการ "ตัดหัว" เพียงครั้งเดียว แผนการนี้กลับถูกออกแบบให้เป็นสัญญาณเปิดฉากปฏิบัติการที่กว้างกว่าและถูกขยับเวลาให้เร็วขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาแห่งโอกาสที่เกิดขึ้น
เครื่องบินรบอิสราเอลอาจใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงในการเดินทางไปถึงกรุงเตหะราน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขายิงอาวุธจากระยะห่างเท่าใด
เมื่อมีการตัดสินใจให้เดินหน้าโจมตี มีรายงานว่าเครื่องบินรบอิสราเอลใช้ระเบิด 30 ลูก โจมตีบริเวณกลุ่มอาคารที่พำนักของผู้นำสูงสุดอิหร่านในเวลาประมาณ 09.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์
เหตุที่ต้องใช้ขีปนาวุธจำนวนมาก อาจเป็นเพราะผู้นำสูงสุดยังคงใช้บังเกอร์ใต้ดินที่อยู่ใต้กลุ่มอาคารเพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง (แม้ว่าจะไม่ใช่หนึ่งในบังเกอร์ที่ลึกที่สุดที่ระบอบการปกครองของอิหร่านมีอยู่ก็ตาม)
ขีปนาวุธหลายลูกอาจจำเป็นเพื่อเจาะลงไปให้ลึกพอที่จะมั่นใจได้ว่ามันโจมตีโดนเป้าหมายจริง
สถานที่อื่นในกรุงเตหะรานก็ถูกโจมตีเช่นกัน รวมถึงสำนักงานของประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ซึ่งภายหลังออกแถลงการณ์ระบุว่าเขายังปลอดภัยดี
เจ้าหน้าที่กลาโหมอาวุโสของอิหร่าน 3 รายได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิต ได้แก่ อาลี ชัมคานี เลขาธิการสภากลาโหม, พลตรีอาซิซ นาซีร์ซาเดห์ รมว.กลาโหม, และพลเอกโมฮัมหมัด ปักปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ ไออาร์จีซี (IRGC)
ขณะที่เครื่องบินรบโจมตีจุดนั้นในอิหร่าน มันเป็นช่วงกลางดึกที่รีสอร์ทมาร์-อา-ลาโกในรัฐฟลอริดา ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์กำลังรวมตัวอยู่กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคน เพื่อติดตามสถานการณ์
จากนั้นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงก่อนที่จะมีการยืนยันว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกสังหารแล้ว
อิหร่านได้เตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้นี้ไว้แล้ว โดยมีรายงานว่ามีการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งไว้แล้ว ซึ่งไม่เพียงแค่แผนสืบทอดสำหรับตำแหน่งของคาเมเนอีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนด้วย
นั่นหมายความว่า ยังไม่ชัดเจนว่าการสังหารครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางของความขัดแย้งนี้อย่างไร
































