ทักษิณคุยกับบีบีซีไทยก่อนออกจากดูไบ ยืนยันกลับไทย 22 ส.ค. เหตุ “เป็นวันดี”

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เขามีกำหนดการเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 22 ส.ค. อย่างแน่นอน จะไม่เลื่อนการเดินทางอีกแล้ว
"ไม่เลื่อนแน่นอน" อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่ 31 ก.ค. 2551 กล่าว ก่อนบินออกจากนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปประเทศสิงคโปร์
การเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจากไป 15 ปี จะมีขึ้นในวันเดียวกับที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เรียกประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 ให้ดำรงตำแหน่งนี้
"แน่สิ" นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศตอบคำถามที่ว่าเขามั่นใจหรือว่านายเศรษฐาจะได้เสียงสนับสนุนมากพอจาก สส. และ สว. ให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย
นายทักษิณบอกว่า กำหนดการเดินทางกลับประเทศของเขา ไม่เกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศ เขามีแผนไว้แล้ว ก่อนที่ประธานรัฐสภาจะกำหนดวันยกมือโหวตเลือกนายกฯ
"เดิมผมกำหนดกลับวันที่ 31 ก.ค. แต่รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันหยุด ผมจึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 10 ส.ค. แต่มีคนไปดูฤกษ์ดูยาม ให้เป็นวันที่ 22 ส.ค. เขาบอกว่าเป็นวันดี ซึ่งผมไม่เชื่อ แต่ไม่อยากขัดใจ อยากให้ทุกคนรักกัน อยากให้บ้านเมืองสงบ"
เขาเสริมว่า ไม่เลือกกลับวันที่ 21 ส.ค. เพราะเป็นวันเกิดของลูกสาว คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งคงไม่ได้ฉลองในวันนั้น เพราะ "ต้องไปนอนในคุก"
เขาคาดว่า เมื่อเดินทางถึงไทยในวันที่ 22 ส.ค. คงต้อง "เป็นไปตามกระบวนการ" รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ และพิมพ์ลายนิ้วมือ
"ผมอายุเยอะแล้ว คิดถึงหลาน อยากอยู่กับครอบครัว" เขากล่าวก่อนตัดบทว่า "เครื่องบินใกล้จะออกแล้ว"
ในเวลาไล่เลี่ยกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ของพรรค ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ได้โพสต์ข้อความผ่านสตอรีอินสตาแกรมส่วนตัว โดยระบุว่า “อังคารที่ 22 ส.ค. 09.00 น. ณ ดอนเมือง จะไปรับคุณพ่อทักษิณ”
อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร เพิ่งกลับจากการเดินทางไปพบบิดาและพาไปพบแพทย์ที่ดูไบเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นการพบกันของ 2 พ่อลูก หลังจากนายทักษิณเลื่อนกำหนดเดินทางกลับไทยตามที่ประกาศไว้ 10 ส.ค. โดยอ้างว่า “เนื่องจากคุณหมอเรียกให้ไปตรวจร่างกาย”

นายทักษิณพ้นจากตำแหน่งเพราะถูกรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 และถูกตั้งข้อหาทุจริตในหลายคดี ในจำนวนนี้มีอยู่ 4 คดีที่ศาลพิพากษาแล้ว แต่มีอยู่ 1 คดี ที่คดีขาดอายุความไปแล้ว เหลือโทษจำคุกรวม 10 ปี
- คดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 2 ปี (คดีขาดอายุความแล้ว)
- คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว หรือที่เรียกกันว่า “คดีหวยบนดิน” ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 2 ปี
- คดีสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอกซิมแบงก์) อนุมัติปล่อยเงินกู้ 4,000 ล้านบาทให้แก่เมียนมา ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 3 ปี
- คดีให้นอมินีถือหุ้น บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น และเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นในกิจการโทรคมนาคม ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก 5 ปี
นายทักษิณเคยเดินทางกลับเข้าไทยครั้งหนึ่ง ปรากฏภาพ “กราบแผ่นดิน” เมื่อ 28 ก.พ. 2551 ซึ่งในเวลานั้น เขาตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ ร่วมกับคุณหญิงพจมาน ภริยา ซึ่งศาลอนุมัติให้ประกันตัว ก่อนที่เจ้าตัวจะเบี้ยวนัดศาลให้มารายงานตัวต่อศาล 11 ส.ค. 2551 โดยหนีคดีไปใช้ชีวิตในต่างแดน และไม่เคยเดินทางกลับบ้านเกิดอีกเลยนับจากนั้น











