ภาพเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร หลังนักท่องเที่ยวจีนแห่กลับมา

อนุทินต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

การเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวจีนกลายเป็นความหวังและสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทย ในขณะที่ภาคการส่งออกอาจจะได้รับผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ส่งรัฐมนตรีไปต้อนรับเที่ยวบินแรกจากจีนถึงไทย เมื่อ 9 ม.ค. พร้อมกับส่งสัญญาณเชิงบวกว่าธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง ทว่า ผลที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เร็วอย่างที่คาดเนื่องจากว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางโดยบริษัทนำเที่ยวยังไม่ได้รับอนุญาตจากทางการจีนให้เข้ามา

แล้วภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยจะเป็นเช่นนับจากนี้ บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยเท่าไร

แม้ว่าหลายองค์กรคาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากจีนแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ การปลดล็อกครั้งนี้ถือว่าเร็วกว่าหลายฝ่ายคาดคิด

ล่าสุดวันนี้ (17 ม.ค.) เจ. พี. มอร์แกน กลุ่มธุรกิจการเงินระดับโลก มองการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ซึ่งไทยซึ่งเป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมสูงสุดรองจากฮ่องกงและเขตบริหารพิเศษมาเก๊าในปี 2562 จะส่งผลบวกต่อบรรยากาศทางธุรกิจในประเทศ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการชะลอตัวเศรษฐกิจโลก นายอาจดนัย มาร์โค สุจริตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสประจำประเทศไทยของ เจ. พี. มอร์แกน เปิดเผยว่า “การเปิดประเทศที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ของประเทศจีนเป็นปัจจัยเร่งสาคัญสาหรับสถานการณ์ขาขึ้นของตลาดหลักทรัพย์ไทย ในปี 2562 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยว 11 ล้านคนจากประเทศจีนคิดเป็นสัดส่วน 29% ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยทั้งหมดก่อนหน้าวิกฤตโรคระบาด

สำหรับปี 2566 เจ.พี. มอร์แกนคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาเยือนประเทศไทยทั้งสิ้น 26 ล้านคน ซึ่งอยู่ในระดับ 65% ของปี 2562 และสูงกว่าที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้ที่ 25 ล้านคน ซึ่งจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นมูลค่า 39,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (1.28 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ซึ่งสูงขึ้นเป็นสองเท่าจากปี 2565 คิดเป็นสัดส่วน 6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ไทย”

ภาพนักท่องเที่ยว

ที่มาของภาพ, Thai News PIx

บทวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเมื่อ 6 ม.ค. ระบุว่า แม้ยังไม่ถึงกับเปิดเสรีเต็มรูปแบบโดยยังมีการควบคุมดูแลอยู่ แต่ชาวจีนที่ต้องการจะท่องเที่ยวต่างประเทศก็น่าที่จะสามารถเดินทางได้โดยมีอุปสรรคที่น้อยลงกว่าเดิมมาก "ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2566 อาจเพิ่มกว่า 3-4 เท่าตัวจากปี 2565 หรือขยับขึ้นเป็นมากกว่า 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอาจจะมากกว่านี้ได้หากเงื่อนไขต่าง ๆ เอื้อต่อการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทางการจีนอนุญาตให้ผู้ประกอบการกรุ๊ปทัวร์จากต่างประเทศเข้าไปทำการตลาดได้"

ในช่วงแรก น่าจะยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเอง เป็นกลุ่มเล็กๆ มากกว่ากรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ ส่วนการกลับมาของชาวจีน คาดว่าจะต้องใช้เวลากว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติหรือกลับไปเท่ากับก่อนเกิดการระบาดของโควิดในปี 2562 ที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน หรือเฉลี่ยมากกว่า 9 แสนคนต่อเดือน ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าตลอดปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน กลับมาเป็นชาติที่เข้าไทยมากเป็นอันดับ 1 ครองสัดส่วน 20% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปีนี้ ที่คาดว่าไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน

กราฟิก TOP 5 นทท. ต่างชาติสัปดาห์แรก 2566

จีนเป็นอันดับที่ 12 จำนวน 12,308 คน

กราฟิก TOP 5 นทท. ต่างชาติ ปี 2565

นักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่อันดับที่ 14 ด้วยจำนวน 286,511 คน

สภาพัฒน์เตรียมปรับจีดีพีขึ้น

จากสัญญาณบวกที่เกิดขึ้นต่อเครื่องจักรทางเศรษฐกิจหลักของประเทศ ทำให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มองว่า การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนเร็วกว่าที่คาดไว้เดิมคือช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อาจจะทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวได้ถึง 1.2 ล้านล้านบาท จากยอดนักท่องเที่ยวราว 23 ล้านคน

โบวชัวร์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

“จีนเปิดประเทศเร็วขึ้น ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร โรงแรม การค้าขาย ห้างสรรพสินค้า จะมีรายได้ และการจ้างงานเพิ่มขึ้น ส่วนมาตรการสาธารณสุขที่เราใช้ประกอบกับการได้รับวัคซีนประมาณ 70% ของคนไทยทั้งหมด จะรับมือกับโควิด-19 ได้” นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. กล่าว

สศช. คาดว่าขอประเมินสถานการณ์ในอีก 2-3 สัปดาห์ก่อนปรับตัวเลขใหม่ คาดจะมีความชัดเจนเดือน ก.พ. นี้

ส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัว

ดูเหมือนกิจกรรมที่กำลังจะตื่นตัวในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภายหลังการปลดล็อกการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นแรงหนุนหลักของเศรษฐกิจไทยในปีนี้

รายงานวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานเมื่อ19 ธ.ค. ระบุว่า การส่งออกปี 2566 คาดว่าจะติดลบเล็กน้อยที่ 1.5% เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันมีแนวโน้มชะลอตัวลง ทำให้มูลค่าการส่งออกน่าจะหดตัวเล็กน้อย

ส่งออก

ที่มาของภาพ, Getty Images

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 3-3.5% ซึ่งจะเป็นอัตราการเติบโตที่น้อยกว่าประเทศคู่เทียบในภูมิภาคอาเซียนอย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยระบุว่า การส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวในกรอบ 1-2%

ไฟเขียวเที่ยวบินจีนเข้าไทยอย่างน้อย 1,000 เที่ยว

ในการเตรียมความพร้อมด้านเที่ยวบิน นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว มีสายการบินสัญชาติจีนที่ทำคำขอเปิดเที่ยวบิน และเพิ่มความถี่เข้ามายังประเทศไทย ในช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.- มี.ค.) กพท. ได้อนุมัติให้ทำการบินแล้วรวม 1,035 เที่ยว หรือเฉลี่ยเดือนละกว่า 300 เที่ยวบิน

นอกจากนี้ สายการบินจีนยังทำคำขอเพิ่มเที่ยวบินเข้ามาอีกประมาณวันละ 40 เที่ยว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาจาก กพท. ซึ่งจะต้องประเมินความพร้อมของสายการบิน รวมไปถึงบริการภาคพื้นที่รองรับผู้โดยสารด้วย

ในแง่ของขีดความสามารถในการรองรับที่สนามบิน นายสุทธิพงษ์ยอมรับว่า การบริการภาคพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิยังค่อนข้างจำกัด จึงได้เสนอให้สายการบินที่ยื่นความจำนงเปิดทำการบิน ให้เลือกสนามบินเป้าหมายเป็นท่าอากาศยานดอนเมือง หรือ ท่าอากาศยานเมืองรองแทน เพื่อลดปัญหาความแออัดลง