สหรัฐฯเผยระบบบริจาคไตแลกคูปอง เพิ่มโอกาสคนไข้ได้ไตทดแทนมากขึ้น

ที่มาของภาพ, Thinkstock
ทีมวิจัยของแพทย์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตลอสแอนเจลิส (ยูซีแอลเอ) เผยแพร่รายงานล่าสุดในวารสาร Transplantation โดยระบุว่า ระบบบริจาคไตให้ผู้ป่วยโดยไม่เจาะจงตัวบุคคล ซึ่งผู้บริจาคจะได้คูปองใช้สิทธิ์รับบริจาคไตให้แก่ญาติมิตรที่ป่วยได้ก่อนผู้อื่นเป็นการตอบแทนนั้น ช่วยให้จำนวนผู้ประสงค์บริจาคไตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งพลอยทำให้โอกาสที่คนไข้ทั่วไปจะได้รับบริจาคไตที่เหมาะสมกับร่างกายตนเองมีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ระบบการบริจาคไตที่ว่านี้ เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกที่รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2014 เมื่อนายฮาวเวิร์ด บรอดแมน อดีตผู้พิพากษาต้องการจะบริจาคไตของตนเองให้กับหลานชายที่ป่วยเรื้อรัง ซึ่งแพทย์บอกว่าจะต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนไตอย่างแน่นอนภายใน 10-20 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม หากต้องรอบริจาคไตในอนาคต เขาจะมีอายุมากขึ้นจนไม่สามารถบริจาคไตให้หลานชายเมื่อเวลานั้นมาถึงได้
นายบรอดแมนได้เข้าพบคณะแพทย์ของยูซีแอลเอ และเสนอแนวคิดการมอบคูปองตอบแทนแก่ผู้บริจาคไตแบบไม่เจาะจงผู้รับ ซึ่งจะนำไปใช้สิทธิ์ขอรับไตทดแทนให้แก่ญาติมิตรที่ป่วยได้ในอนาคต ซึ่งนายแพทย์เจฟฟรีย์ วีล ผู้นำทีมวิจัยของยูซีแอลเอก็เห็นด้วย และจัดตั้งระบบรับบริจาคไตนี้ขึ้นมา
ปัจจุบันผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะจะต้องลงชื่อในคิวรอรับบริจาคที่ยาวเหยียด ซึ่งที่ผ่านมามีอวัยวะที่พร้อมนำมาเปลี่ยนถ่ายให้ได้ไม่เพียงพอ ทุกวันนี้มีผู้ป่วยถึง 93,000 คนในสหรัฐฯที่กำลังรอรับบริจาคไตอยู่ ในจำนวนนี้เสียชีวิตไปในระหว่างที่รอโดยเฉลี่ยถึงวันละ 12 คน โดย 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเหล่านี้ไม่สามารถรับบริจาคไตจากสมาชิกในครอบครัวของตนเองได้ เพราะมีลักษณะทางชีวภาพที่ไม่เข้ากัน
นายบรอดแมนได้เป็นผู้บุกเบิกโครงการ โดยเขาบริจาคไตให้แก่นางแคธี เดอแกรนดิส อดีตผู้จัดการสนามบินแห่งหนึ่ง ซึ่งพี่สาวของเธอไม่สามารถบริจาคไตให้เธอได้เพราะทดสอบแล้วไม่เข้ากัน อย่างไรก็ตาม เพื่อเข้าร่วมในโครงการนี้ พี่สาวของนางเดอแกรนดิสได้บริจาคไตของตนให้ผู้ป่วยอีกรายหนึ่ง ซึ่งสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยรายนั้นก็ได้บริจาคไตให้กับผู้อื่นต่อไปอีกทอด ด้วยวิธีการเช่นนี้ ทำให้มีการแจกคูปองรับสิทธิ์เปลี่ยนถ่ายไตไปแล้ว 21 ใบในโรงพยาบาล 30 แห่งทั่วสหรัฐฯ ซึ่งคูปองแต่ละใบได้ทำให้เกิดการบริจาคไตเพิ่มขึ้น และมีการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไตที่ได้จากโครงการนี้ไปแล้ว 68 ครั้งในรอบเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา
ทีมวิจัยผู้วิเคราะห์ประเมินผลระบบการบริจาคไตดังกล่าวชี้ว่า วิธีนี้ช่วยให้มีผู้บริจาคไตเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มโอกาสที่คนไข้จะได้รับไตทดแทนที่เข้ากันได้กับร่างกายของตนมากขึ้น จึงแนะนำให้มีการขยายระบบบริจาคอวัยวะแบบนี้ออกไปใช้ในที่อื่น ๆ ทั่วสหรัฐฯด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ต้องการไตทดแทนได้เพิ่มขึ้นหลายพันราย






